เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ตลาดยางทดแทน 5 แสนล้านเดือด “ฮันกุก” ส่ง 2 รุ่นรับเทรนด์ EV มาแรง

28 ส.ค. 2567 | 06:41น.
hankook iON evo

hankook iON evo

ยางรถยนต์ “ฮันกุก” สบช่องรับเทรนด์ตลาดรถ EV โต ส่งยางตระกูล iON ลุยตลาด หวังดันยอดขายทั้งปีแตะ 500 ล้าน ลั่นเดินหน้าเร่งเจรจาพันธมิตรขยายเครือข่ายทั่วประเทศต่อเนื่อง

นายกาฮูน คิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮันกุก ไทร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่ายยางฮันกุก ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากกระแสการตอบรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือรถอีวี และรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด (พีเอชอีวี) ในประเทศไทย มีอัตราการเติบโตและได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรองรับกับเทรนด์การเติบโต ในฐานะผู้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมยางที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำระดับโลก

บริษัทได้แนะนำยางรถยนต์พรีเมี่ยมคุณภาพสูงตระกูล iON 3,900-15,900 สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) และปลั๊ก-อิน ไฮบริด (PHEV) เข้าสู่ประเทศไทย 2 รุ่น ได้แก่ “iON evo” กับ “iON evo AS” สำหรับรถยนต์นั่ง และ “iON evo” กับ “iON evo AS SUV” สำหรับรถยนต์อเนกประสงค์ และยังได้ส่งยางรถยนต์สันดาปรุ่นใหม่ พร้อมกันถึง 3 รุ่น คือ “Dynapro AT2 Xtreme ราคา 3,800-7,400”, “Dynapro HPX” ราคา 3,900-11,000 และ “Ventus Prime4 ราคา 2,200-6,200” ออกสู่ตลาดด้วยเช่นเดียวกัน

ด้านนายมะเตียว มาชโช่ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด เปิดเผยถึงเป้าหมายของบริษัทในปีนี้ว่า ตั้งเป้าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่ทำได้ 300 ล้านบาท ส่งผลให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดขยับเป็น 5-8% จาก 3% ในปีที่ผ่านมา จากมูลค่าตลาดยางรถยนต์ทดแทน (REM) ที่มีความต้องการราว ๆ 12-13 ล้านเส้นต่อปี หรือคิดเป็นมูลค่า 4-5 แสนล้านบาท

สำหรับแผนการทำตลาดของยางฮันกุกในประเทศไทย เบื้องต้นหลังจากบริษัทแม่ตัดสินใจเข้ามาวางแผนการขายและทำตลาดด้วยตัวเองเมื่อหลายปีนี้ โดยกลยุทธ์หลักเป็นการนำเข้ายางรถยนต์คุณภาพจากโรงงานฮันกุกในจีน เกาหลี และฮังการี สำหรับยางในตระกูล iON และยางรถยนต์ทั่วไป บางส่วนเป็นการนำเข้ามาจากโรงงานอินโดนีเซียเข้ามาจำหน่าย
ภายใต้เงื่อนไขข้อตกลงทางด้านภาษี ซึ่งทำให้มีความได้เปรียบและสามารถแข่งขันได้

ขณะที่สัดส่วนการจำหน่ายยางฮันกุกในปัจจุบัน แบ่งเป็นรถเอสยูวี 40-45% ส่วนรถยนต์นั่งอยู่ในประดับ 55% หลังจากบริษัทแนะนำยางสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในตระกูล iON ออกสู่ตลาด ก็เชื่อว่าน่าจะช่วยผลักดันยอดจำหน่ายให้เติบโตยิ่งขึ้น

ส่วนการพัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่ายนั้น ปัจจุบันบริษัทมีตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) ที่เรียกว่า ฮันกุก มาสเตอร์ ศูนย์ให้บริการจัดจำหน่ายและดูแลหลังการขายยางฮันกุก ปัจจุบันมีอยู่ที่มากกว่า 10 แห่ง และอนาคตมีแผนจะขยายเพิ่มเติมอย่างแน่นอน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างแผนการเตรียมความพร้อมและการเจรจากับคู่ค้า

ขณะที่ตัวแทนจำหน่ายที่เรียกว่า ฮันกุกพาร์ตเนอร์ หรือร้านค้า ร้านยางต่าง ๆ ที่มีการจัดจำหน่ายยางฮันกุกนั้น ปัจจุบันมีอยู่กว่า 200 รายทั่วประเทศไทย ซึ่งบริษัทก็มีแผนเดินหน้าขยายเครือข่ายพันธมิตรทางการค้าเช่นเดียวกัน

นายมาชโช่ยังกล่าวต่อไปว่า ยางฮันกุกจะเป็นยางนำเข้ามา 100% มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและคุณภาพ ปัจจุบันมีฐานการผลิตที่หลากหลายแห่ง แต่ได้คุณภาพมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ไม่ว่าจะผลิตจากโรงงานเกาหลี จีน ฮังการี ฯลฯ

ส่วนยางในตระกูล iON ยางรถยนต์สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า 100% นั้น แม้ว่ามีราคาสูงกว่ายางทั่วไป 20-25% แต่ทั้งนี้ บริษัทเชื่อรถยนต์อีวีจำเป็นจะต้องใช้ยางรถยนต์สำหรับรถยนต์อีวี เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพการใช้งานและความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากยางรถยนต์แต่ละประเภทจะถูกคิดค้น พัฒนาและออกแบบมาให้เหมาะสมกับรถยนต์แต่ละประเทศ

“ผมอยากตั้งข้อสังเกตว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่อาจจะยังไม่ให้ความสำคัญกับตรงนี้เท่าที่ควร แต่สิ่งหนึ่งที่ฮันกุกอยากจะสื่อสารออกไป คือต้องไม่ลืมว่า รถอีวีนั้น มีน้ำหนักที่เพิ่มเข้ามากกว่ารถยนต์ปกติถึง 30% ดังนั้น เรื่องความแข็งแรงของยางรถยนต์จึงถือว่ามีความสำคัญมาก ๆ”

ส่วนการแข่งขันในตลาดยางรถยนต์ของประเทศไทย ยังคงมีความดุเดือดต่อเนื่องเป็นเรื่องปกติ แต่ปัจจุบันเนื่องจากผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ อาจจะส่งผลให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจเปลี่ยนยางเส้นใหม่ออกไป หากยางยังพอใช้งาน ส่วนยางในกลุ่มกลางค่อนไปทางบน หรือยางพรีเมี่ยม ที่ฮันกุกอยู่ในกลุ่มนี้ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ไม่รุนแรงเท่าในกลุ่มล่าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ยางรถยนต์ รถอีวี EV