พม.-เอไอเอส เฟ้น 3 สุดยอดไอเดียนวัตกรรม ‘JUMP THAILAND HACKATHON 2024’
หลังเปิดเวทีประชันไอเดียคนรุ่นใหม่ในรูปแบบของนวัตกรรม เพื่อสร้างโอกาสแห่งความเท่าเทียมให้กลุ่มเปราะบางของสังคมไปเมื่อต้นปี ภายใต้โครงการภารกิจคิดเผื่อ ‘JUMP THAILAND HACKATHON 2024’ มาพร้อมกับโจทย์ ‘เราจะนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนพิการได้อย่างไร?’ เวทีนี้ก็เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายในงานประกาศผลตัดสิน เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณโดมด้านหน้าอาคารเพิร์ล แบงคอค
เป็นโครงการที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ กับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ได้จุดประกายขึ้น เพื่อหาแนวทางการแก้ไขปัญหาลดความเหลื่อมล้ำของคนไทยตั้งแต่ปี 2561 และได้รับความร่วมมือจาก AIS Academy ที่มีเป้าหมายพัฒนาศักยภาพบุคลากร พร้อมสร้างโอกาสที่เท่าเทียมทางการศึกษาให้แก่คนไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล

อนุกูล ปีดแก้ว ปลัด พม. กล่าวถึงความสำคัญของโครงการนี้ว่า ส่วนหนึ่งของปัญหาที่พบในผู้สูงอายุหรือคนพิการในสังคมไทย มาจากเจตคติของสังคมที่มองว่าผู้สูงอายุและคนพิการเป็นภาระ การทำงานระหว่าง พม. กับ AIS ในโครงการ JUMP THAILAND HACKATHON 2024 จึงเป็นการลบล้างเจตคติในสังคมเกี่ยวกับผู้สูงอายุและคนพิการ เพราะการนำนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีมาเป็นเครื่องมือช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการใช้ชีวิต จะทำให้เปลี่ยนจาก ‘ภาระ’ เป็น ‘พลัง’ ช่วยให้คนกลุ่มเปราะบางเข้าถึงโอกาสต่างๆ และสามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ด้วยตนเอง
“กระทรวง พม. มีนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร ประกอบด้วยการเสริมพลังวัยทำงาน เพิ่มคุณภาพและผลิตภาพของเด็กและเยาวชน สร้างพลังผู้สูงอายุ เพิ่มโอกาสและสร้างเสริมคุณค่าคนพิการ และสร้างระบบนิเวศที่เหมาะสม เพื่อความมั่นคงของครอบครัว ความร่วมมือในโครงการนึ้ยังนับเป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย 5×5 ฝ่าวิกฤตประชากร”
กานติมา เลอเลิศยุติธรรม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านทรัพยากรบุคคล กลุ่มบริษัท AIS และกลุ่มอินทัช กล่าวเสริมว่า ภารกิจคิดเผื่อ ขับเคลื่อนอนาคตด้วยนวัตกรรม เป็นการนำ Skillset ที่ล้ำหน้าบวกกับการมีจิตสาธารณะของเยาวชนคนรุ่นใหม่มาสร้างให้เป็นพลังเพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมให้ก้าวไปข้างหน้า และเป็นภารกิจที่ควรทำอย่างต่อเนื่อง
“นอกจากเอไอเอสที่มีกลุ่มทำงานทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการต่อยอดไอเดียน้องๆ แล้ว ยังมีบุคคลสำคัญอีกกลุ่มก็คือคณะกรรมการซึ่งล้วนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นที่รู้จักกันดี มาช่วยกันให้คำแนะนำต่างๆ เพื่อต่อยอดภารกิจ นับเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เชื่อกันว่า เรื่องของการพัฒนาสังคมไม่ใช่ภาระของภาครัฐแต่เพียงผู้เดียว แต่เป็นการประสานพลัง ถ้าองค์กรจะอยู่ได้เข้มแข็งต่อไปได้ สังคมและประเทศต้องเข้มแข็งก่อน”

