เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ปัจจัยเสี่ยง ปี 2561

10 ม.ค. 2561 | 18:00น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

ปี 2560 ที่ผ่านมานั้น นักวิเคราะห์และนักลงทุนส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ-การเงินหลายเรื่อง แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ออกมาดีกว่าคาดในหลายเรื่อง คือ

1.เศรษฐกิจโลกและประเทศต่าง ๆ ฟื้นตัวอย่างชัดเจน “ดีกว่า” ที่คาด ขณะที่เงินเฟ้อปรับขึ้นช้ากว่าคาด

2.เศรษฐกิจจีนไม่มีปัญหา แล้วยังสามารถขยายตัวสูงกว่าคาด และไม่มีปัญหาเงินทุนไหลออก ขณะที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าจาก 6.9 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 6.5 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินสำรองระหว่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2559 กว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

3.ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง มากกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้ง และตลาดก็ไม่ตกใจ

4.ดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐทรงตัวในระดับ 2.4% จากที่คาดว่าจะปรับขึ้นมาใกล้ 2.9%

5.ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเกือบ 10% แทนที่จะแข็งค่าอย่างที่ส่วนใหญ่คาดการณ์

6.ทั้ง ๆ ที่สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่เงินไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่ได้มากและทำให้ตลาดการเงินเกิดความผันผวน อย่างที่กังวล

7.นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐไม่รุนแรงอย่างที่ทรัมป์หาเสียงไว้ แม้ว่าจะขอทบทวนข้อตกลงนาฟต้าใหม่ การขึ้นภาษีและดำเนินนโยบายปกป้องการทุ่มตลาดของสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีน

สำหรับปี 2561 นับเป็นปีที่เกือบทุกสำนักมองภาพในทิศทางเดียวกันในแง่บวก โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปี 2560 ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดไม่กังวลว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง ในส่วนของปัญหาการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ก็จะไม่ลุกลาม แม้แต่ในประเทศไทยเองก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจมีโอกาสจะเติบโตในอัตราสูงถึงร้อยละ 4 ส่วนการส่งออกก็น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4-5 แม้แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีการคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับ 2,000 จุดเลยทีเดียว

แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้เชื่อได้ว่า ปัจจัยบวกจากปี 2560 จะมีความต่อเนื่องมาในปี 2561 แต่ก็มีประเด็นที่อาจจะทำให้นักลงทุนผิดคาด และอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2561 คือ

1.การคาดการณ์เงินเฟ้อผิด นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เชื่อมั่นมากว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้า ๆ ซึ่งหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น จะทำให้นักลงทุนตกใจและกังวล เพราะเงินเฟ้อที่เร่งตัวจะทำให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าคาด เช่นกรณีของสหรัฐ ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเพียงหนึ่งหรือไม่เกินสองครั้งในปี 2561 ซึ่งหากดอกเบี้ยขึ้นมากกว่าที่คาด ก็น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

2.การคาดการณ์เศรษฐกิจจีน นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวเล็กน้อย สิ่งที่ต้องติดตามคือ การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในการปรับลดหนี้ และการลดกำลังการผลิตส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดหรือไม่

3.นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนคลายความกังวลลง แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าทรัมป์จะเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายกีดกันการค้ามากขึ้นหรือไม่

4.การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ จะก่อให้เกิดปัญหาเงินทุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนา จนทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินหรือไม่

5.ค่าเงินดอลลาร์ มีปัจจัยเกื้อหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และกฎหมายใหม่ที่เก็บภาษีกำไรสะสมในต่างประเทศของบริษัทสหรัฐ อาจทำให้บริษัทสหรัฐนำเงินกำไรสะสมกลับเข้าสหรัฐ (ที่ผ่านมา บริษัทสหรัฐไม่นำกำไรของบริษัทลูกในต่างประเทศกลับเข้าสหรัฐ เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราสูงถึง 37%) หากปัจจัยทั้งสองทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น

6.ความร้อนแรงของตลาดหุ้นในปี 2560 ตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก และเกินปัจจัยพื้นฐาน การที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองภาพตลาดหุ้นในปี 2561 ในเชิงบวก เพราะคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจ จึงมีความเสี่ยงที่ราคาหุ้นจะปรับลดลงได้อย่างรวดเร็วหากปัจจัยเกื้อหนุนไม่เป็นไปตามคาด

7.ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน อาจปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าคาด หากเงินเฟ้อเร่งตัว และนักลงทุนเริ่มกังวลกับการขาดดุลที่อาจสูงขึ้นจากกฎหมายการปฏิรูปภาษี รวมทั้งผลของการปรับลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ

8.ปัญหาการเมือง (เช่น อิตาลี สเปน อิหร่าน) และภูมิรัฐศาสตร์ (เกาหลีเหนือ ตะวันออกกลาง) ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาของอิหร่าน และตะวันออกกลาง ซึ่งอาจจะกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย หากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงกว่าคาด ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงกับเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการเร่งตัวของเงินเฟ้อด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน นักลงทุน เศรษฐกิจ