ผู้ว่าฯภูเก็ตหวั่นสงครามยูเครน กระทบลูกค้าหลัก “รัสเซีย” เร่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ หลังครม.อนุมัติ 1,400 ล้านบาท พร้อมดันหารายได้จากช่องทางอื่นรับมือ
วันที่ 2 มีนาคม 2565 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากมติครม.เห็นชอบกรอบวงเงินยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ตสู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลก
“ที่ผ่านมาภูเก็ตมีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวและบริการ ร้อยละ 95 ทำให้ทุกฝ่ายได้คิดวิเคราะห์กันว่าถ้ายังทำแบบเดิมจะไม่เหมือนเดิมเนื่องจากที่ผ่านมามีคนเข้ามา 14 ล้านคนต่อปี และถ้ามีปัญหาเข้ามาอีกจะอยู่ต่อกันอย่างไร
ซึ่งวันนี้มีหลายเรื่องทั้งดิสทรับชั่น หรือ โควิด หรือสงครามรัสเซียยูเครน ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างมาก

กรณีนักท่องเที่ยวรัสเซียเข้ามาในภูเก็ตแซนด์บอกซ์มากเป็นลำดับ 1 จำนวนกว่า50,000 คน ถ้าทางประเทศรัสเซียถูกประเทศต่างๆ ยกระดับมาตรการปิดกั้นในระบบการเงินต่างๆ หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้จะกระทบถึงนักท่องเที่ยวรัสเซียที่อยู่ในบ้านเราหรือไม่ ต้องมาคิดคำนึงกัน”
เรื่องที่จะต้องทำกันต่อไป คือ ต้องสร้างเสาเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้นมากกว่า10 เสาบวก ซึ่งใน 10 เสานี้ มีเสาที่เป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้เสนอเข้าที่ประชุมครม.มาตลอด
เป็นเรื่องที่ภาครัฐภาคเอกชนคิดกันมานานพอสมควร และเสนอเรื่องนี้เข้าที่ประชุมครม. เมื่อ 7 พ.ย. 63 มีการอนุมัติในหลักการขอเงินไป 1,400 กว่าล้านบาท โดยขอใช้พื้นที่ราชพัสดุที่ตำบลไม้ขาว 141 ไร่ 2 งาน 64 ตารางวา และ มติครม. เมื่อ1มี.ค.65เพิ่งอนุมัติกรอบวงเงินให้
ซึ่งเงินที่จะใช้กว่า 1,400 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ระยะ ระยะที่ 1 ระยะศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการออกแบบอาคารประเมินEIA ค่าชดเชยสิ่งก่อสร้าง งานรั้ว งานป้ายงานพื้นฐาน และเตรียมความพร้อมงบที่จะใช้เป็นเงิน119 ล้านบาท
ระยะที่ 2 เตรียมพื้นที่ก่อสร้างสาธารณูปโภคใช้ 231ล้านบาท ระยะที่ 3 ก่อสร้างอาคารใช้งบ 1,000 ล้านบาท รวมแล้วตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ปี 2566-2569
นอกจากนี้ มติครม.ที่จังหวัดกระบี่ เมื่อ 16 พ.ย.2564 เสนอโครงการต่อเนื่องคือ โครงการภูเก็ตเฮ้ลท์แซนด์บอกซ์ บูรณาการระบบงานสาธารณสุขให้เป็นต้นแบบเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเชื่อมโยงสุขภาพบุคคลและระบบปฐมภูมิด้วยเทคโนโลยีดิจิตัลทำเตียงออนไลน์จัดตั้งศูนย์ยุทธศาสตร์จัดตั้งทั้งระบบวงเงิน 85 ล้านบาท
และ เสนอขอให้ประเทศไทย โดย ภูเก็ต เป็นเจ้าภาพจัดงาน EXPO 2028 PHUKET THAILAND ครม.ได้เห็นชอบอนุมัติในหลักการมอบให้ผู้ที่ได้รับมอบหมายลงนามในหนังสือเสนอตัวเป็นเจ้าภาพในนามของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในเรื่องนี้ได้ดำเนินการเป็นขั้นตอน
