Skip to content

กองทุนช่วยคนทำงานต่างประเทศ ส่องตัวอย่างแรงงานไทยจาก #ยูเครน

06 มี.ค. 2565 | 12:50น.
กองทุนช่วยคนทำงานต่างประเทศ ส่องตัวอย่างแรงงานไทยจาก #ยูเครน

แรงงานไทยทยอยลี้ภัยสงครามจากยูเครน ได้รับเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมแล้ว 2,310,000 บาท กองทุน คืออะไร-จ่ายเท่าไหร่ ? เช็กที่นี่ !

วันที่ 6 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากกรณีปัญหาความไม่สงบจากภัยสงครามในประเทศยูเครน ทำให้แรงงานไทยที่ทำงานที่นั่นต้องทยอยเดินทางกลับประเทศไทยเพื่อความปลอดภัย โดยกระทรวงแรงงานมีการติดตามดูแลอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยจากกรณีดังกล่าว และได้มอบเงินช่วยเหลือสำหรับสมาชิก “กองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ” กรณีประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยก่อนสิ้นสุดการเป็นสมาชิกกองทุนตามระเบียบกระทรวงแรงงาน

สิทธิประโยชน์จากกองทุน

สำหรับสิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ มีดังนี้

1. กรณีถูกทอดทิ้งในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่จำเป็นให้สมาชิกได้เดินทางกลับประเทศไทยตามที่จ่ายจริง ได้แก่ ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นโดยให้จ่ายตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท

2. กรณีประสบอันตรายก่อนไปทำงานหรือขณะทำงานในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่ารักษาพยาบาลเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท

3. กรณีถูกเลิกจ้างจากสาเหตุประสบอันตราย สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท

4. กรณีประสบอันตรายจนพิการสงเคราะห์คนละ 15,000 บาท ทุพพลภาพ สงเคราะห์คนละ 30,000 บาท

5. ประสบปัญหาในต่างประเทศ สงเคราะห์เป็นค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น ตามที่จ่ายจริงไม่เกินคนละ 30,000 บาท

6. ถูกส่งกลับเนื่องจากเป็นโรคต้องห้าม กรณีทำงานไม่ถึง 6 เดือน สงเคราะห์คนละ 25,000 บาท ทำงานมากกว่าหกเดือน สงเคราะห์ 15,000 บาท

7. กรณีประสบปัญหาจากภัยสงคราม ภัยธรรมชาติ หรือโรคระบาด สงเคราะห์คนละ 15,000 บาท

8. กรณีเสียชีวิตก่อนเดินทางหรือขณะกลับมาพักที่ประเทศไทย สงเคราะห์จำนวน 30,000 บาท กรณีเสียชีวิตในต่างประเทศ สงเคราะห์จำนวน 40,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 40,000 บาท

9. สมาชิกกองทุนถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดซึ่งมิใช่เกิดจากการกระทำโดยเจตนาในต่างประเทศ หรือเนื่องจากไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำงาน ให้จ่ายเป็นค่าทนายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท

แรงงานไทยในยูเครนทยอยกลับ

– ชุดที่ 1 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 มีคณะคนไทยชุดแรกจำนวน 38 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศจำนวน 21 คน เดินทางโดยเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 923 ออกจากกรุงบูคาเรสต์ ถึงไทยเวลา 06.25 น.

– ชุดที่ 2 เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 เช่นกัน จำนวน 58 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุน จำนวน 48 คน เดินทางโดยเครื่องบินสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 ออกจากกรุงวอร์ซอ ถึงไทยเวลา 12.05 น.

– ชุดที่ 3 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 จำนวน 40 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุน 31 คน ถึงประเทศไทยโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK384 ออกจากกรุงวอร์ซอมาถึงไทยเวลา 12.05 น.

– ชุดที่ 4 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 จำนวน 16 คน ทั้งหมดเป็นสมาชิกกองทุนฯ เดินทางโดยเครื่องบินสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971 ออกจากกรุงบูคาเรสต์มาถึงไทยเวลา 06.25 น.