‘JUMP THAILAND HACKATHON 2024’ ได้รับความสนใจจากนิสิตนักศึกษากว่า 500 คนจากกว่า 30 สถาบันทั่วประเทศนำเสนอความคิดสร้างสรรค์เข้ามาประกวด โดยมีพี่ๆ เอไอเอสร่วมพัฒนาไอเดียด้วยการนำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและแพลตฟอร์มเข้าไปผสมผสาน ผ่านเข้ารอบมาจนถึงวันนั้นจำนวน 15 ไอเดีย
หลังจากที่แต่ละทีมได้นำเสนอไอเดียต่างๆ ผ่าน 4 โจทย์ ได้แก่ Better Elders, Super Senior, Disable และ Handy-Cap พร้อมกับอุปกรณ์ต้นแบบ จำลองให้เห็นถึงการใช้งานจริง คณะกรรมการพิจารณาโดยมองถึงความน่าสนใจในการนำไปต่อยอดเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตกลุ่มคนพิการ และผู้สูงอายุได้อย่างตอบโจทย์ จนได้ 3 ทีมสุดยอดไอเดีย ‘JUMP THAILAND HACKATHON 2024’
เริ่มจากเจ้าของรางวัลชนะเลิศ ทีม Pathsense ครองใจคณะกรรมการไปด้วยผลงานนวัตกรรมกระเป๋าสะพายข้าง ติดตั้งกล้องและ AI บริเวณสายสะพายเพื่อตรวจจับวัตถุกีดขวางต่างๆ สามารถระบุชนิดของสิ่งกีดขวางด้านหน้าได้ ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท

น้องๆ นักศึกษามหาวิทยาลัยซีเอ็มเคแอล สมาชิกทีม Pathsense เล่าถึงที่มาของไอเดีย จากการไปพูดคุยกับผู้พิการทางสายตาที่สมาคมคนตาบอดแห่งประเทศไทย ได้รับเสียงสะท้อนหลายเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการเดินทาง ด้วยมีอุปสรรคหลายอย่าง เช่น เดินตกท่อ ถนนต่างระดับ มีป้ายหรือสิ่งกีดขวางทางเดิน
“พวกเราทั้ง 4 คนซึ่งเรียนด้าน AI กับวิศวะ เห็นถึงช่องว่างตรงนี้ที่สามารถเติมเต็มได้ จึงนำองค์ความรู้ที่เรียนมาบวกกับเทคโนโลยีใหม่ในยุคปัจจุบันสร้างออกมาเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยเหลือผู้พิการทางสายตาให้ใช้ชีวิตอย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น”

ตามด้วย ทีม Autism กับผลงาน Aunity แพลตฟอร์มที่จะช่วยให้คนออทิสติกทำงานร่วมกับคนธรรมดาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับเงินรางวัล 60,000 บาท สมาชิกทีมเป็นการรวมตัวของกลุ่มเพื่อนจากมหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยมหิดล และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สนใจพัฒนานวัตกรรมช่วยเหลือคนออทิสติก เพราะเห็นว่าทุกวันนี้มีนวัตกรรมหลายอย่างตอบโจทย์คนพิการ แต่น้อยมากที่จะมีนวัตกรรมช่วยเหลือคนออทิสติก
“คนออทิสติกไม่ควรถูกมองข้าม เพราะพวกเขาก็มีความสามารถไม่แพ้คนทั่วไป เพียงแต่การกำหนดงานจะต้องเป็นวิธีที่ทำให้เขาเข้าใจ หรือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าบางอย่าง ซึ่งแพลตฟอร์ม Aunity จะมาช่วยทำให้เขาทำงานร่วมกับคนอื่นได้”
สุดท้ายคือ ทีมหลานม่า กับผลงาน Akong Amah Alert เข็มขัดตรวจจับการล้มกระตุ้น AirBag พร้อมติดต่อญาติหรือรถโรงพยาบาล ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับเงินรางวัลเป็นกำลังใจ 40,000 บาท
2 สาว 2 หนุ่มจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ อธิบายที่มาของนวัตกรรมว่า เวลาผู้สูงอายุหกล้มแล้วหมดสติช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วนจะส่งผลให้ร่างกายไม่เหมือนเดิม จึงได้คิดนวัตกรรมเข็มขัด AirBag สำหรับคาดเอวเพื่อช่วยลดระดับความรุนแรงบริเวณสะโพกด้านหลังเมื่อหกล้ม
จากนั้นจะมีเซนเซอร์ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของเอไอเอสส่งเป็น SMS ไปที่โทรศัพท์มือถือของญาติสนิทในครอบครัว และอีก 2 นาทีต่อมา ระบบก็จะเรียกรถโรงพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลือทันเวลา

นอกเหนือไปจากรางวัลที่ได้รับในวันนั้นแล้ว แนวคิดไอเดียของทั้ง 3 ทีมจะได้มีโอกาสร่วมพัฒนาโครงการ ให้เกิดเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริง จะมีการค้นคว้าวิจัยเพื่อนำมาต่อยอดเป็นประโยชน์สร้างคุณค่าให้กลุ่มเป้าหมายต่อไป คลิกไปดูข้อมูลรายละเอียดของ 15 ไอเดีย ‘JUMP THAILAND HACKATHON 2024’ ได้ที่ www.jumpthailand.com และเฟซบุ๊ก AISJumpThailand