ต่อมา 4 ม.ค. 2565 ครม.อนุมัติกรอบวงเงิน 4,180ล้านบาท ขับเคลื่อนเรื่องนี้หน่วยงานหลักที่ทำร่วมกัน ประกอบด้วย ทีเส็บ กระทรวงสาธารณสุข และจังหวัดภูเก็ต ตามกำหนดการเดิม ทางทีเส็บ นายอนุทินฯ รองนายกรัฐมนตรี และ ผวจ.ภูเก็ต จะต้องไปยื่นหนังสือเสนอตัวอย่างเป็นทางการต่อองค์การมหกรรมโลกที่ประเทศฝรั่งเศสแต่สถานการณ์ตอนนั้นไม่อำนวย ทางคณะจึงไม่ได้ไป
โดยให้เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสเป็นผู้ยื่นหนังสือแทนในการเสนอตัวจัดงานกับองค์การมหกรรมโลกแล้ว และมีแผนงานต่อในเดือนมิถุนายน 2565 ทางคณะของประเทศไทย มีผวจ.ภูเก็ตอยู่ในคณะด้วยจะไปนำเสนอที่ประเทศฝรั่งเศสครั้งที่ 1 และเดือน ก.ค. 2565 ทางคณะกรรมการตรวจประเมินจะเดินทางมาตรวจความพร้อมของภูเก็ตพื้นที่จัดงานและรับฟังข้อมูลตามแผนงาน
และเดือน ธ.ค. 2565 เสนอเป็นครั้งที่ 2 และปีหน้าจะมีการประกาศผลว่าใครจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งมีประเทศคู่แข่งที่เสนอตัวแล้ว คือ มินิโซลตา สหรัฐอเมริกา เมืองเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย เมืองมาลาลก้า ประเทศสเปน เมืองซานชารอส เดบาลิโอโลเซ ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่ง ภูเก็ต เสนอตัวเข้าแข่งขันในปี 2028
“สิ่งที่สำคัญจะต้องดำเนินการต่อคือ ติดตามฝ่ายงบประมาณ ที่ ครม.อนุมัติในกรอบหลักการจะมีเม็ดเงินลงมาได้จริงเมื่อไหร่เพราะเขาจะมาตรวจเราในเดือนกรกฎาคมนี้แล้วถ้ายังไม่ทำอะไรให้เห็นเป็นกิจลักษณะ เช่น
สถานที่ที่จัดงานยังเป็นป่ารก ยังไม่ทำรั้ว เหล่านี้โอกาสจะแข่งกับที่อื่นยังยากจึงต้องติดตามกัน ได้สั่งการให้ทีมงานรองผู้ว่าฯประสานกับกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงบประมาณ ให้สามารถขับเคลื่อนกันเป็นกิจลักษณะ”
นอกจากนี้ ครม.อนุมัติ 18 ม.ค. 2565 อนุมัติทางพิเศษป่าตอง กะทู้ วงเงิน 14,670 ล้านบาทและ มติ ครม. 1 มี.ค. 2565 จะเห็นได้ว่าภูเก็ตทำเสาสุขภาพ เวลเนส จะเป็นเหมือนหัวรถลากที่จะลากเรื่องต่างๆให้เดินไปด้วยกันจะต้องเสร็จก่อนปี 2571 ถ้าเราชนะการเป็นเจ้าภาพขึ้นมาหลายเรื่องที่ยังไม่ได้ทำจะต้องทำ เช่น
ถนนสายตัดใหม่จากหน้าวิทยาลัยเทคนิคถลางมาออกที่ถนนบายพาส หรือเรื่องรถไฟรางเบา จะต้องขยับทำกันทั้งหมด เป็นทิศทางที่ดี โดยจะต้องไปกำกับในรายละเอียดกันเยอะพอสมควรเช่นงบที่อนุมัติเมื่อ 1 มี.ค. 2565 วงเงิน 1,411 ล้านบาทจะต้องดำเนินการในปีนี้ก่อนในวงเงินประมาณ 119 ล้านบาทจะต้องถกหารือกัน
วันนี้ ภูเก็ตยังต้องต่อสู้กับโควิด ขณะเดียวกันเรื่องปากท้องเศรษฐกิจต้องทำปัญหาเฉพาะหน้าก็แก้กันไปแต่การวางรากฐานเพื่อความยั่งยืนของภูเก็ตต้องทำตั้งแต่วันนี้เช่นกัน เหมือนการเริ่มภูเก็ตแซนด์บอกซ์วันนี้ประเทศในเอเชียตะวันออกหลายประเทศ เริ่มเปิดประเทศกันทั้งที่โอมิครอนส่งผลให้ติดเชื้อยังมีอยู่
ประเทศเหล่านี้อาศัยการท่องเที่ยวเป็นหลักเราขยับตัวก่อนถือว่าเป็นโอกาสที่ดีของเรา ในอดีตเราอาศัยนักท่องเที่ยวเป็นหลัก และได้วางแผนให้มีนักท่องเที่ยวชาวไทยเข้ามาในการสร้างรายได้ฟื้นฟูเศรษฐกิจด้วย
สำหรับข้อมูลตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเมื่อเดือนมกราคม 2565 จำนวนกว่า 86,000 คน เดือนกุมภาพันธ์ จำนวน 80,000 คน เฉลี่ยเดือนกุมภาพันธ์ 2565 อยู่ที่ 2,000-5,000 คนต่อวัน ทำให้เศรษฐกิจพอไปได้