เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

ปัจจัยเสี่ยง ปี 2561

10 ม.ค. 2561 | 18:00น.

คอลัมน์ เลียบรั้วเลาะโลก

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

ปี 2560 ที่ผ่านมานั้น นักวิเคราะห์และนักลงทุนส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจ-การเงินหลายเรื่อง แต่ปรากฏว่าสถานการณ์ออกมาดีกว่าคาดในหลายเรื่อง คือ

1.เศรษฐกิจโลกและประเทศต่าง ๆ ฟื้นตัวอย่างชัดเจน “ดีกว่า” ที่คาด ขณะที่เงินเฟ้อปรับขึ้นช้ากว่าคาด

2.เศรษฐกิจจีนไม่มีปัญหา แล้วยังสามารถขยายตัวสูงกว่าคาด และไม่มีปัญหาเงินทุนไหลออก ขณะที่ค่าเงินหยวนแข็งค่าจาก 6.9 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็น 6.5 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ และเงินสำรองระหว่างประเทศปรับเพิ่มขึ้นจากปี 2559 กว่า 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 3.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

3.ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง มากกว่าที่นักลงทุนคาดไว้ว่าจะขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้ง และตลาดก็ไม่ตกใจ

4.ดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐทรงตัวในระดับ 2.4% จากที่คาดว่าจะปรับขึ้นมาใกล้ 2.9%

5.ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเกือบ 10% แทนที่จะแข็งค่าอย่างที่ส่วนใหญ่คาดการณ์

6.ทั้ง ๆ ที่สหรัฐขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง แต่เงินไหลออกจากประเทศตลาดเกิดใหม่ไม่ได้มากและทำให้ตลาดการเงินเกิดความผันผวน อย่างที่กังวล

7.นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐไม่รุนแรงอย่างที่ทรัมป์หาเสียงไว้ แม้ว่าจะขอทบทวนข้อตกลงนาฟต้าใหม่ การขึ้นภาษีและดำเนินนโยบายปกป้องการทุ่มตลาดของสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีน

สำหรับปี 2561 นับเป็นปีที่เกือบทุกสำนักมองภาพในทิศทางเดียวกันในแง่บวก โดยมองว่าเศรษฐกิจโลกจะขยายตัวดีต่อเนื่องจากปี 2560 ขณะที่เงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ตลาดไม่กังวลว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรง ในส่วนของปัญหาการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ก็จะไม่ลุกลาม แม้แต่ในประเทศไทยเองก็คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจมีโอกาสจะเติบโตในอัตราสูงถึงร้อยละ 4 ส่วนการส่งออกก็น่าจะขยายตัวได้ร้อยละ 4-5 แม้แต่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯก็มีการคาดการณ์ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นถึงระดับ 2,000 จุดเลยทีเดียว

แม้ว่าจะมีปัจจัยที่ทำให้เชื่อได้ว่า ปัจจัยบวกจากปี 2560 จะมีความต่อเนื่องมาในปี 2561 แต่ก็มีประเด็นที่อาจจะทำให้นักลงทุนผิดคาด และอาจจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในปี 2561 คือ

1.การคาดการณ์เงินเฟ้อผิด นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าเงินเฟ้อจะยังอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เชื่อมั่นมากว่าธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยอย่างช้า ๆ ซึ่งหากเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น จะทำให้นักลงทุนตกใจและกังวล เพราะเงินเฟ้อที่เร่งตัวจะทำให้ธนาคารกลางต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วและแรงกว่าคาด เช่นกรณีของสหรัฐ ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเพียงหนึ่งหรือไม่เกินสองครั้งในปี 2561 ซึ่งหากดอกเบี้ยขึ้นมากกว่าที่คาด ก็น่าจะส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน

2.การคาดการณ์เศรษฐกิจจีน นักลงทุนส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจจีนจะชะลอตัวเล็กน้อย สิ่งที่ต้องติดตามคือ การดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดในการปรับลดหนี้ และการลดกำลังการผลิตส่วนเกินอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงมากกว่าที่คาดหรือไม่

3.นโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐ ซึ่งนักลงทุนคลายความกังวลลง แต่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาว่าทรัมป์จะเพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินนโยบายกีดกันการค้ามากขึ้นหรือไม่

4.การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐ จะก่อให้เกิดปัญหาเงินทุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนา จนทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงินหรือไม่

5.ค่าเงินดอลลาร์ มีปัจจัยเกื้อหนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่า คือ การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ และกฎหมายใหม่ที่เก็บภาษีกำไรสะสมในต่างประเทศของบริษัทสหรัฐ อาจทำให้บริษัทสหรัฐนำเงินกำไรสะสมกลับเข้าสหรัฐ (ที่ผ่านมา บริษัทสหรัฐไม่นำกำไรของบริษัทลูกในต่างประเทศกลับเข้าสหรัฐ เพื่อเลี่ยงการเสียภาษีนิติบุคคลในอัตราสูงถึง 37%) หากปัจจัยทั้งสองทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ก็อาจทำให้เกิดกระแสเงินทุนไหลออกจากประเทศกำลังพัฒนามากขึ้น

6.ความร้อนแรงของตลาดหุ้นในปี 2560 ตลาดหุ้นหลายแห่งปรับตัวสูงขึ้นค่อนข้างมาก และเกินปัจจัยพื้นฐาน การที่นักลงทุนส่วนใหญ่มองภาพตลาดหุ้นในปี 2561 ในเชิงบวก เพราะคาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจ จึงมีความเสี่ยงที่ราคาหุ้นจะปรับลดลงได้อย่างรวดเร็วหากปัจจัยเกื้อหนุนไม่เป็นไปตามคาด

7.ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งอยู่ในระดับต่ำมาเป็นเวลานาน อาจปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าคาด หากเงินเฟ้อเร่งตัว และนักลงทุนเริ่มกังวลกับการขาดดุลที่อาจสูงขึ้นจากกฎหมายการปฏิรูปภาษี รวมทั้งผลของการปรับลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐ

8.ปัญหาการเมือง (เช่น อิตาลี สเปน อิหร่าน) และภูมิรัฐศาสตร์ (เกาหลีเหนือ ตะวันออกกลาง) ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่อง โดยเฉพาะปัญหาของอิหร่าน และตะวันออกกลาง ซึ่งอาจจะกระทบต่อราคาน้ำมัน ซึ่งส่วนใหญ่มองว่าจะปรับขึ้นเพียงเล็กน้อย หากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรงกว่าคาด ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงกับเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ รวมถึงการเร่งตัวของเงินเฟ้อด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การเงิน นักลงทุน เศรษฐกิจ