เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (7 ต.ค. 69) ปรับลง 0.42% อยู่ที่ 85,491 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (7 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
ดูทั้งหมด

กลยุทธ์ Meta สร้างคนด้วยวัฒนธรรม Hybrid

16 มิ.ย. 2565 | 11:04น.
Meta

รายงาน State of Small Business ที่จัดทำโดย “Meta” (เมตา) ฉบับล่าสุดเผยแพร่เมื่อเดือนมีนาคม 2565 นับเป็นข้อมูลเชิงลึกจากการสำรวจธุรกิจขนาดเล็ก จำนวน 23,840 ราย ใน 30 ประเทศ เมื่อเดือนมกราคม 2565 โดยรายงานระบุว่า ร้อยละ 20 ของธุรกิจขนาดเล็กทั่วโลกต้องปิดตัวลง เป็นผลมาจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 และในบรรดาธุรกิจที่ยังคงมีการดำเนินงานนั้น ต่างปรับตัวเข้าสู่นิวนอร์มอล และมีการใช้เครื่องมือดิจิทัลเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้น ผลสำรวจยังระบุอีกว่า ร้อยละ 81 ของธุรกิจได้นำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำงาน ขณะที่ร้อยละ 25 เลือกที่จะดำเนินธุรกิจแบบดิจิทัลเท่านั้น ที่น่าสนใจคือ มีเพียงร้อยละ 10 ที่ตั้งใจจะดำเนินธุรกิจดิจิทัลอย่างเดียว ภายหลังจากที่โรคระบาดสิ้นสุดลง

สำหรับ Meta ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเฟซบุ๊ก, อินสตาแกรม และวอตส์แอปป์ กับบริษัทย่อยอื่น ๆ ได้เตรียมพร้อมสำหรับการทำงานแบบผสมผสาน (hybrid) ที่ต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อการทำงานที่ยืดหยุ่นมาระยะหนึ่งแล้ว

เรเชล เบอร์ตัน

“เรเชล เบอร์ตัน” ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรมนุษย์ของ Meta APAC กล่าวว่า ที่ผ่านมา Meta ให้พนักงานสามารถทำงานแบบทางไกล (remote work) ซึ่งเป็นรูปแบบที่อนุญาตให้พนักงานสามารถทำงานจากสถานที่ต่าง ๆ นอกสำนักงานของบริษัทได้ หรือสามารถทำงานจากบ้าน (work from home) ได้อย่างถาวร

โดยล่าสุด Meta มีการลงทุนระยะยาวกับรูปแบบการทำงานแบบ hybrid ซึ่งพนักงานสามารถทำงานในสำนักงานของบริษัทได้ในบางเวลา และจากสถานที่อื่น ๆ ได้ในอีกบางเวลา ไม่ว่าจะเป็นจากที่บ้าน หรือพื้นที่ทำงานอื่น โดยใช้เวลาในออฟฟิศประมาณ 50% เพราะการพบปะกันยังคงเป็นส่วนสำคัญของการสร้างวัฒนธรรมองค์กร

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่เท่าเทียมกันสำหรับพนักงานทุกคน จึงต้องการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ไม่ได้จำกัดสถานที่ และพนักงานสามารถเติบโตได้ไม่ว่าจะทำงานอยู่ที่ใด ซึ่งการทำงานแบบ hybrid ยังเป็นการสร้าง talent pool รวมกลุ่มพนักงานที่เป็นคนเก่ง มีศักยภาพ ในแบบที่บริษัทต้องการจากทุกพื้นที่อีกด้วย

“การทำงานทางไกลกับการสร้างบรรยากาศการทำงานที่มีชีวิตชีวาไม่ใช่สิ่งที่เราต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะ Meta เชื่อว่าเราสามารถสร้างทั้ง 2 สิ่งนี้ไปพร้อมกัน และทำให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ เพื่อสร้างประสบการณ์การทำงานที่ดีให้กับพนักงาน ทำให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมและอยากทำงาน

ยกตัวอย่างช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก เราลงทุนและนำ Workplace ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ระดับองค์กรมาปรับใช้ในการดำเนินงาน อีกทั้งยังจัดหาอุปกรณ์พอร์ทัล (portal) สำหรับวิดีโอคอลให้กับพนักงาน เพื่อให้ประสบการณ์การทำงานจากบ้านที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้พนักงานสามารถเชื่อมต่อกับทีมและครอบครัวของพวกเขาได้”

ทั้งนี้ การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อพนักงานในระยะยาว เป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของ Meta ที่จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างดีในสายอาชีพของตัวเอง ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม สำหรับอนาคตการทำงาน (the future of work) ของ Meta นั้น บริษัทวางแนวทางไว้ 4 ข้อด้วยกัน ประกอบด้วย

หนึ่ง ให้ความสำคัญกับกลุ่มคนเป็นอันดับแรก – คนเป็นหัวใจของธุรกิจ ดังนั้น ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับพนักงาน และความไว้วางใจกันคือศูนย์กลางของการทำงานร่วมกันที่ดี ภาคธุรกิจต้องปรับวิธีการทำงานให้เหมาะสมเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมายและเข้มแข็ง

