เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
Biz Movement บอยท่าพระจันทร์โพสต์ นักรบย่อมมีบาดแผล บทเรียนจากการขาดทุนหุ้นเฉียดพันล้าน
โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
Biz Movement โซเซียลเดือด บ.สมุนไพรดังแอบจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ‘NENE ROYAL’
รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
News รฟม.กางแผนลงทุนรถไฟฟ้าภูมิภาค เปิดโผ“จังหวัดไหน”มีโอกาสแจ้งเกิดมากที่สุด
กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
เศรษฐกิจภูมิภาค กงสุลใหญ่สหรัฐฯ เชียงใหม่ จัดใหญ่ “Freedom 250 American Fair”ฉลอง 250 ปี สหรัฐอเมริกา
ดูทั้งหมด

“ฟาสต์ฟู้ด” บุกหนักตลาดเอเชีย ชาติกำลังพัฒนาเสี่ยง “ป่วยก่อนรวย”

30 ธ.ค. 2560 | 20:45น.

หนึ่งในนโยบายการบริหารประเทศคือ “ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน” โดยเฉพาะประเทศในภูมิภาคเอเชีย ที่พยายามยกระดับความยากจนสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกอุตสาหกรรม รวมถึงแบรนด์ “ฟาสต์ฟู้ด” และ “อาหารแปรรูป” ที่หลั่งไหลเข้ามาเพื่อตอบสนองดีมานด์ของกลุ่มชนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าประเทศในเอเชียยังไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมา โดยเฉพาะปัญหาสุขภาพที่กำลังส่งสัญญาณเตือนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม รายงานว่า หนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของยุคสมัยในการวัดคุณค่าทางเศรษฐกิจ ก็คือความอุดมสมบูรณ์ของคนในประเทศ อันนำมาสู่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งคำจำกัดความของ “ความอุดมสมบูรณ์” ไม่ได้หมายถึงรายได้และความร่ำรวยเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปถึง “อาหารการกิน” ของประชาชนด้วย

ปัญหา “โรคอ้วน” เป็นสิ่งที่ถูกผูกติดกับประเทศพัฒนาแล้วมานาน โดยเฉพาะโลกตะวันตกอย่าง “สหรัฐอเมริกา” ที่ถูกมองว่าเป็นต้นตอของแทบทุกปัจจัยที่ก่อให้เกิดโรคอ้วน ทั้งอาหารฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม และลัทธิบริโภคนิยม รวมถึงค่านิยมการอยู่กับบ้าน ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่ออกกำลังกาย หรือกิจกรรมใด ๆ ที่ทำให้ร่างกายเคลื่อนไหว

5 ปีก่อน สหรัฐมีการรณรงค์อย่างจริงจังเรื่องโรคอ้วน ทำให้ปัจจุบันชาวอเมริกันได้ลงจากบัลลังก์ประเทศที่มีคนอ้วนมากที่สุดในโลกไปแล้ว และปี 2014 พบว่า “เม็กซิโก” ประเทศเพื่อนบ้าน ที่รับเอาวัฒนธรรมอเมริกันเข้าไปเกือบ 100% ขึ้นครองตำแหน่งประเทศที่มีคนอ้วนอันดับหนึ่งของโลกแทน ตามมาด้วย สหรัฐ, นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย ซึ่งล้วนเป็นประเทศพัฒนาแล้วทั้งสิ้น

ที่น่าสนใจคือ ผลสำรวจล่าสุดของปี 2017 พบว่า ประเทศ TOP 5 กลายเป็นกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา อันดับหนึ่งได้แก่ คูเวต 2.ซาอุดีอาระเบีย 3.เบลีซ4.อียิปต์ และ 5.จอร์แดน ส่วนสหรัฐหล่นไปอยู่อันดับที่ 10

