เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

เปิดไส้ใน 2,120 สินค้าไทยรอด ‘ข้าว-ทูน่า-กุ้ง’ โดนภาษีมะกัน 12.5%

07 ส.ค. 2569 | 07:09น.

ท่ามกลางกระแสความกังวลว่าสินค้าไทยกำลังเผชิญภาษีสหรัฐภายใต้มาตรา 301 ในอัตรา 12.5% บวกอัตราภาษีปกติ หรือ MFN การพิจารณาเพียงตัวเลขอัตราภาษีอาจยังไม่สะท้อนผลกระทบที่แท้จริงต่อโครงสร้างการส่งออกไทยทั้งหมด เมื่อข้อมูลเชิงลึกของกระทรวงพาณิชย์ชี้ว่า สินค้าไทยที่ได้รับการยกเว้นครอบคลุมแล้ว 2,120 รายการ คิดเป็น 61.58% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐ

ขณะที่สินค้าอีกส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้มาตรา 232 และจะไม่ถูกคิดภาษีในกรอบนี้ซ้ำ ทำให้สินค้าที่ยังไม่ได้รับยกเว้นและเผชิญความเสี่ยงจริงเหลือประมาณ 28% ส่วนสินค้าที่ไทยเสียเปรียบคู่แข่งจากส่วนต่างอัตราภาษี 2.5% มีเพียง 48 รายการ โดยกระจุกตัวในเพชร เครื่องประดับ และกล้วยไม้สด สะท้อนว่าโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่การเหมารวมว่าสินค้าไทยเสียความสามารถแข่งขันทั้งกระดาน แต่ต้องเจาะเป็นรายสินค้า รายพิกัด และคู่แข่งตัวจริงในตลาดสหรัฐ

2,120 รายการรอดภาษี 301

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า มูลค่าการส่งออกไทยไปสหรัฐอยู่ที่ 91,255 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในจำนวนนี้สินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีรวม 2,120 รายการ มีมูลค่า 56,201 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 61.58% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด ส่วนสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในบัญชียกเว้นมีมูลค่า 35,000 ล้านดอลลาร์ หรือ 38.39% แต่ภายในกลุ่มดังกล่าวยังมีสินค้ามูลค่าเกือบ 7,000 ล้านดอลลาร์ที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 แล้ว จึงไม่ถูกนำมาคิดภาษีตามมาตรา 301 ซ้ำในกรอบนี้ เมื่อหักสินค้าที่ได้รับยกเว้นและสินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรา 232 ออกแล้ว สินค้าส่งออกไทยที่ยังไม่ได้รับยกเว้นและเผชิญภาษีในส่วนนี้จริงจึงเหลือประมาณ 28% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐ ไม่ใช่สินค้าส่งออกทั้งหมดตามความเข้าใจที่เกิดขึ้นจากการพิจารณาเฉพาะอัตราภาษี 12.5%

โครงสร้างดังกล่าวทำให้การประเมินผลกระทบของมาตรา 301 ต้องแยกสินค้าออกเป็นอย่างน้อย 3 ส่วน ได้แก่ สินค้าที่ได้รับการยกเว้นแล้ว สินค้าที่อยู่ภายใต้มาตรการภาษีอื่นของสหรัฐ และสินค้าที่ยังไม่ได้รับยกเว้นจริง เพราะแต่ละกลุ่มเผชิญต้นทุนภาษีไม่เหมือนกัน

“ข้าว-ทูน่า-กุ้ง” ไม่ได้ยกเว้น

ในสัดส่วนสินค้า 28% ที่ไม่ได้รับยกเว้น มีทั้งสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตร โดยสินค้ากลุ่มเกษตรและอาหารที่ถูกระบุว่าได้รับผลกระทบ ได้แก่ อาหารสุนัขและแมว ข้าวสาร ปลาทูน่า กุ้ง ซอส และเครื่องปรุงรส ซึ่งยังอยู่ภายใต้อัตรา 12.5% บวก MFN ข้อมูลของกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า สินค้าเกษตร 10 อันดับแรกในกลุ่มดังกล่าวมีมูลค่ารวม 2,930 ล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 3.21% ของมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐทั้งหมด ตัวเลขนี้สะท้อนว่า แม้สินค้าอาหารและเกษตรบางกลุ่มจะได้รับแรงกดดันโดยตรง แต่ขนาดผลกระทบเมื่อเทียบกับมูลค่าส่งออกไทยไปสหรัฐทั้งหมดยังอยู่ในวงจำกัด 

สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม กลุ่มที่มีมูลค่าส่งออกสูง เช่น ยางรถยนต์ ยางรถบรรทุก กล้องถ่ายภาพ เครื่องปรับอากาศ ล้อและวงล้อรถยนต์ ส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้มาตรา 232 อยู่แล้ว ขณะที่สินค้าที่ไม่ได้อยู่ภายใต้มาตรา 232 และยังเผชิญอัตรา 12.5% ได้แก่ เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับโลหะ และกระเบื้อง ดังนั้น ผลกระทบที่แท้จริงจึงไม่ได้กระจายตัวเท่ากันทุกอุตสาหกรรม แต่จะหนักเบาตามพิกัดสินค้า ฐานภาษีเดิม และมาตรการอื่นที่สินค้าแต่ละชนิดถูกบังคับใช้อยู่ก่อนแล้ว

