เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
Economic น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ
กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
Biz Movement กรมการแพทย์ย้ำดูแลผู้สูงอายุด้วยความเข้าใจ
“เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
Biz Movement “เคาะค่าเหยียบแผ่นดิน” 450 บาท หวังโกย 8 พันล้าน ททท. ลุยดันต่างชาติทะลุ 33 ล้านคน
รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Politics รัฐบาลดึง ‘เนเน่’ แขกพิเศษ นายกฯ โชว์พลังเสียงต้อนรับ 400 ผู้นำการเงินโลก
Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
Politics Thai PBS เกิดขึ้นได้อย่างไร? ย้อนที่มาจาก ‘ทีวีเสรี’ สู่ ‘สื่อสาธารณะ’
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ดูทั้งหมด

น้ำท่วมกดดันเศรษฐกิจ 2 ปี เสี่ยงปิดกิจการ-ชงรัฐบาลมืออาชีพ

07 ต.ค. 2569 | 06:45น.

น้ำท่วมใหญ่ 2569 ยืดเยื้ออีก 2 ปี ทุบซ้ำพิษเศรษฐกิจโลก-สงครามการค้า-ปัญหาตะวันออกกลาง เวิลด์แบงก์ประเมินเอลนีโญ เพิ่มปัจจัยลบ-เสี่ยงกดดันรุนแรงยาวถึงปี 2570 คาดเสียหาย 6.2 หมื่นล้าน หุ้นช็อกเทขายระยะสั้น “ทีดีอาร์ไอ” ชงรื้อระบบแผน-ผังเมือง ต้องการรัฐบริหารมืออาชีพ “สวนทุเรียน-โรงงาน” จมน้ำ ภาคตะวันออกเกษตรเสียหาย 6.4 แสนไร่ สะเทือนผลผลิตฤดูกาลหน้า “อนุทิน” เร่งจ่ายเงินเยียวยา สั่งมอนิเตอร์พื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรายงานสถานการณ์ในพื้นที่ 27 จว. (ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก) 126 อำเภอ 999 ตำบล 7,379 หมู่บ้าน และกรุงเทพมหานคร ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,149,285 ครัวเรือน 3,143,962 คน ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่บางจุดยังคงวิกฤต และระดับน้ำยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

นายกฯ สั่งเฝ้าระวังภาคใต้ 4-14 ต.ค.

ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย และแจ้งที่ประชุมว่า หลายสถานการณ์คลี่คลายแล้วและอยู่ในระหว่างเฝ้าระวังสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง 

นายอนุทินกล่าวว่า นอกจากนี้อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะต้องมีการเตรียมการ คือเตรียมพร้อมรับมือกับแนวโน้มสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ ในช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 4-14 ต.ค. ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยาและกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอัพเดตสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบและต้องย้ำเตือนกันอีกที  

“ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก และอย่าให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้จะต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์ฝนเป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา” 

น้ำท่วม

เร่งจ่ายเงินเยียวยา

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ส่วนเรื่องการเยียวยาได้รับรายงานจากทางปลัดกระทรวงมหาดไทยว่ารายชื่อเริ่มเข้ามาแล้ว และมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณ 600 กว่าราย และเริ่มทยอยโอนเงินไปเรื่อย ๆ ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่จะต้องสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. ขอให้เร่งดำเนินการด้วยความรอบคอบ อย่าให้มีการซ้ำซ้อนและล่าช้า เนื่องจากงบประมาณเยียวยาได้จัดสรรให้ทาง ปภ. และ ปภ.ได้โอนงบประมาณนี้ไปยังธนาคารพร้อมจ่ายแล้ว จึงขอให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็วที่สุด ไม่ต้องรอสถานการณ์เรียบร้อยเสียก่อนจึงจ่าย  

เวิลด์แบงก์คาดเสียหาย 62,000 ล้าน 

ในรายงานการอัพเดตเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก เผยแพร่เมื่อ 6 ตุลาคม 2569  กลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ศึกษาวิเคราะห์ทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจระยะใกล้ของภูมิภาค และบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการพลิกโฉมกำลังแรงงานและเศรษฐกิจของภูมิภาคในอนาคต แม้ผลดังกล่าวจะยังกระจายตัวไม่ทั่วถึงก็ตาม 

