เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

OMODA & JAECOO แนะเทคนิคขับขี่ปลอดภัยที่ คนใช้ “รถอีวี” ต้องรู้

27 ธ.ค. 2567 | 11:10น.

ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ เชื่อว่า มีหลายคนที่ต้องเดินทางไกล เพื่อไปเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุข และแน่นอนว่า มีกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% หรือรถอีวี จำนวนไม่น้อยที่ร่วมออกเดินทางใช้รถใช้ถนนในครั้งนี้

ค่ายโอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) เชื่อว่าการขับขี่ที่ปลอดภัยจะช่วยลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บหรือความสูญเสียได้อย่างมาก จึงได้นำเทคนิคที่ผู้ใช้รถยนต์ อีวี ไม่ควรพลาดกับเคล็ดลับ 5 ข้อ เพื่อช่วยให้เราขับขี่รถไฟฟ้าให้ปลอดภัยทั้งในเมืองและเดินทางไปต่างจังหวัดทั่วประเทศไทย เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น และถึงจุดหมายอย่างปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน

  1. วางแผนการเดินทางที่ดี มีชัยตลอดเส้นทาง เริ่มต้นเช็กสภาพเส้นทางและการจราจร วางแผนการเดินทางแบบเผื่อเลือก ทั้งแพลน A หรือ แพลน B และเตรียมดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นค้นหาและจองจุดชาร์จ เช่น MEA EV, EA Anywhere, EVolt, PlugShare ถ้าหากคุณขับขี่รถไฟฟ้าของ OMODA & JAECOO สามารถอุ่นใจได้กับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงโทร. 0-2020 8888 กด 1
  2. เตรียมความพร้อมทั้งคนทั้งรถ ผู้ขับขี่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอก่อนเดินทางไกล ไม่ใช้ยาที่มีผลต่อการง่วงนอน ควบคู่กับการเตรียมรถให้พร้อมกับการขับขี่ ด้วยการตรวจเช็กระบบสัญญาณไฟ เบรก ลมยาง และใบปัดน้ำฝน ให้พร้อมใช้งานสำหรับการเดินทาง โดยรถไฟฟ้าของ OMODA & JAECOO จะมีระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (Driver Monitoring System : DMS) ที่ใช้เทคโนโลยีตรวจจับและวิเคราะห์ลักษณะม่านตาส่งสัญญาณเตือนแก่ผู้ขับขี่ แต่หากรู้สึกเหนื่อยล้าขณะขับขี่ควรหยุดพักในจุดพักรถชาร์จพลังก่อนออกเดินทางต่อ
  3. ชาร์จไฟให้พร้อมสำหรับการเดินทาง และระหว่างการเดินทางควรเตรียมแผนการหยุดพัก ให้ร่างกายได้ชาร์จแบต ระหว่างนั้นสามารถใช้เวลาในการชาร์จรถ OMODA C5 EV ชาร์จเพียง 28 นาที (สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ 30% ถึง 80%) หรือ 30 นาที สำหรับรถ JAECOO 6 EV (สำหรับการชาร์จแบตเตอรี่ 30% ถึง 80%) ในระหว่างเดินทางเลือกใช้โหมดการขับขี่ที่เหมาะสมกับเส้นทาง หากใช้โหมด Eco จะช่วยประหยัดพลังงานได้มากขึ้น และห้ามลืมเช็กระยะทางในการขับขี่เพื่อวางแผนชาร์จล่วงหน้า
  4. ขับขี่ด้วยความเร็วปลอดภัย การขับขี่ทางไกลให้ปลอดภัยควรขับรถด้วยความเร็วพอดีและคงที่ ใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด ไม่เร่งความเร็วบ่อยครั้งหรือเบรกกะทันหัน จะช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ของรถได้
  5. ปฏิบัติตามกฎจราจร มีน้ำใจบนท้องถนน การปฏิบัติตามกฎจราจรและถ้อยทีถ้อยอาศัยแก่เพื่อนร่วมทางจะช่วยลดอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันตลอดระยะการเดินทางไกลได้อย่างมาก สังเกตป้ายจราจรและป้ายเตือนต่าง ๆ ระหว่างทาง ไม่แซงบนสะพานเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