– ชุดที่ 5 เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2565 เช่นกัน จำนวน 45 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกองทุน จำนวน 38 คน ถึงประเทศไทยโดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 384 ออกจากกรุงวอร์ซอมาถึงไทยเวลา 12.05 น.

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ดูแลอำนวยความสะดวกแก่แรงงานไทยที่ทยอยเดินทางกลับเนื่องจากปัญหาความไม่สงบจากภัยสงครามที่ประเทศยูเครน ให้ได้รับเงินช่วยเหลือสำหรับสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ ทันทีที่ถึงไทย

“ทั้งหมดปลอดภัยดี และได้เดินทางจากสนามบินด้วยรถบัสของกรมการขนส่งทางบกไปยังสถาบันบำราศนราดูร เพื่อรอผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่จากกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ รับช่วงชี้แจงเรื่องสิทธิประโยชน์จากกองทุน ให้แก่แรงงานไทยทราบ พร้อมรับคำร้องและเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อมอบเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือแก่แรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุน รายละ 15,000 บาท”

โดยตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา มีแรงงานทยอยเดินทางกลับประเทศไทย 5 ชุด จำนวน 197 คน เป็นสมาชิกกองทุน 154 คน คิดเป็นยอดเงินสงเคราะห์จากกองทุน ทั้งสิ้น 2,310,000 บาท

แจงสมาชิกฯ ส่งเงินเข้ากองทุน

กระทรวงแรงงาน แจงกรณีสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศไม่ได้รับเงิน เหตุจากพ้นระยะเวลาคุ้มครอง 5 ปี โดยนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน อธิบายว่า หากแรงงานที่ไปทำงานต่างประเทศยังเป็นสมาชิกกองทุน และยังอยู่ในระยะเวลาคุ้มครอง 5 ปี จะได้รับเงินทันที ไม่มีตกหล่นแน่นอน

สำหรับกรณีแรงงานไทยนางสาวจิราพัชร ยิ่งแก้ว ชาวนครราชสีมา อำเภอพิมาย ที่ไม่ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 15,000 บาท จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ได้สมัครเป็นสมาชิกกองทุน โดยสมัครใจส่งเงินเข้ากองทุนจำนวน 500 บาท และได้เดินทางออกจากประเทศไทยวันที่ 17 มีนาคม 2559 มีระยะเวลาการทำงานตามสัญญาจ้างเป็นเวลา 9 เดือน หากนับตามวันครบกำหนดสัญญาจ้าง (16 ธันวาคม 2559) ต่อไปอีก 5 ปี แรงงานท่านนี้จะยังอยู่ในความคุ้มครองของกองทุน ถึงวันที่ 16 ธันวาคม 2564 แต่ว่าขณะที่เดินทางกลับไทยได้สิ้นสุดระยะเวลาไปแล้ว ทำให้ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ดังกล่าว

“ฝากถึงแรงงานไทยทุกคนที่จะเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ เห็นถึงความสำคัญในการส่งเงินเข้ากองทุน เพื่อให้ได้รับความช่วยเหลือและได้รับการดูแลตามสิทธิประโยชน์จากกองทุน เพราะหากเกิดเหตุไม่คาดคิด หรือเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ แรงงานไทยก็จะได้รับความคุ้มครอง และสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายกำหนด”

โดยกรมการจัดหางานจะมีกระบวนการในการตรวจสอบอย่างละเอียดและรัดกุม ซึ่งแรงงานไทยที่เป็นสมาชิกกองทุน ที่ประสบปัญหาต้องเดินทางกลับประเทศไทยแล้ว เมื่อเข้าสู่กระบวนการกักตัวตามมาตรการป้องกันและการควบคุมโรคของรัฐแล้ว กรมการจัดหางานจะจ่ายเงินเยียวยาตามสิทธิประโยชน์ของสมาชิกกองทุน ทันที

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กระทรวงแรงงาน ยูเครน