เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SCB EIC คาดไทยคงดอกเบี้ยถึงปี’70 ชี้บาทปลายปีแตะ 33 บาท ชูหุ้น AI กำไรโต 34%
Finance SCB EIC คาดไทยคงดอกเบี้ยถึงปี’70 ชี้บาทปลายปีแตะ 33 บาท ชูหุ้น AI กำไรโต 34%
‘อนุทิน’ คุยอดีตผู้นำญี่ปุ่น ย้ำดูแลผู้ผลิตรถเดิม หยอดชวนไทยร่วมห่วงโซ่การผลิต EV ญี่ปุ่น
Politics ‘อนุทิน’ คุยอดีตผู้นำญี่ปุ่น ย้ำดูแลผู้ผลิตรถเดิม หยอดชวนไทยร่วมห่วงโซ่การผลิต EV ญี่ปุ่น
IMF ชี้เอไอเสมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวช้า อาจดันเศรษฐกิจโลกโตกว่า 3%
World IMF ชี้เอไอเสมือนสึนามิที่เคลื่อนตัวช้า อาจดันเศรษฐกิจโลกโตกว่า 3%
ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
Finance ทองคำ Q4 ขาขึ้น 5 ปีรวด ลุ้นสิ้นปีแตะ 5,000 ดอลลาร์ ทองไทยมีโอกาสพุ่ง 77,000 บาท
เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
Finance เปิดรายชื่อ 9 วิทยากรจากประเทศไทย บนเวทีเศรษฐกิจระดับโลก ประชุม IMF-World Bank
ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
SD ไบเทค x กทม. ทำห้องสมุดรีไซเคิล-สนามเด็กเล่น ให้ชุมชนย่านบางนา
วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
Real Estate วงการอสังหาฯ จับตาขายกิจการ ”สวนสยาม” 2 รายชื่อดังสนใจ
‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
Automotive ‘มาสด้า’ ย้ำชัด ‘ไทย’ เป็นฐานผลิต-ตลาดสำคัญ
มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
Real Estate มอบรางวัล Thailand Real Estate Agent Awards 2026 ยกระดับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย
ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
World ธนาคารโลก ดัน Small AI ในประเทศกำลังพัฒนา สร้างงาน เพิ่มมูลค่า
ดูทั้งหมด

สมาคมประกันวินาศภัย “ไทย-ไต้หวัน” MOU แลกเปลี่ยนข้อมูลธุรกิจ

08 ก.ค. 2565 | 13:56น.
อานนท์ วังวสุ

สมาคมประกันวินาศภัย “ไทย-ไต้หวัน” MOU แลกเปลี่ยนข้อมูล-บุคลากร ศึกษาดูงาน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรียนรู้ระเบียบปฏิบัติใหม่ เผยคนไต้หวันทำประกันสูงกว่าคนไทยสูงถึง 3 เท่า เหตุค่าครองชีพแพง-เห็นความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงมากกว่า

วันที่ 8 กรกฎาคม 2565 นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า วันนี้สมาคมประกันวินาศภัยไทยได้จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ผ่านออนไลน์ระหว่างสมาคมประกันวินาศภัยไทย (TGIA) และสถาบันประกันภัยไต้หวัน (TII)

โดยมี Mr.Hsien-Nung Kuei ประธานสถาบันประกันภัยไต้หวัน เป็นผู้ร่วมลงนามในความร่วมมือของธุรกิจประกันภัยไทยและไต้หวัน บันทึกการลงนามในครั้งนี้จะเป็นการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมประกันภัยไทยให้มีความก้าวหน้าและพัฒนาทัดเทียมในระดับสากล ซึ่งอุตสาหกรรมประกันภัยไต้หวันนับได้ว่ามีความก้าวหน้าอย่างสูงสุดในภูมิภาคนี้

ปี 2565 ประเทศไต้หวันมีจำนวนบริษัทที่ประกอบธุรกิจประกันภัย จำนวน 44 บริษัท ประกอบด้วย บริษัทประกันชีวิต 22 บริษัท บริษัทประกันวินาศภัย 19 บริษัท และบริษัทรับประกันภัยต่อ 3 บริษัท โดยในปี 2564 ที่ผ่านมาอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไต้หวันมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขของขนาดอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยที่มีความใกล้เคียงกับประเทศไทยในปี 2564 ที่มีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงประมาณ 2.6 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จำนวนประชากรของประเทศไต้หวันในปัจจุบันนั้นมีประมาณ 24 ล้านคน ในขณะที่ประเทศไทยมีจำนวนประชากรประมาณ 66 ล้านคน แสดงให้เห็นถึงการใช้จ่ายในเรื่องของการประกันวินาศภัยของคนไต้หวันโดยรวมนั้นมากกว่าคนไทยถึงเกือบ 3 เท่า ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของค่าครองชีพที่สูงกว่า และอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเรื่องของการมองเห็นความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้วยการประกันวินาศภัยของคนไต้หวันที่มีมากกว่าด้วย

