เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
Economic “เนื้อโพนยางคำ GI” 500 ล้าน สุดยอดผลิตภัณฑ์ “โคขุน” จากชุมชน
เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
Finance เศรษฐกิจไทยโตแผ่ว แบงก์ติด ‘วังวนหนี้’-SMEs ดิ่งลึก
ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
Politics ลุ้นมติ กกต. 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดี ฮั้ว สว. สู่เกมล้มสีน้ำเงิน สู้ต่ออีก 3 ศาล
‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
Business ‘ไทยเที่ยวไทยพลัส’ ดันเงินสะพัดสู่ ‘รายเล็ก-ทั่วถึง’
SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
Real Estate SCB EIC ชี้กำลังซื้อบ้านยังฟื้นช้า 56% ไม่มีแผนซื้อใน 5 ปี หันหามือสอง
สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
Finance สรรพสามิต เร่งตรวจสอบเจ้าหน้าที่ หลังถูกกล่าวหาทำร้ายร่างกาย-ลักลอบขายสินค้าหนีภาษี
อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
Business อิชิตันโหมเครื่องดื่มโค้งท้าย ผนึกไทยโคโค่ผุดสินค้าใหม่
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
Politics อนุทิน มั่นใจเป็นรัฐบาล 1 ปี GDP ดีขึ้น ย้ำยังไร้สัญญาณปรับ ครม.
ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
Business ททท. จับมือ FLYNOW ขับเคลื่อน Soft Power แดนใต้ ผสานแฟชั่น–วัฒนธรรมสู่เส้นทางท่องเที่ยว
ดูทั้งหมด

กรุงศรี ประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้ ซื้อขายในกรอบ 33.45-33.90 บ./ดอลลาร์

18 เม.ย. 2565 | 12:43น.
กรุงศรี ประเมินเงินบาทสัปดาห์นี้

กรุงศรี คาดเงินบาทสัปดาห์นี้ซื้อขายในกรอบ 33.45-33.90 บาทต่อดอลลาร์ เผยนักลงทุนรอติดตามสุนทรพจน์ประธานเฟด ขณะที่การสู้รบในยูเครนยังยืดเยื้อสร้างความกังวลมากขึ้น

วันที่ 18 เมษายน 2565 กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรี มีมุมมองต่อทิศทางค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (18-22 เม.ย.) ว่า เงินบาทสัปดาห์นี้มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ 33.45-33.90 บาท/ดอลลาร์ เทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทปิดอ่อนค่าที่ 33.64 บาท/ดอลลาร์ หลังซื้อขายในกรอบ 33.55-33.70 บาท/ดอลลาร์ เงินดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินสำคัญส่วนใหญ่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา

โดยเงินเยนและเงินยูโรอ่อนค่าสุดในรอบ 20 ปี และ 2 ปี ตามลำดับ ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) ระยะ 10 ปีของสหรัฐ แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 ส่วนข้อมูลเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคมของสหรัฐ สูงเกินคาด แต่เงินเฟ้อพื้นฐานซึ่งไม่รวมอาหารและพลังงานต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้

ทางด้านธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มีมติคงดอกเบี้ยและยืนยันแผนการที่จะปรับลดขนาดการเข้าซื้อพันธบัตรและจะยุติโครงการดังกล่าวในไตรมาส 3/65 ขณะที่อีซีบียังคงคลุมเครือเกี่ยวกับกรอบเวลาสำหรับการเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยระบุว่าอาจจะขึ้นดอกเบี้ยไม่กี่สัปดาห์หรืออาจจะหลายเดือนหลังจากยุติมาตรการซื้อสินทรัพย์

ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 347 ล้านบาท แต่มียอดขายพันธบัตร 6,710 ล้านบาท
กลุ่มงานโกลบอลมาร์เก็ตส์ กรุงศรีคาดว่า นักลงทุนจะติดตามสุนทรพจน์ของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), บอนด์ยีลด์สหรัฐ, ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก, การแทรกแซงด้วยวาจาของทางการญี่ปุ่นต่อการอ่อนค่าและความผันผวนของค่าเงินเยน รวมถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสรอบสุดท้าย

ขณะที่การสู้รบอย่างยืดเยื้อในยูเครนและมาตรการล็อกดาวน์ในจีนสร้างความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับภาวะคอขวดของห่วงโซ่การผลิตและผลกระทบต่อทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยค่าเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนต่อเนื่องในระยะสั้นเนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงสดใสกว่าประเทศชั้นนำอื่น ๆ

“อย่างไรก็ตาม ตลาดรับรู้แนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดไปค่อนข้างมากแล้ว ทั้งโอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ย 50bp ในการประชุมเดือนพฤษภาคมและมิถุนายนควบคู่ไปกับการลดขนาดงบดุลของเฟด ในภาวะเช่นนี้ เรามองว่าโมเมนตัมขาขึ้นของค่าเงินดอลลาร์อาจแผ่วลงในช่วงครึ่งหลังของปี”

สำหรับปัจจัยในประเทศ ตลาดจะให้ความสนใจกับข้อมูลส่งออกนำเข้าเดือนมีนาคม แนวทางผ่อนปรนเกณฑ์ผู้เดินทางเข้าไทย และสถานการณ์ผู้ติดเชื้อหลังเทศกาลสงกรานต์ ทางด้านรายงานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อวันที่ 30 มีนาคมระบุว่า กนง.ประเมินเงินเฟ้อที่สูงขึ้นยังส่งผ่านไปยังค่าจ้างได้จำกัด เพราะการฟื้นตัวของตลาดแรงงานยังเปราะบาง

โดย กนง.มองว่าเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีขึ้นและมีความเสี่ยงลดลง กนง.จะปรับเปลี่ยนการให้น้ำหนักแต่ละเป้าหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่อไป