เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ดูทั้งหมด

ดอลลาร์กลับมาแข็งค่า ตลาดจับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า

10 มิ.ย. 2565 | 18:15น.

ดอลลาร์สหรัฐกลับมาแข็งค่า ตลาดจับตาประชุมเฟดสัปดาห์หน้า 14-15 มิ.ย. คาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ขณะที่ปัจจัยในประเทศ เงินเฟ้อ 5 เดือนของไทยปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.19% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศที่เงินเฟ้อสูงขึ้น

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการณ์เคลื่อนไหวของตลาดปริวรรตเงินตราระหว่างวันที่ 6-10 มิถุนายน 2565 ดัชนีดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินหลักในตลาดยังคงทรงตัวอยู่ในระดับแข็ง โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรในวันศุกร์ (3/6) ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 390,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 325,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.6%

โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานสหรัฐยังอยู่ในภาวะที่ตึงตัว และน่าจะเป็นปัจจัยหนุนให้ทางเฟดสามารถดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปในเดือนมิถุนายน และกรกฎาคมได้ นอกจากนั้นแล้ว ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังได้รับแรงหนุนจากความเห็นของนางลอเร็ตตา เมสเตอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ซึ่งกล่าวในการประชุมสภาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจฟิลาเดลเฟียว่า เธอไม่สนับสนุนให้เฟดยุติการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกันยายน และเตือนว่าอัตราการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเร็วขึ้นหรือช้าลงนับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไปนั้น ขึ้นอยู่กับทิศทางของอัตราเงินเฟ้อ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ดีดตัวสู่ระดับ 3.032% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.182% อย่างไรก็ดี ค่าเงินดอลลาร์ได้ลดการแข็งค่าลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี (9/6) จากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินยูโร ก่อนที่จะปรับแข็งค่าขึ้นอีกครั้งในเวลาถัดมา

ทั้งนี้คาดว่า นักลงทุนจะจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐประจำเดือนพฤษภาคมที่จะมีการเปิดเผยในคืนวันนี้ (10/6) โดยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้น 8.2% ซึ่งชะลอตัวลงจากเดือนเมษายน ที่ขยายตัว 8.3%

ตลาดจับตาประชุมเฟด 14-15 มิ.ย.

นอกจากนั้นแล้วคาดว่า ตลาดจะจับตาการประชุมเฟดในวันที่ 14-15 มิถุนายน โดยคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ในการประชุมดังกล่าว รวมทั้งในการประชุมเดือนกรกฎาคมเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (6/6) ที่ระดับ 34.38/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดี (2/6) ที่ระดับ 34.34/36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และทยอยอ่อนค่าลงเรื่อย ๆ ระหว่างสัปดาห์จากการแข็งค่าขึ้นของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ

โดยในช่วงต้นสัปดาห์ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือนพฤษภาคมที่ระดับ 106.62 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.10% และเพิ่มขึ้น 1.40% จากเดือนเมษายน ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อ 5 เดือนแรกของปี 2565 เฉลี่ยอยู่ที่ 5.19% ซึ่งอัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤษภาคม 2565 ของไทยเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศที่เงินเฟ้อสูงขึ้น

นอกจากนี้ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า สรท.ปรับขึ้นคาดการณ์การส่งออกไทยทั้งปีเป็นโต 5-8% จากเดิมอยู่ที่ 5% โดยช่วงเวลาที่เหลืออีก 8 เดือน (พ.ค.-ธ.ค. 65) หากจะให้การส่งออกปีนี้ขยายตัวได้ 5% ต้องมีการส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 23,446 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้การส่งออกมีมูลค่ารวมทั้งปี 284,797 ล้านดอลลาร์ แต่หากต้องการให้ขยายตัวได้ 8% ต้องผลักดันให้มีการส่งออกให้ได้เฉลี่ยเดือนละ 24,802 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าการส่งออกรวมทั้งปีเพิ่มเป็น 292,934 ล้านดอลลาร์

