ในวันที่กระแสการบริโภคเปลี่ยนแปลงไป การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นเพื่อการค้าอาจไม่ตอบโจทย์ผู้คนสมัยใหม่อีกต่อไป เนื่องจากกระแสภัยพิบัติ และภาวะโลกร้อนได้ขยับเข้ามาอยู่ใกล้ตัวผู้คนมากกว่าที่คิด ทำให้หลากหลายประเทศทั่วโลกขณะนี้เริ่มหันกลับมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หนึ่งในเรื่องที่กำลังมาแรงและควรเริ่มทำความรู้จักก็คือ แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์แนว Eco-design เพื่อให้การพัฒนาสิ่งแวดล้อมสามารถก้าวควบคู่ไปได้พร้อมกับการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์แนว Eco-design
แนวคิด Eco-design มาจากคำว่า Economic & Ecological Design หรือแนวคิดการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ เป็นแนวทางหนึ่งของการจัดการเชิงรุก เพื่อมุ่งเน้นการลดขยะของเสีย ยืดอายุการใช้งาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการนำกลับมาใช้ใหม่ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในภายหลังตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ การผลิต การนำไปใช้ ไปจนถึงการทำลายหลังเสร็จสิ้นการใช้งานหรือหมดอายุ โดยควบคู่กับการวิเคราะห์ปัจจัยด้านอื่นๆ เช่น ต้นทุน กระบวนการผลิต การควบคุมคุณภาพ และการตลาด เป็นต้น ดังนั้น Eco-design จึงไม่ใช่ทางแก้ แต่ยังช่วยลดโอกาสเกิดปัญหาที่สาเหตุ เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
จุดเริ่มต้นของแนวคิด Eco-design
ความจริงแล้ว Eco-design ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะแนวคิดนี้เคยได้ถูกหยิบมาพิจารณาครั้งแรกในการประชุม World Conversation Strategy เมื่อปี 1980 จนกระทั่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น สหภาพยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น ฯลฯ กลุ่มประเทศเหล่านี้จึงมีข้อกำหนดและกฎระเบียบทางการค้าที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เริ่มจากการเน้นไปที่เรื่องการจัดการขยะ เช่น ระเบียบการจัดการเศษเหลือทิ้งจากผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (WEEE), ระเบียบห้ามใช้สารอันตรายบางชนิดในผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (RoHS), ระเบียบการใช้สารเคมีในผลิตภัณฑ์ต่างๆ (REACH), ระเบียบการจัดการซากยานยนต์ (ELV) ฯลฯ
ผลที่ตามมาคือ ทำให้ผู้ผลิตและผู้ประกอบการทั้งหลายที่ทำการค้ากับประเทศเหล่านี้ จำเป็นต้องศึกษาระเบียบและปฏิบัติตามข้อกำหนดเหล่านี้ เพื่อไม่ให้ถูกปิดกั้นจำกัดการค้า หนึ่งในแนวทางที่ผู้ประกอบการและชาวอุตสาหกรรมทั่วโลกต่างเลือกใช้เป็นแนวทางคือ Eco-design โดยยึดหลักสิ่งแวดล้อม ด้านสังคม และจริยธรรม เพื่อความยั่งยืน เพิ่มจากเดิมที่มักจะคำนึงเพียงต้นทุน ความสวยงาม การใช้งาน และความปลอดภัยเท่านั้น
หลักการพื้นฐานในการทำ Eco-design
หลักการพื้นฐานของการทำ Eco-Design คือ การประยุกต์หลักการของ 4Rs อย่าง การลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) การนำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) และการซ่อมบำรุง (Repair) มาปรับใช้ในทุกช่วงวงจรของผลิตภัณฑ์ ร่วมกับกลไก Eco-Design Strategy ทั้ง 7 ด้านให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด ดังนี้
- ลดการใช้วัสดุที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Reduction of low-impact materials)
- ลดปริมาณและชนิดของวัสดุที่ใช้ (Reduction of materials used)
- ปรับปรุงกระบวนการผลิต (Optimization of production techniques)
- ปรับปรุงระบบการขนส่งผลิตภัณฑ์ (Optimization of distribution system)
- ปรับปรุงขั้นตอนการใช้ผลิตภัณฑ์ (Optimization of impact during use)
- ปรับปรุงอายุผลิตภัณฑ์ (Optimization of initial lifetime)
- ปรับปรุงขั้นตอนการทิ้งและทำลายผลิตภัณฑ์ (Optimization of end-of-life)
ตัวอย่าง Eco-design ในไทย
ในประเทศไทยได้มีกลุ่มนักดีไซน์รวมตัวเพื่อสร้างโปรเจ็กต์รักษ์โลกหัวใจสีเขียวในชื่อ ECO DESIGN THAI มาซักพักใหญ่ โดยรวมตัวกันกว่า 26 แบรนด์ มีการดำเนินกิจการโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ตั้งแต่การหาวัตถุดิบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน การกำจัด ไปจนถึงการโฆษณาและการขาย เช่น นำเศษวัสดุเหลือใช้มาเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือเครื่องประดับดีไซน์ใหม่โดยที่ผู้บริโภคมองข้ามเรื่องการเป็นวัสดุเหลือใช้ไป ฯลฯ หรือ GC ที่ได้มีโครงการผลักดันผลงาน ECO-Design จากวัสดุพลาสติกของ GC รวมไปถึงการนำพลาสติกมา Upcycle เป็นผลงานใหม่ที่มีมูลค่าสูงขึ้นในโครงการ Upcycling Upstyling เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชาชน-ผู้ประกอบการ และเตรียมวางแผนจัดจำหน่ายต่อไป

แม้ในปัจจุบันจะยังไม่เห็นการนำแนวคิด Eco-design มาใช้ในประเทศไทยอย่างแพร่หลายเท่าไหร่นัก แต่ผู้ประกอบการและนักลงทุนทั้งหลายเริ่มมองเห็นโอกาสและคาดการณ์เบื้องต้นแล้วว่า การบริโภคจากกระแสรักษ์โลกและ Eco-design จะเติบโตในตลอดประเทศไทยสูงขึ้น โดยอิงจากตลาดสหภาพยุโรปที่มีอัตราการขยายตัวเริ่มตั้งแต่ก่อนปี 2554 จนถึงเมื่อช่วงประมาณปีที่แล้ว มีการเติบโตในตลาดสูงมากกว่า 400 เท่าเลยทีเดียว
ดังนั้น หากคิดจะเริ่มต้นทำผลิตภัณฑ์แนวรักษ์โลก อย่าลืมที่จะนำแนวคิดการออกแบบเชิงนิเวศเศรษฐกิจ หรือ Eco-design ไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์หรือการบริการในกิจการของคุณอยู่เสมอ