สอง สร้างผลลัพธ์ที่เท่าเทียมกัน – บริษัทต้องดูแลให้แน่ใจว่าทุกคนมีสิทธิมีเสียงในการแสดงความคิดเห็น สามารถมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย และมีโอกาสเติบโตในอาชีพการงานไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหน

สาม ออกแบบด้วยความตั้งใจ – ต้องพิจารณาว่าจะจัดการงาน เวลา และความสัมพันธ์อย่างไร เพื่อให้สามารถคาดการณ์อนาคตได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมถึงการแนะนำพนักงานและทีมต่าง ๆ เกี่ยวกับการจัดการเวลาทำงานที่ต้องโฟกัส (focus time) รวมถึงการเชื่อมต่อกันเพื่อให้พนักงานทำงานให้ดีที่สุด

สี่ ทดลองและทำซ้ำ – Meta กำลังสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงไม่คาดหวังว่าจะหาคำตอบให้กับความท้าทาย ปัญหา และโจทย์ทั้งหมดในทันที บริษัทจึงเลือกทำตามแนวทางที่ได้รับจากการเรียนรู้ และการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะเชื่อว่าการพัฒนาจากต้นแบบและการทำซ้ำ รวมไปถึงการเรียนรู้ เป็นหนทางเดียวที่จะนำไปสู่จุดหมายได้

“เรเชล เบอร์ตัน” กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ Meta อยู่ที่จุดเริ่มต้นของการเดินทางเพื่อสร้างการเชื่อมต่อทางสังคมในระดับที่ล้ำหน้าขึ้น หรือที่รู้จักกันในนาม เมตาเวิร์ส (metaverse) ซึ่งมีศักยภาพที่จะช่วยปลดล็อกการเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ทั้งในด้านการสร้างสรรค์ สังคม และเศรษฐกิจ

การสร้างเมตาเวิร์สให้เป็นจริง ต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่าง ๆ นักพัฒนา ครีเอเตอร์ และรัฐบาลผู้กำหนดนโยบาย สำหรับ Meta เรายังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และความสามารถด้านเทคโนโลยี รวมถึงการเติบโตตลอดทั้งธุรกิจ

และในขณะที่ Meta กำลังเริ่มต้นสร้างเมตาเวิร์สนั้น ความต้องการบุคลากรที่มีความสามารถเฉพาะทางสูง โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่าง VR/AR คือหนึ่งในความสำคัญอันดับต้น ๆ ของบริษัท โดยคนที่บริษัทมองหาเป็นคนที่มีแพชชั่นในการสร้างความแตกต่าง และอยากเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเมตาเวิร์ส

นอกจากการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อพนักงานในระยะยาว Meta เรายังให้ความสำคัญกับสังคมด้วย โดยเฟซบุ๊ก ประเทศไทย (Facebook Thailand) มีการลงทุนเพิ่มทักษะด้านดิจิทัลทางธุรกิจ ผ่านโครงการ Boost with Facebook Thailand ซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่องเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย

ด้วยทักษะดิจิทัลที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ผลิตภาพ และการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเศรษฐกิจดิจิทัลที่กำลังเร่งตัวขึ้นในประเทศไทย โดย Boost with Facebook เข้าถึงผู้ประกอบการกว่า 4,000 รายทั่วประเทศ นับตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการในปี 2562”

นอกจากนั้น ยังมีโครงการ We Think Digital Thailand เพื่อสร้างทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่เปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2564 ผ่านมา ในฐานะโครงการการรู้หนังสือที่เน้นการเตรียมความพร้อมให้คนไทย รวมถึงผู้คนจากชุมชนชายขอบ

ด้วยการมอบทักษะดิจิทัลที่ต้องการ (รวมถึงความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว การเอาใจใส่ และการคิดเชิงวิพากษ์) เพื่อช่วยให้พวกเขาได้รับประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัย มีข้อมูลข่าวสาร และเป็นไปในเชิงบวก

ที่สำคัญ Facebook Thailand ยังทำงานร่วมกับพาร์ตเนอร์ในประเทศไทยกว่า 40 หน่วยงาน รวมทั้งองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGOs) กลุ่มประชาสังคม และหน่วยงานภาครัฐ และทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล และนักวิชาการในการให้ความรู้และฝึกอบรมบุคลากรครู ผู้นำคนรุ่นใหม่และนักศึกษามหาวิทยาลัย

เพื่อให้พวกเขากลายเป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีทักษะในการสร้างอีโคซิสเต็มออนไลน์ที่เปี่ยมไปด้วยศักยภาพ ปัจจุบันเรามีการฝึกอบรมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ครู และผู้สูงอายุกว่า 4,200 รายทั่วประเทศผ่านความร่วมมือต่าง ๆ กับโรงเรียน มหาวิทยาลัยและภาคประชาสังคม

นับว่าแนวการทำงานของ Meta จะช่วยให้ทุกคนสามารถทำงานอย่างดีที่สุดในสายอาชีพของตัวเอง ไม่ว่าจะทำงานจากที่ไหนก็ตาม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Metaverse เมตาเวิร์ส