นักวิเคราะห์กล่าวว่า นัยสำคัญของผลสำรวจดังกล่าวสะท้อนว่า “โรคอ้วน” กำลังลดลงในประเทศที่มีรายได้สูง และเร่งขยายตัวที่อื่น โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนาและมีรายได้ปานกลาง เช่น ในตะวันออกกลาง แอฟริกาเหนือ ละตินอเมริกา และในเอเชีย-แปซิฟิกที่กำลังเป็นภูมิภาคโดดเด่นสำหรับนักลงทุน เนื่องด้วยจำนวนประชากรและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และเวิลด์แบงก์ระบุว่า ในปี 2016 เอเชียเป็นภูมิภาคที่มีเด็กที่มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ครึ่งหนึ่งของโลก และ 1 ใน 4 อยู่ในแอฟริกา โดยมีปัจจัยหลักมาจากการพัฒนาสู่ “สังคมเมือง” มากขึ้น เนื่องจากรัฐบาลเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ ทำให้ความต้องการของชีวิตสังคมเมืองเปลี่ยนไป

ผลสำรวจจากสถาบันอาหารแห่งชาติของอินเดียระบุว่า ในปี 2016 เกือบ 2 ใน 4 ของชาวเมือง หรือกลุ่มวัยทำงานที่มีกำลังซื้อมากขึ้น มีน้ำหนักตัวเกินเกณฑ์ โดยเฉพาะในนครมุมไบและนิวเดลี เมืองเศรษฐกิจและมีกลุ่มคนรายได้ปานกลางสูง สาเหตุหลักก็คือ พฤติกรรมที่นิยมทานอาหารแปรรูปมากขึ้น

ขณะที่ฟาสต์ฟู้ดแบรนด์ดังแห่เข้าลงทุนอยู่ทั่วประเทศจีน และหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม อินโดนีเซีย และไทย ทำให้พฤติกรรมการบริโภคของคนหนุ่มสาวเปลี่ยนไปมาก ทุ่มเวลาไปกับการทำงานเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับตัวเอง และเข้าสู่ลัทธิบริโภคนิยมหลังเลิกงาน

“ผลสำรวจด้านโภชนาการในเอเชียสะท้อนว่า กลุ่มผู้มีกำลังซื้อส่วนใหญ่จะใช้เวลาในการทำงานในออฟฟิศ 8 ชั่วโมง และออกกำลังกายเพียง 1 ใน 4 เท่านั้น เวลาว่างของคนกลุ่มนี้หมดไปกับการดูภาพยนตร์และวิดีโอเกม รวมถึงสนุกกับรับประทานที่ไม่ใช่อาหารดั้งเดิมของตน” ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยจาก WHO กล่าว

ความเป็นไปได้ที่น่ากลัวของแนวโน้มเหล่านี้ และเชื่อว่าจะเกิดขึ้นชัดเจนตั้งแต่ปี 2018 และอาจลากไปถึงปี 2020 หรือ 2025 หมายความว่าประชาชนประเทศกำลังพัฒนาอาจ “ป่วยก่อนที่จะรวย” และความเจ็บป่วยจะทำให้ไม่สามารถทำงานได้เช่นเคย โดยปีที่ผ่านมา ต้นทุนการดูแลสุขภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับโรคแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับโรคอ้วน เช่น โรคเบาหวานและโรคหัวใจ พบว่าเฉลี่ยสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์ต่อปี

นักวิเคราะห์มองว่า ขณะนี้ในประเทศจีน และอินเดีย มีภาวะโรคอ้วนที่น่าเป็นห่วงมากที่สุด ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 724,000 ล้านดอลลาร์ ในการรักษาภายในปี 2573 และเป็นกลุ่มประเทศที่ยังไม่มีมาตรการจัดเก็บภาษีเพื่อป้องกันภาวะโรคอ้วน ขณะที่บางประเทศเริ่มให้ความสนใจ เช่น สหรัฐ เป็นหัวหอกในการเคลื่อนไหวภาษีโซดาประเทศไทย บรูไน และสิงคโปร์ มีการจัดเก็บภาษีน้ำตาล ส่วนแอฟริกาใต้ก็มีแผนจะนำภาษีน้ำตาลมาใช้ในเดือนเมษายนปีหน้า ขณะที่สหราชอาณาจักรก็มีการออกกฎห้ามโฆษณาอาหารที่มีไขมัน เกลือ และน้ำตาล แก่เด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี