เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
Business ปี’70 จุดเปลี่ยนเที่ยวไทย  รับมือโลกผันผวน-การแข่งขันสูง
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ส.ค. 69) ปรับลง 0.63% อยู่ที่ 64,155 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
Economic เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%
อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
Tech อัพเดตค่าธรรมเนียม ‘Shopee-Lazada’ ล่าสุด เฉพาะ GP จ่ายสูงสุด 19.26%
CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
News CAAT แจงเกณฑ์เปิดตรวจกระเป๋าเช็กอิน ทำเฉพาะกรณีพบสิ่งต้องสงสัย
ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
World ไทยรื้อวง JTC เมียนมารอบ 10 ปี เร่งปลดล็อกการค้า ดันเป้า 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์
OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
Business OR เผยครึ่งปีแรก 2569 รายได้ เฉียด 4 แสนล้าน
CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
Finance CIMB ชี้การลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ 1.6 ล้านล้าน ช่วยหลายอุตสาหกรรมไทย มองรัฐบาลตื่นตัวออกกฎเกณฑ์
‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
Politics ‘ปลอดประสพ’ ฝากข้อคิด ‘อ.วีระ’ วอนให้เกียรติข้าราชการ ยันที่พักอุทยานฯ เน้นอิงธรรมชาติ
ดูทั้งหมด

เจาะเหตุผล Yum! Brands ตัดสินใจขาย ‘Pizza Hut’ 2.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ

18 มิ.ย. 2569 | 13:04น.
Pizza Hut พิซซ่าฮัท

Yum! Brands ตัดสินใจขาย Pizza Hut ทั่วโลกและในจีน มูลค่ารวมกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์ หลังยอดขายหลายตลาดชะลอตัว ท่ามกลางการแข่งขันรุนแรงและพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน พร้อมนำเงินลงทุนต่อยอด KFC และ Taco Bell ให้เติบโตขึ้น

นับเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งในวงการธุรกิจอาหาร เมื่อ “Yum! Brands” บริษัทเจ้าของเชนฟาสต์ฟู้ดระดับโลก ตัดสินใจขาย “Pizza Hut (พิซซ่าฮัท)” เชนร้านพิซซ่าชื่อดังระดับโลก หลังจากที่บริษัทแม่มีการทบทวนกลยุทธ์ธุรกิจ ตั้งแต่พฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ด้วยมูลค่ารวมสูงถึงกว่า 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

โดยการขายกิจการในครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

ธุรกิจ Pizza Hut ทั่วโลก (ยกเว้นจีน) ขายให้กับ LongRange Capital (บริษัท Private Equity) ในราคาประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยส่วนนี้ครอบคลุมร้านกว่า 15,500 แห่งในกว่า 100 ประเทศ

นอกจากนี้ Yum! Brands ยังมีโอกาสได้รับเงินส่วนเพิ่มตามผลประกอบการในอนาคต (Earn-out) อีกสูงสุด 75 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030

ธุรกิจ Pizza Hut ในจีน ขายให้กับ Yum China Holdings (ผู้บริหารจัดการแฟรนไชส์หลักในจีนปัจจุบัน) ในราคาประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยธุรกิจส่วนนี้มีสาขาอยู่ประมาณ 4,375 แห่งและมีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

ดีลการขายกิจการครั้งนี้ คาดการณ์ว่า Yum! Brands จะได้รับเงินสดสุทธิประมาณ 2.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (หลังหักภาษี ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง และการปรับปรุงยอดก่อนปิดดีล) ยังไม่รวมโอกาสในการได้รับเงินส่วนเพิ่มตามผลประกอบการ (Earn-out) อีก 75 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 พร้อมทั้งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (One-time Expenses) ประมาณ 85 ล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2026 เพื่อใช้ในการดำเนินการแยกธุรกิจให้เสร็จสมบูรณ์

สำหรับเงินสดที่ได้จากการขายกิจการครั้งนี้ จะนำไปลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตใน Taco Bell และ KFC และการใช้เป็นส่วนหนึ่งของการซื้อหุ้นคืน ตามที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติงบฯ ไว้สูงถึง 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนกำหนดการขายกิจการทั้ง 2 ส่วนของ Pizza Hut คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นภายในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026

ยอดขายหด-แข่งเดือด-พฤติกรรมเปลี่ยน

สำหรับภาพใหญ่ที่กระทบต่อการแข่งขันในตลาดพิซซ่าของ Pizza Hut มากที่สุด หนีไม่พ้นเรื่องของการแข่งขันของคู่แข่ง ผลประกอบการ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป โดยข้อมูลระบุว่า ยอดขายในสหรัฐอเมริกาและหลายพื้นที่ทั่วโลก (ยกเว้นจีน) ชะลอตัว โดยยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐ (Same Store Sale Growth : SSSG) ลดลงต่อเนื่อง 10 ไตรมาสติดต่อกัน และเฉพาะปี 2025 ยอดขายในสหรัฐ ลดลงถึง 5% สวนทางแบรนด์ในเครืออย่าง Taco Bell ที่ยอดขายเติบโตขึ้น 7%