ความเสี่ยงต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ในไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 และปี 2570 ค่อนข้างเอนเอียงไปในทางลบมากขึ้น หรือมีโอกาสที่จะเกิดผลกระทบเชิงลบมากยิ่งขึ้น ได้แก่ 1) ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น หรือความตึงเครียดทางการค้าทั่วโลก รวมถึงภาษีนำเข้าของสหรัฐที่สูงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการค้า ทำให้การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ซบเซาอยู่แล้วยิ่งแย่ลง ทั้งนี้ การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยบวกหลัก ซึ่งมีศักยภาพที่จะเพิ่มผลผลิตและการเติบโตในระยะยาว

2) ความเสี่ยงต่อความยากจนได้กระจุกตัวอยู่ในภาคเกษตรกรรม ซึ่งคิดเป็น 45.5% ของคนยากจนทั้งประเทศ ปรากฏการณ์เอลนีโญ  (El Nino) รุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2569 และต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570 อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกลุ่มนี้ โดยคาดการณ์ความเสียหายทางการเกษตรสูงถึง 62,000 ล้านบาท และรายได้ลดลงประมาณ 8% เกษตรกรรายย่อยที่อาศัยน้ำฝนและอยู่นอกระบบชลประทานจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ในขณะที่หนี้ครัวเรือนที่สูงถึงเกือบ 87% ของ GDP ทำให้มีกันชนจำกัดในการรองรับผลกระทบจากรายได้ทางการเกษตรที่ลดลง

อาจเห็น GDP ต่ำกว่าคาดการณ์

ฟรานซิสกา โอห์นซอร์เก หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลก ชี้ถึงปรากฏการณ์เอลนีโญเป็นหนึ่งในสามปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตในระดับภูมิภาค นอกจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI ชะลอลง ราคาพลังงานที่สูงต่อเนื่อง ซึ่งปรากฏการณ์เอลนีโญอาจรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ “แม้เราจะคาดการณ์อยู่แล้วว่าผลผลิตทางการเกษตรจะได้รับผลกระทบจากเอลนีโญ แต่เราอาจประเมินความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในปีนี้ต่ำเกินไป”   

ทั้งนี้ มีรูปแบบหนึ่งที่เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์เอลนีโญรุนแรงในอดีต คือปริมาณผลผลิตพืชผลทางการเกษตรจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น สถานการณ์นี้อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยอาจเห็นตัวเลข GDP ที่ต่ำกว่าคาดการณ์ในบางประเทศที่ต้องพึ่งพาผลผลิตทางการเกษตรเป็นหลัก

เหตุการณ์น้ำท่วมในประเทศไทยช่วงไตรมาสที่ 4 สร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตรมีความคล้ายคลึงกับช่วงเอลนีโญรุนแรงในปี 2016 ซึ่งเป็นความเสี่ยงด้านลบที่อาจกดดันเศรษฐกิจมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ในกรอบพื้นฐาน

หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของธนาคารโลกตอบคำถามผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์น้ำท่วมในไตรมาสที่ 4  ว่า “เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเสี่ยงที่มาพร้อมกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรง เพราะหากย้อนกลับไปดูเหตุการณ์เอลนีโญครั้งล่าสุดที่รุนแรงมากในปี 2016 มีน้ำท่วมเป็นวงกว้างทั่วทั้งภูมิภาค ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนจำนวนมาก ผลผลิตทางการเกษตรก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

“เราต้องการสื่อว่าความเสียหายอาจมีมูลค่าสูงกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ในกรณีฐาน (Base Case) หากปรากฏการณ์เอลนีโญนำมาซึ่งสภาพอากาศที่เลวร้ายและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ” ฟรานซิสกากล่าว

น้ำท่วม

น้ำท่วมกดดันตลาดหุ้นระยะสั้น

นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ประเมินสถานการณ์น้ำท่วมในประเทศว่า แม้ระยะสั้นจะสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้น แต่เทียบข้อมูลกับมหาอุทกภัยปี 2554 แล้วแตกต่างกันค่อนข้างมาก และยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะรุนแรงไปถึงระดับเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคธุรกิจมีประสบการณ์จากเหตุการณ์ครั้งก่อน ทำให้การเตรียมรับมือทำได้เร็วขึ้น