คาดกนง.ขึ้นดอกเบี้ยครั้งหน้า 0.25%

ในวันพุธ (8/6) คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 4 ต่อ 3 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 0.50% ต่อปี ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอีกไม่ช้า สวนทางกับการประชุมในครั้งก่อนที่คณะกรรมการมีมติเป็นเอกฉันทให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม โดยผลการประชุมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า การดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากในปัจจุบันจะมีความจำเป็นลดลงในระยะข้างหน้า

ในขณะที่นักวิเคราะห์ คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายครั้งละ 0.25% ในทุกการประชุมที่เหลือของปี 2565 ซึ่งได้แก่ เดือนสิงหาคม กันยายน และพฤศจิกายน และจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายกลับเข้าสู่ระดับก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของไวรัสที่ 1.25% ณ สิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.50%

ทั้งนี้ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินบาทมีการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.29-34.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดในวันศุกร์ (10/6) ที่ระดับ 34.70/72 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดในวันจันทร์ (6/6) ที่ระดับ 1.0720/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดี (2/6) ที่ระดับ 1.0687/89 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยในช่วงต้นสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในเชิงแข็งค่าตามการคาดการณ์ของนักลงทุนในตลาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจจะส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมที่มีขึ้นในวันพฤหัสบดี (9/6)

ECB ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ก.ค.นี้

โดยค่าเงินยูโรได้ปรับขึ้นไปแข็งค่าที่ระดับ 1.0716 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนที่การประชุม ECB จะเสร็จสิ้นลง และอ่อนค่าลงอย่างมากภายหลังจากที่การประชุมจบลงตามแรงขายทำกำไรของนักลงทุน โดย ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์ (อัตราดอกเบี้ยนโยบาย) ที่ระดับ 0% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ ECB ที่ระดับ -0.50% ขณะที่คงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระดับ 0.25%

แต่ได้ส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคม ซึ่งจะเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ตามที่ตลาดคาดไว้เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อ

ECB ระบุว่า “ECB มีความประสงค์ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนกรกฎาคม และปรับขึ้นอีกครั้งในเดือนกันยายน ซึ่งหากเงินเฟ้อในระยะกลางยังคงมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% ในเดือนกันยายน ซึ่งหากเงินเฟ้อในระยะกลางยังคงมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อไป ก็จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% ในเดือนกันยายน ส่วนหลังจากเดือนกันยายน ECB จะดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป”

ขณะเดียวกัน ECB ระบุว่า จะยุติการซื้อพันธบัตรภายใต้โครงการ Asset Purchase Programme (APP) ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเร็วกว่าที่ระบุไว้ก่อนหน้านี้ โดยจะปูทางสำหรับการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนกรกฎาคมเพื่อสกัดเงินเฟ้อในยูโรโซนที่พุ่งแตะระดับ 8.1% ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2540

ชี้หากกดเงินเฟ้อไม่ลง ก.ย.ขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบ

ด้านนางคริสติน ลาการ์ด ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) กล่าวว่าหากตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อของ ECB ในเดือนกันยายนส่งสัญญาณว่าเงินเฟ้อจะพุ่งขึ้นไม่ต่ำกว่า 2.1% ในปี 2567 ทาง ECB ก็จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 0.25% ในเดือนกันยายน ทั้งนี้ในระหว่างสัปดาห์ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวในกรอบ 1.0609-1.0716 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดในวันศุกร์ (10/6) ที่ระดับ 1.0623/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันจันทร์ (6/6) ที่ระดับ 130.75/77 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในประเทศไทยเมื่อวันพฤหัสบดี (2/6) ที่ระดับ 129.76/78 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินเยนได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการที่นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกมาให้ความเห็นว่าการใช้นโยบายคุมเข้มด้านการเงินไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสมสำหรับ BOJ ในเวลานี้ เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงอยู่ในช่วงการฟื้นตัวจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

โดยระหว่างสัปดาห์ค่าเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องโดยร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี บริเวณกรอบบนของ 134 เยนต่อดอลลาร์ จากการลดการถือครองเงินเยนของนักลงทุนภายหลังจากที่ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรของญี่ปุ่นและสหรัฐปรับตัวกว้างขึ้น ขณะที่ระหว่างสัปดาห์ ค่าเงินเยนมีความเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 130.41-134.55 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดในวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 133.58/61 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