สำหรับสถาบันประกันภัยไต้หวัน (Taiwan Insurance Institute : TII) เป็นองค์กรการค้าที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2528 โดยมีพันธกิจที่สำคัญ คือ

1.เพื่อทำหน้าที่เป็นคลังสมอง (Think Tank) ของหน่วยงานกำกับดูแลและอุตสาหกรรมประกันภัย

2.เพื่อช่วยหน่วยงานกำกับดูแลในการศึกษาและกำหนดนโยบายด้านกฎระเบียบเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดีให้กับอุตสาหกรรมประกันภัย

3.เพื่อเป็นเวทีสื่อสารและทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล อุตสาหกรรมประกันภัย และผู้บริโภค

4.เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัยในต่างประเทศ

5.เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการประกันภัยและการบริหารความเสี่ยง ตลอดจนส่งเสริมแนวคิดด้านการประกันภัยที่ถูกต้องและคุ้มครองผลประโยชน์ของผู้บริโภค

สถาบันประกันภัยไต้หวัน ทำหน้าที่ให้บริการวิจัยด้านการประกันภัยและการพัฒนาวิชาชีพประกันภัยทั้งการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย การจัดโปรแกรมอบรมและสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับการประกันภัย การรวบรวมและให้บริการด้านสถิติประกันภัยและคณิตศาสตร์ประกันภัย การดำเนินการในด้านการนำผลิตภัณฑ์ประกันภัยและฐานข้อมูลทางการเงินไปใช้ การอำนวยความสะดวกในด้านการพัฒนาประกันภัยอิเล็กทรอนิกส์ (e-Insurance)

การทบทวนการกำหนดราคาและการออกแบบผลิตภัณฑ์ประกันภัย การบริหารการตรวจสอบคุณสมบัติของตัวแทนขายประกันภัยที่เชื่อมโยงกับการลงทุน การวิเคราะห์ตลาดประกันภัย รวมทั้งทางสถาบันยังมุ่งมั่นที่จะเป็นศูนย์ฝึกอบรมการประกันภัยในระดับภูมิภาคด้วย โดยคณะกรรมการบริหารของสถาบัน

ประกอบด้วย ตัวแทนจากหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยของไต้หวัน สมาคมประกันวินาศภัยไต้หวัน สมาคมประกันชีวิตไต้หวัน และผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนในด้านการประกันภัย

ในปี 2564 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยไต้หวันมีเบี้ยประกันภัยรับรวมประมาณ 3.2 ล้านล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 3.8 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับในส่วนของอุตสาหกรรมประกันชีวิตประมาณ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 3.5 หมื่นล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับในส่วนของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยประมาณ 2 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 2.5 แสนล้านบาท

ด้านสมาคมประกันวินาศภัยไทย (Thai General Insurance Association : TGIA) เป็นองค์กรการค้าที่ไม่แสวงหาผลกำไร ซึ่งเปิดดำเนินงานอย่างเป็นทางการในปี 2510 มีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานส่งเสริมและสนับสนุนให้ธุรกิจประกันวินาศภัยเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีพันธกิจที่สำคัญรวม 5 ด้าน ได้แก่

1. ด้านประชาชน สังคมและสิ่งแวดล้อม
2. ด้านหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
3. ด้านหน่วยงานกำกับดูแล (สำนักงาน คปภ.)
4. ด้านบริษัทสมาชิกและบุคลากรด้านการประกันภัย
5. ด้านระบบนิเวศธุรกิจ (Business Ecosystem) ในยุคดิจิทัล

สมาคมประกันวินาศภัยไทย ยังมีบทบาทหน้าที่ในการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันวินาศภัยทั้งทางด้านวิชาการ และด้านกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจประกันภัย และสังคม ตลอดจนให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ โดยคณะกรรมการบริหารของสมาคม ประกอบด้วยตัวแทนจากบริษัทประกันวินาศภัยไทยที่เป็นสมาชิกของสมาคม

ในปี 2564 ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมประกันภัยไทยมีเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงรวมประมาณ 8.7 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในส่วนของอุตสาหกรรมประกันชีวิตประมาณ 6.1 แสนล้านบาท และเบี้ยประกันภัยรับโดยตรงในส่วนของอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยประมาณ 2.6 แสนล้านบาท

ดังนั้นความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กรในครั้งนี้จึงน่าจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งไทยและไต้หวันที่จะได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้อมูลและองค์ความรู้ในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยของกันและกัน รวมถึงยังเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้เรียนรู้เทคโนโลยีและกฎระเบียบระหว่างประเทศใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทย ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีส่วนช่วยพัฒนาและยกระดับอุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วได้ต่อไป” นายอานนท์กล่าว