ประกอบกับแบรนด์คู่แข่งและร้านสะดวกซื้อ ต่างสู้กันด้วยโปรโมชั่นและการทำระบบสั่งอาหารผ่านมือถือ ซึ่งทำให้ดึงส่วนแบ่งการตลาดไปด้วย และ Pizza Hut เอง ยังเผชิญผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและต้นทุนวัตถุดิบที่มีการปรับตัวสูงขึ้นด้วย

ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างมาก โดยเฉพาะการเติบโตของแพลตฟอร์มฟู้ดดีลิเวอรี่ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการสั่งอาหารมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดแค่การสั่งพิซซ่า รวมถึงการสนใจในเรื่องสุขภาพ จากกระแสความนิยมของยาลดน้ำหนักกลุ่ม GLP-1 ส่งผลให้ผู้บริโภคหันไปเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ดี การแข่งขันของ Pizza Hut ในตลาดโลก สวนทางกับการแข่งขันในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ Pizza Hut สามารถก้าวขึ้นเป็นร้านอาหาร Casual Dining ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ โดยมียอดขายเติบโต 4% กำไรจากการดำเนินงานเติบโต 19% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนปรับเมนูต่าง ๆ ให้เข้ากับท้องถิ่น การออกเมนูราคาประหยัด และการพัฒนาร้านรูปแบบใหม่

หันโฟกัส Taco Bell-KFC

Chris Turner ซีอีโอของ Yum! Brands เปิดเผยกับ CNBC ว่า การขาย Pizza Hut จะช่วยให้บริษัทสามารถมุ่งเน้นไปที่แบรนด์ที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า นั่นคือ แบรนด์ Taco Bell และ KFC โดย Taco Bell มียอดขายสาขาเดิมเติบโตถึง 18% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และยังมีโอกาสขยายสาขาในต่างประเทศได้อีกหลายพันแห่ง จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่นอกสหรัฐ เพียง 1,200 แห่ง

ส่วน KFC ก็เป็นแบรนด์ที่ทรงพลังระดับโลกด้วยจำนวนสาขาประมาณ 34,000 แห่ง และยังคงมีโมเมนตัมทางธุรกิจที่ดีในตลาด อีกทั้งเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา KFC Global เพิ่งประกาศแผนการปรับโฉมภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ โดยจะมีผลครอบคลุมทั่วโลก ภายในปี 2026 นี้

ผู้บริหารยังเชื่อด้วยว่า การโฟกัสที่สองแบรนด์นี้จะช่วยเร่งการเติบโตให้กับบริษัทได้อย่างมหาศาล

เทรนด์ธุรกิจสหรัฐ ดัน ‘Local Operator’ ลุยตลาดจีน

ส่วนตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เอง แม้จะมีการขายธุรกิจ Pizza Hut ในจีน ให้กับ Yum China แล้ว แต่ยังคงเดินหน้าร่วมกันในการผลักดันแบรนด์ใหญ่ที่เหลือให้เติบโตในจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่อันดับ 2 ของโลก โดยได้มีการบรรลุข้อตกลงทางการเงิน เพื่อขยายการเติบโตของ KFC ในประเทศ พร้อมทั้งเตรียมผลักดันแผนการขยายสาขา Taco Bell ในจีน

ดีลที่เกิดขึ้นกับ Pizza Hut ในจีน สอดคล้องกับเทรนด์ธุรกิจที่บรรดาบริษัทใหญ่ หันมามอบอำนาจให้บริษัทท้องถิ่นเป็นผู้บริหารแบรนด์ในท้องถิ่นนั้น ๆ เพื่อรับมือกับการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้น และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น กรณีของ General Mills ที่เพิ่งตกลงขายกิจการร้าน Haagen-Dazs ในจีน ให้กับกลุ่มทุนที่นำโดยแบรนด์ชา Ningji หรือกรณีของ Starbucks ที่ขายหุ้นใหญ่ในธุรกิจที่จีนให้กับ Boyu Capital ไปเมื่อปีที่แล้ว

ย้อนเส้นทาง แบรนด์ Pizza Hut

สำหรับ Pizza Hut เกิดขึ้นเมื่อปี 1958 มีสาขาแรกที่ Wichita, Kansas และเติบโตจนกลายเป็นเชนร้านพิซซ่าอันดับ 1 ของโลก ทั้งยอดขายและจำนวนสาขา เมื่อปี 1971

ก่อนที่ Pizza Hut ได้ถูกเข้าซื้อกิจการโดยบริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่อย่างเป๊ปซี่โค (PepsiCo) ตั้งแต่ปี 1977 และได้มีการตัดสินใจแยกธุรกิจร้านอาหาร (Spin-off) ออกมาตั้งเป็นบริษัทใหม่ เมื่อปี 1997 โดยมีแบรนด์ที่ถูกแยกออกมาร่วมกันคือ Pizza Hut, KFC และ Taco Bell

ก่อนที่บริษัทแห่งนั้นจะถูกเปลี่ยนชื่อและกลายมาเป็น “Yum! Brands” อย่างที่เรารู้จักกันในปี 2002

เรียบเรียงข้อมูลจาก Pizza Hut, Yum! Brands Press Release, Reuters, CNBC, Yahoo! Finance