นายไพบูลย์กล่าวอีกว่า ในฝั่งบริษัทจดทะเบียนบางบริษัทอาจได้รับผลกระทบบ้าง แต่ยังไม่เห็นความเสียหายเป็นวงกว้าง ภาคธุรกิจสามารถเตรียมป้องกันพื้นที่ ความเสียหายที่อาจเกิดกับฐานการผลิตมีแนวโน้มจำกัด

นายไพบูลย์กล่าวว่า สำหรับตลาดหุ้นความกังวลจากน้ำท่วมสามารถสร้างแรงขายในระยะสั้นได้ นักลงทุนในปัจจุบันคุ้นเคยกับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติมากขึ้น หลังหลายประเทศเผชิญเหตุการณ์ลักษณะเดียวกัน จึงไม่ได้ให้น้ำหนักกับเหตุการณ์เพียงอย่างเดียว แต่จะกลับมาดูว่าความเสียหายกระทบต่อเศรษฐกิจ ผลประกอบการ และพื้นฐานของตลาดมากน้อยเพียงใด

“หากไม่มีฝนหรือน้ำระลอกใหม่เข้ามาจนทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ และการบริหารจัดการน้ำยังดำเนินต่อได้ ภาพน้ำท่วมรอบนี้มีแนวโน้มเป็นแรงกดดันต่อความเชื่อมั่นในระยะสั้น มากกว่าจะกลายเป็นปัจจัยที่เปลี่ยนทิศทางพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย” 

ทีดีอาร์ไอย้ำรัฐต้องมืออาชีพ 

ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ถึงเวลาต้องกลับมาทบทวนระบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ เพราะปัญหาสำคัญไม่ได้อยู่เพียงการระบายน้ำหรือการจัดสรรงบประมาณ แต่เป็นเรื่องของ “ระบบ” ที่ต้องมีแผนชัดเจนและมีบุคลากรมืออาชีพรับผิดชอบอย่างต่อเนื่อง “ไม่ใช่กลไกเฉพาะกิจ” ปัจจุบันการจัดการน้ำยังมีลักษณะทำงานแยกส่วน ตั้งแต่นักผังเมือง นักพยากรณ์ วิศวกร ผู้เชี่ยวชาญด้านทางน้ำหลาก ไปจนถึงผู้เชี่ยวชาญด้านการระบายน้ำ 

“ระบบบริหารจัดการน้ำต้องเป็นระบบมืออาชีพ โดยต้องมีผู้รับผิดชอบทำงานเต็มเวลาและติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ฝ่ายการเมืองควรทำหน้าที่กำหนดนโยบายในระดับบน ไม่ควรเข้ามาทำหน้าที่แทนผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการน้ำ”    

พื้นที่ที่ควรเร่งทบทวนคือ “ลุ่มเจ้าพระยาตอนล่าง” โดยเฉพาะพระนครศรีอยุธยา ซึ่งบางพื้นที่ท่วมเป็นประจำทุกปี ขณะที่รูปแบบชุมชนและการใช้ประโยชน์ที่ดินเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ระบบทางน้ำและพื้นที่รองรับน้ำในอดีตอาจไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบัน  ดังนั้น การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากการจัดทำ “แผน” ระบบบริหารจัดการน้ำ ผังเมือง พื้นที่ใดควรเป็น Floodway และจะจัดการพื้นที่รับน้ำ

ขณะเดียวกันประเทศไทยควรมีระบบประเมิน “Loss and Damage” หรือความสูญเสียและความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างเป็นระบบ โดยต้องประเมินมูลค่าความเสียหายตามความเป็นจริง ครอบคลุมทั้งชีวิตและทรัพย์สิน บ้านเรือน เวลาที่สูญเสีย การขนส่ง ตลอดจนรายได้ของภาคธุรกิจ ไม่ควรประเมินเฉพาะผลกระทบต่อ GDP 

น้ำท่วมซัด ศก.ไทยลอยคอ 2 ปี 

นายไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้งสยามอะเมซิ่งพาร์ค หรือสวนสยาม กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยหลังน้ำท่วม 2569 จะอยู่ในสถานการณ์ลอยคออีก 2 ปี คาดว่าหลังปี 2571 ถึงจะพ้นน้ำขึ้นบกมาหายใจได้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก สงครามการค้า สงครามตะวันออกกลาง ยังซ้ำเติมด้วยน้ำท่วมใหญ่ 