48 รายการโดนภาษีสูงกว่าคู่แข่ง

อีกประเด็นที่ต้องแยกออกจากภาพรวมคือ ผลกระทบจากการที่บางประเทศได้อัตราภาษี 10% ขณะที่ไทยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม 12.5% บวก MFN ทำให้เกิดส่วนต่าง 2.5% โดยวิเคราะห์ว่า ในบรรดาสินค้าที่ประเทศคู่แข่งได้รับการยกเว้นเพิ่มเติมเป็นรายประเทศ มีสินค้าไทยที่ส่งออกไปสหรัฐเหมือนกัน แต่ไทยยังไม่ได้รับยกเว้นเพียง 48 รายการ มูลค่าประมาณ 290.29 ล้านดอลลาร์ กลุ่มสินค้าสำคัญ ได้แก่ เพชร เครื่องประดับ และกล้วยไม้สด

สำหรับกล้วยไม้สดมีมูลค่าส่งออกไม่ถึง 10 ล้านดอลลาร์ และลักษณะสินค้าไม่ได้เป็นสินค้ามาตรฐานเดียวกันทั้งหมด เพราะกล้วยไม้ไทยและกล้วยไม้จากประเทศคู่แข่งมีความแตกต่างด้านสายพันธุ์ รูปแบบ และความต้องการของตลาด ส่วนต่างภาษี 2.5% จึงอาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่กำหนดการตัดสินใจซื้อของผู้นำเข้า อย่างไรก็ตามสินค้าทั้ง 48 รายการยังเป็นกลุ่มที่ต้องติดตามเป็นรายสินค้า เพราะผู้ประกอบการบางรายอาจมีอัตรากำไรต่ำและไม่สามารถรับภาระต้นทุนเพิ่มได้ แม้มูลค่ารวมเมื่อเทียบกับการส่งออกทั้งหมดจะไม่สูงก็ตาม

จีน-เวียดนามโดนภาษีเท่าไทย

นางอารดากล่าวว่า เมื่อพิจารณาสินค้าส่งออก 30 อันดับแรกของไทยไปสหรัฐ คู่แข่งที่ปรากฏเกือบทุกกลุ่มคือจีนและเวียดนาม ส่วนอินโดนีเซีย มาเลเซีย และกัมพูชา เป็นคู่แข่งโดยตรงเพียง 3-4 รายการ จีนเผชิญมาตรการภาษีจากสหรัฐหลายคดีและมีอัตราภาษีสูงกว่าไทย ขณะที่เวียดนามถูกเก็บภาษีในคดีแรงงานบังคับที่ 12.5% เท่ากับไทย และเผชิญการไต่สวนภายใต้มาตรา 301 รวม 3 คดี เทียบกับไทยที่เผชิญ 2 คดี

“คู่แข่งหลักของไทยคือจีนและเวียดนาม ในสินค้าส่งออก 30 อันดับแรกมีจีนและเวียดนามอยู่เกือบทุกกลุ่ม ขณะที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย และกัมพูชาเป็นคู่แข่งเพียงประมาณ 3-4 รายการ”

จุดวัดความสามารถแข่งขันจึงไม่ควรอยู่ที่ว่าไทยได้อัตราต่ำที่สุดหรือไม่ แต่ต้องพิจารณาว่าอัตราภาษีสุดท้ายของไทยแตกต่างจากคู่แข่งหลักของสินค้าแต่ละชนิดมากเพียงใด เพราะการยอมรับเงื่อนไขเพิ่มเติมเพื่อให้ได้อัตราต่ำสุดอาจไม่คุ้มกับผลกระทบต่อผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชนในประเทศ

ย้ำเป้าหมายภาษีไม่เกิน 19%

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า เป้าหมายของทีมไทยแลนด์คือ ควบคุมภาระภาษีรวมไม่ให้สูงกว่ากรอบ 19% ที่เคยตกลงไว้ และไม่แตกต่างจากประเทศคู่แข่งหลักมากเกินไป พร้อมผลักดันให้สินค้าไทยได้รับการยกเว้นเพิ่มจาก 2,120 รายการที่มีอยู่ อย่างไรก็ตามการเร่งปิดการเจรจา ART ด้วยการยอมรับเงื่อนไขทั้งหมดตามข้อเสนอของสหรัฐอาจไม่ใช่คำตอบ เพราะยังมีประเด็นอ่อนไหวบางส่วนที่ไทยไม่สามารถยอมรับได้ โดยหลักการเจรจาต้องรักษาคุณภาพชีวิตและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการ เกษตรกร และประชาชน

โจทย์ในระยะต่อไปจึงต้องเปลี่ยนจากการถกเถียงว่า ไทยถูกเก็บภาษี 10% หรือ 12.5% ไปสู่การจัดทำบัญชีผลกระทบเป็นรายพิกัด เร่งขอยกเว้นสินค้าที่มีความเปราะบาง และออกมาตรการช่วยเหลือเฉพาะกลุ่ม โดยเฉพาะสินค้าเกษตร อาหาร ประมง เครื่องประดับและผู้ประกอบการที่มีอัตรากำไรต่ำ เพราะภายใต้ระบบภาษีสหรัฐที่ซ้อนกันหลายชั้น ตัวเลขบนพาดหัวอาจไม่ใช่ต้นทุนสุดท้าย และสัดส่วนสินค้าที่ได้รับผลกระทบจริงอาจสำคัญกว่าอัตราภาษีที่ประกาศเสียอีก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ภาษี