เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
“สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
Real Estate “สวนสยาม”ถอดใจ จ่อปิดตำนาน 46 ปี ประกาศขาย 10,000 ล้าน
‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
Sport ‘นักกีฬาไทย’ สร้างชื่อสถิติเอเชียนเกมส์ 2026
อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
Biz Movement อินฟลูฯ เปิดครัวแจกพิซซ่าฟรี ‘นาทีนี้น้ำใจเท่านั้นที่จะช่วยให้ชีวิตอยากไปต่อ’
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติมองเศรษฐกิจ Q2 ฟื้นตัว คาดเงินเฟ้อบางช่วงจ่อแตะ 8%

30 มิ.ย. 2565 | 16:40น.
เงินเฟ้อ

ธปท. ยันเงินเฟ้อยังพุ่งต่อเนื่องมีโอกาสแตะ 8% ตามราคาพลังงานและอาหาร เผยเศรษฐกิจไตรมาส 2 ฟื้นตัวดีกว่าไตรมาสแรก ระบุเศรษฐกิจเดือน พ.ค.ดัชนีชี้วัดขยายตัวทุกหมวด “การบริโภค-การลงทุนภาคเอกชน” ขยายตัว 0.6% ส่งออกโตตามคูค่า 13.4%

วันที่ 30 มิถุนายน 2565 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค.อยู่ที่ 7.1% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ 4.65% ซึ่งมาจากหมวดราคาพลังงาน และการปรับค่าไฟเพิ่มขึ้น

ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ค.อยู่ที่ 2.28% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ 2.20% ซึ่งมาจากราคาอาหารและน้ำประปาที่ปรับเพิ่มขึ้น และหากมองเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า คาดว่าจุดสูงสุด (พีก) น่าจะยังอยู่ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยบางช่วงมีโอกาสที่จะเห็นเงินเฟ้อขึ้นไปสู่ระดับ 8% ได้ แต่ทั้งไตรมาสคาดว่าเงินเฟ้อจะยังเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 % และทั้งปีอยู่ที่ 6.2%

ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2/2565 ขยายตัวดีกว่าไตรมาสที่ 1/2565 และช่วงเดียวกันของปีก่อน เพราะถ้าหากดูตามเครื่องชี้วัดเศรษฐกิจสะท้อนการฟื้นตัว และดัชนีปรับดีขึ้นในหลายตัว และหากมองไปในระยะข้างหน้ายังเป็นการฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยจากข้อมูลจริงของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เศรษฐกิจไทยขยายตัวไตรมาส 1 ขยายตัวอยู่ที่ 2.2 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่แนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง ไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ที่จะขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง จากแรงส่งของการท่องเที่ยวต่างชาติ ที่จะกลับมามากในครึ่งปีหลัง โดยทั้งปีอยู่ที่ 6 ล้านคน ทำให้ ธปท.ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ตามประมาณการณ์ที่คาดไว้ที่ 3.3 %

“หากมองไปข้างหน้ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในเดือนมิถุนายนยังขยายตัวไปได้ดี แม้จะไม่หวือหวามากนัก เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องของราคาและต้นทุนที่ปรับสูงขึ้นยังเป็นแรงกดดัน แต่ยังคงอยู่ในประมาณการเติบโตล่าสุด 3.3% ซึ่งรวมทุกปัจจัยเสี่ยงเข้าไปคำนวณแล้ว”

สำหรับแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือนพฤษภาคม 2565 ปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน โดยการบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่องอยู่ที่ 0.6% ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้นทุกหมวดสินค้าสอดคล้องกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ปรับขึ้น อย่างไรก็ดี การบริโภคสินค้าไม่คงทนลดลงตามยอดจำหน่านสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นผลมาจากราคาที่สูงขึ้น สอดคล้องกับการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.6% มาจากหมวดอุปกรณ์เครื่องจักร และสินค้าทุน เป็นต้น

ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวปรับดีขึ้น เช่น โรงแรม ขนส่ง และภัตตาคาร ปรับดีขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ทยอยเข้ามมาโดยในเดือน พ.ค.มีจำนวนนักท่องเที่ยวเข้ามา 5.2 แสนคน จากภาพรวมตั้งแต่ต้นปีมีจำนวนทั้งสิ้น 1.3 ล้านคน ส่งผลต่อตลาดแรงงานที่ทยอยฟื้นตัวดีขึ้น โดยความเชื่อมั่นผู้ประกอบอาชีพอิสระเป็นบวก และจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ทยอยปรับดีขึ้น แต่ยังคงต่ำกว่าก่อนโควิด

ส่วนภาคการส่งออกปรับดีขึ้นเกือบทุกมหวดสินค้าสอดคล้องกับอุปสงค์ประเทศคู่ค้าที่ขยายตัว โดยมูลค่าการส่งออกขยายตัว 13.4% (ไม่รวมทองคำ) และขยายตัว 3.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ดี หมวดยานยนต์ปรับชะลอตัวลงจากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน ขณะที่การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว -0.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจากรายจ่ายลงทุนเป็นสำคัญ เพราะมีการเร่งเบิกจ่ายไปก่อนหน้านี้

สำหรับสถานการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค.อยู่ที่ 7.1% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ 4.65% ซึ่งมาจากหมวดราคาพลังงาน และการปรับค่าไฟเพิ่มขึ้น ขณะที่เงินเฟ้อพื้นฐานเดือน พ.ค.อยู่ที่ 2.28% ปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนที่อยู่ 2.20%

ซึ่งมาจากราคาอาหารและน้ำประปาที่ปรับเพิ่มขึ้น และหากมอองเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า คาดว่าจุดสูงสุด (พีก) น่าจะยังอยู่ในไตรมาส 3 ปีนี้ โดยบางช่วงมีโอกาสที่จะเห็นเงินเฟ้อขึ้นไปสู่ระดับ 8% ได้ แต่ทั้งไตรมาส คาดว่าเงินเฟ้อจะยังเฉลี่ยอยู่ที่ 7.5 %

นางสาวชญาวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในเดือน พ.ค.มีทิศทางอ่อนค่า ซึ่งเป็นผลมาจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าตามความกังวลของนักลงทุน ทั้งจากเรื่องนโยบายธนาคารกลางหลายประเทศเร่งขึ้นดอกเบี้ยจากแรงกดดันเงินเฟ้อ สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยืดเยื้อ และเศรษฐกิจจีน อย่างไรก็ดี หากดูการอ่อนค่าประเทยยังถือว่าอยู่ในระดับกลาง ๆ เมื่อเทียบกับประเทศภูมิภาค

และหากดูข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 23 มิ.ย. 65 เงินบาทยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลงจากความกังวลของนักลงทุนภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็ว และกังวลว่าจะเกิดเศรษฐกิจถดถอย (Recession) จึงมีความระมัดระวังในการลงทุนตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ทำให้ค่าเงินในตลาดเกิดใหม่อ่อนค่าต่อเนื่อง

“แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่ามาจากปัจจัยหลักที่ดอลลาร์แข็งค่าจากความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก และดอกเบี้ยที่เร่งปรับขึ้น ทำให้ดอลลาร์เป็นที่ต้องการ และกดดันค่าเงิน ดังนั้น ค่าเงินบาทยังคงเห็นการอ่อนค่าอยู่ แต่คงไม่ได้หวือหวามากนัก

ซึ่ง ธปท.ได้ติดตามและมอนิเตอร์ใกล้ชิด ส่วนเงินทุนเคลื่อนไหลย้ายภาพรวมทั้งปียังคงมองเป็นทิศทางไหลเข้า โดยดุลบัญชีเดินสะพัดเดือนนี้ขาดดุล 3.7 พันล้านดอลลาร์ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากฤดูกาลจ่ายปันผลของบริษัทต่างชาติ แต่คาดว่าไตรมาสที่ 3-4 จะกลับมาดีขึ้น เพราะการท่องเที่ยวฟื้นตัว”