“เศรษฐกิจไทยตอนนี้กระตุ้นยาก เพราะเรามีผู้กล้าหาญในรัฐบาลน้อยมาก ทำไรไม่ได้ สิ่งสำคัญต้องทำผังการพัฒนาประเทศให้ต่อเนื่อง รัฐบาลไหนมาก็ต้องทำตาม ส่วนโครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่รัฐออกมาถือว่าช่วยได้ระดับหนึ่ง”

นายไชยวัฒน์คาดว่า จากวิกฤตต่าง ๆ ในปี 2570 จะมีการปิดกิจการอีกจำนวนมาก ต้องรอให้เศรษฐกิจผ่านพ้นในปี 2571 นี้ไปก่อน โดยมองว่าประเทศไทยเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวได้ในปี 2574  เนื่องจากปัจจุบันความไม่แน่นอนยังมีสูง สงครามยังยืดเยื้ออีก 1-2 ปี อยากให้รัฐบาลอยู่ยาว ๆ และแก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้

“สวนสยามเผชิญวิกฤตน้ำท่วมใหญ่รอบ 46 ปี ต้องรอแบงก์สนับสนุนสินเชื่อ เพื่อฟื้นฟู ถ้าไม่ได้คงต้องปิดตลอดกาล ตอนนี้รายได้เราหายไป 50-60% จากเดิมเคยได้ปีละ 300 กว่าล้านบาท เหลือ 100 ล้านบาท มีผู้เข้าชมปีละ 6-7 แสนคน จากเดิมเคยแตะ 1 ล้านกว่าคน แย่สุดโควิดที่เหลือ 5-6 แสนคน ถ้าเรากลับมาได้ใน 6 เดือนข้างหน้านี้ คาดหวังว่าจะมีผู้เช้าชม 7-8 แสนคน”  

อสังหาฯ ซึมยาว-ยอดขายหด-แบงก์เมิน

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า จากวิกฤตน้ำท่วมปีนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยมีความไม่แน่นอนสูงขึ้น คาดว่าจะซบเซายาวถึงปี 2571 และจะเห็นการล้มหายไปของธุรกิจเพิ่มขึ้น เนื่องจากแบงก์ไม่ปล่อยกู้ ขณะที่ยอดขายก็น้อย ลูกค้าจ่ายเงินช้า ทำให้ไม่มีเงินมาหมุนเวียนธุรกิจ ต้องลดคน 

“ธุรกิจอสังหาฯ ตลาดไม่ดี แบงก์ไม่ปล่อยกู้ ลูกค้าไม่มีเงิน คาดว่าจากวิกฤตน้ำท่วมน่าจะทำให้กำลังซื้อชะลอตัวไปอย่างน้อย 6 เดือน และพื้นที่ไหนที่ถูกน้ำท่วมโครงการคงขายได้ยากขึ้น แต่ปัญหาตอนนี้ของตลาดคือถึงจะขายได้แต่ก็โอนไม่ได้ เพราะแบงก์ไม่ปล่อยกู้”

ฟาร์มหมูเร่งขายออกจากฟาร์ม 

นายสัตวแพทย์เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เมื่อน้ำเข้าฟาร์มผู้เลี้ยงจำเป็นต้องเร่งจับสุกรออก ส่งผลให้ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณสุกรเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น และทำให้ราคามีแนวโน้มอ่อนตัวลง เทียบก่อนน้ำท่วมราคา 74-76 บาท/กก. ล่าสุดลงมาอยู่ที่ประมาณ 66-69 บาท/กก.

พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบขณะนี้อยู่ในภาคตะวันออก ตั้งแต่ จ.ฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องไปพนมสารคาม รวมถึงปราจีนบุรีและกบินทร์บุรี  จากการสอบถามฟาร์มขนาดใหญ่ 3-4 แห่ง พบว่าความเสียหายไม่มาก เนื่องจากหลายแห่งเป็นโรงเรือนยกสูงหรือฟาร์มพ่อแม่พันธุ์ คาดว่าใช้เวลาประมาณ 1 เดือนกว่าจะฟื้นกลับสู่ภาวะปกติ ทั้งนี้ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติกำหนดประชุมวันที่ 12 ตุลาคม 2569 รวบรวมข้อมูลจากสมาชิกเพื่อประเมินความเสียหายจากน้ำท่วมอีกครั้ง

