ไทยฮอนด้ารุก ‘มอเตอร์ไซค์ EV’ ผลิต 3 แสนคันผุดหัวชาร์จทั่วไทย
ไทยฮอนด้าเผยแผนธุรกิจรุกตลาดมอเตอร์ไซค์ EV ตอกย้ำไทยฐานผลิตสำคัญ หลังนโยบายชัดพร้อมเดินหน้าลงทุนเสริมความแข็งแกร่ง “อินฟราสตรักเจอร์” ลุยขายปีหน้า “หมื่นคัน” ขยายสถานีชาร์จ-สวอปแบตเตอรี่ครบทุกจังหวัด ส่ง 4 รุ่นใหม่-บิ๊กไบก์อีวี Honda WN7 เสริมทัพ ตั้งเป้ายอดขายปีนี้แตะ 1.43 ล้านคัน
นายมาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้บริษัทกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดในอนาคต
จากสถานการณ์ปัจจุบันจะเห็นว่าตลาดรถจักรยานยนต์อีวียังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และการที่ประเทศไทยจะไปสู่เป้าหมายตามแผน 30@30 นั้นอาจจะต้องใช้กำลังอีกพอสมควร แต่สำหรับไทยฮอนด้าในฐานะผู้นำตลาดบริษัทพร้อมเดินหน้าเพื่อจะผลักดันและขับเคลื่อนตลาดรถจักรยานยนต์อีวีในประเทศไทยให้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น
ดันไทยฐานผลิตจักรยานยนต์อีวี
บริษัทมีแผนการตลาดไว้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว โดยเฉพาะในส่วนของการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถจักรยานยนต์อีวี ซึ่งไทยฮอนด้าจะมีการลงทุนเพิ่มเติมในอนาคต โดยจะเป็นการปรับปรุงสายการผลิตเพื่อให้รองรับกับรถจักรยานยนต์อีวี รวมถึงความพยายามเพื่อจะใช้ชิ้นส่วนในประเทศเพิ่มมากขึ้น
สำหรับรถจักรยานยนต์อีวีนั้น ชิ้นส่วนสำคัญคือมอเตอร์และแบตเตอรี่ ที่ปัจจุบันยังนำเข้ามาจากต่างประเทศ อนาคตหากจะให้เกิดความคุ้มทุนและผลักดันให้รถจักรยานยนต์อีวีเกิดขึ้นได้ ไทยฮอนด้าคาดว่าต้องมียอดผลิตไม่น้อยกว่า 200,000-300,000 คัน
โดยในปี 2570 บริษัทตั้งเป้าผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์อีวีไม่น้อยกว่า 10,000 คัน ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายรถอีวีไว้ที่ 4,000 คัน โดยในช่วง 6 เดือนแรกขายไปได้แล้ว 1,800 คัน แบ่งเป็นรุ่น Honda CU3 จำนวน 1,000 คัน และ Honda CUV:e จำนวน 800 คัน

ขยายสถานีชาร์จ-สวอปแบตฯ
นายฮามามัตสึยังกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภายในปีนี้ไทยฮอนด้าเตรียมแนะนำรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ออกสู่ตลาดประเทศไทยอีก 1 รุ่น คือ รถจักรยานยนต์บิ๊กไบก์ไฟฟ้าอย่าง Honda WN7 และคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย
เพื่อผลักดันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างยั่งยืน ไทยฮอนด้ามีนโยบายในการเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายอินฟราสตรักเจอร์ต่าง ๆ สถานีชาร์จและสถานีสวอปแบตเตอรี่ ให้เพียงพอและครอบคลุมกับจำนวนของรถจักรยานยนต์อีวีที่บริษัทจำหน่ายออกไปด้วย เบื้องต้นบริษัทจะขยายให้ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดภายในปี 2570 จากปัจจุบันที่มีให้บริการอยู่ใน 16 จังหวัด 49 พื้นที่ มี 200 หัวชาร์จ

ยํ้ากำลังผลิต 1.75 ล้านคัน
ประธานกรรมการบริหารยังได้ย้ำถึงความชัดเจนว่า ประเทศไทยถือเป็นตลาดที่สำคัญของฮอนด้า เช่นเดียวกับเวียดนาม ทั้งนี้ฮอนด้าไม่ได้มีนโยบายแบ่งแยกว่าโรงงานในประเทศใดประเทศหนึ่งจะต้องผลิตรถจักรยานยนต์เท่านั้น แต่ฮอนด้าพิจารณาจากความต้องการของลูกค้า และพยายามผลิตรถเพื่อตอบสนองตามต้องการของลูกค้ามากกว่า
“ที่ไหนมีตลาดฮอนด้าเราก็จะไปที่นั่น วันนี้ต้องยอมรับว่าการใช้ชิ้นส่วนผลิตรถจักรยานยนต์อีวี และไอซีอี มีความแตกต่างกัน วิธีการผลิตและการลงทุนรถทั้งสองแบบก็แตกต่างกัน โรงงานในไทยมีไลน์ผลิต Honda CU3 และ CUV:e ฮอนด้าจะเดินหน้าลงทุนอินฟราสตรักเจอร์เพื่อเตรียมพร้อมรองรับตลาดอีวีที่จะโตเพิ่มขึ้น และแน่นอนขณะนี้เราพิจารณาถึงการลงทุนเพิ่มเติม ปัจจุบันโรงงานมีกำลังผลิตที่ 1.75 ล้านคัน มีศักยภาพในการผลิตรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และอีวี (EV)”
เป้าทั้งปีกวาดยอด 1.43 ล้านคัน
ขณะที่ภาพรวมของตลาดรถจักรยานยนต์ในปีนี้ นายฮามามัตสึกล่าวว่า คาดว่ายอดขายโดยรวมโต 4% เป็น 1.73-1.77 ล้านคัน จากเดิมคาดว่าอยู่ที่ 1.69-1.73 ล้านคัน ส่วนไทยฮอนด้าปรับเป้าหมายยอดขายเป็น 1.4-1.43 ล้านคัน โต 2% จากเดิมที่ 1.36-1.4 ล้านคัน แม้ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่เชื่อว่าไทยฮอนด้ายังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดฮอนด้าได้เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ได้แก่ Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition, Honda Giorno x Pixar Buzz Lightyear, Honda PCX160 รุ่นพิเศษ, Honda Click 160 รุ่นพิเศษ ออกสู่ตลาด