ทุเรียนจันท์-ระยอง จมน้ำ 4 หมื่นไร่ 

นายกฤติเดช อยู่รอด นายกสมาคมทุเรียนไทย เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า พื้นที่ทุเรียนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมใน จ.ระยอง ประมาณ 19,000 ไร่ ส่วน จ.จันทบุรี 20,000 ไร่เศษ รวมเบื้องต้นเกือบ 40,000 ไร่ แต่ตัวเลขดังกล่าวยังไม่สะท้อนความเสียหายทั้งหมด ยังไม่รวมเกษตรกรซึ่งอยู่นอกระบบ  ประเด็นสำคัญของน้ำท่วมครั้งนี้เกิดขึ้นกับ “ต้นทุเรียน” ซึ่งถือว่าหนักกว่าความเสียหายของผลผลิต เพราะจะส่งผลต่อศักยภาพการผลิตในฤดูกาลถัดไป

190 โรงงานนิคมฯ เสียหาย 1.8 พัน ล.

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรม (ข้อมูล ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569) ได้รับผลกระทบ 55 จังหวัด ได้รับผลกระทบ 4,523 ราย โรงงานอุตสาหกรรม 316 ราย SMEs 4,113 ราย วิสาหกิจชุมชน 94 ราย มูลค่าความเสียหายรวมในเบื้องต้นกว่า 2,137 ล้านบาท

“การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประเมินว่าอาจมีโรงงานได้รับความเสียหาย 180-190 แห่ง มูลค่าราว 1,700-1,800 ล้านบาท”

3 จังหวัดภาคตะวันออกอ่วมทุกอำเภอ

ที่จังหวัดนครนายก ประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) ในพื้นที่จังหวัดนครนายกทั้งจังหวัด จำนวน 4 อำเภอ 40 ตำบล 8 เทศบาล 484 หมู่บ้าน รวม 45,825 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 4 ราย และผู้บาดเจ็บ 9 ราย มีสถานศึกษาได้รับผลกระทบ 81 แห่ง ถนน 7 สายทาง สะพานชำรุด 1 แห่ง พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 151,902 ไร่ เกษตรกรประมงได้รับผลกระทบ 475 ราย  ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบจำนวน 7,353 ตัว 

จังหวัดปราจีนบุรี ประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย (อุทกภัย) 7 อําเภอ 65 ตำบล 691 หมู่บ้าน 37 ชุมชน ได้รับผลกระทบ 58,606 ครัวเรือน 184,023 คน มีผู้เสียชีวิต 18 ราย โรงเรียนได้รับผลกระทบ 4 แห่ง โรงพยาบาล 1 แห่ง พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 44,666 ไร่ โดยเฉพาะ อ.บ้านสร้าง เป็นพื้นที่รับน้ำจากนครนายก สถานการณ์ยังคงวิกฤต ระดับน้ำสูง 2-3 เมตร หลายชุมชนริมน้ำถูกตัดขาด 

ด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่รับมวลน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรีและแม่น้ำนครนายก ก่อนรวมลงแม่น้ำบางปะกง ล่าสุดประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย ทั้งหมด 11 อำเภอ  93 ตำบล 829 หมู่บ้าน ได้รับผลกระทบ 63,071 ครัวเรือน โดยเฉพาะพื้นที่บางคล้าและบางน้ำเปรี้ยวที่ยังวิกฤต มวลน้ำเอ่อล้นและขยายวงกว้าง  หลายครัวเรือนยังเดือดร้อน เส้นทางถูกตัดขาด ต้องใช้เรือในการเดินทาง

พื้นที่เกษตรเสียหาย 6.4 แสนไร่

ขณะที่สำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง รายงานความเสียหายเบื้องต้นด้านพืชจากอุทกภัย ในพื้นที่ภาคตะวันออก (3 ต.ค. 2569)  พบพื้นที่ได้รับผลกระทบครอบคลุม 68 อำเภอ 414 ตำบล 2,616 หมู่บ้าน 

เกษตรกรได้รับความเสียหายเบื้องต้นกว่า 50,000 ราย และพื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหายกว่า 648,000 ไร่ โดยจังหวัดสระแก้ว นครนายก และฉะเชิงเทรา เป็น 3 จังหวัดที่มีพื้นที่เสียหายสูงสุด ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจและตรวจสอบความเสียหาย พร้อมดำเนินการช่วยเหลือและฟื้นฟูเกษตรกรตามขั้นตอนต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทีดีอาร์ไอ น้ำท่วม