เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
Real Estate ICONPHUKET จุดพลุค้าปลีกภูเก็ต ปักหมุดบนแผนที่โลก จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์แห่งใหม่
ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
News ขับรถลุยน้ำท่วม ทำป้ายทะเบียนหาย ขนส่งฯ อัปเดตขั้นตอนล่าสุด ไม่ต้องใช้เล่มจริง
มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
Real Estate มหกรรมบ้าน-คอนโด #50 ตั้งเป้า 1 หมื่นล้าน ชี้นาทีทอง ซื้อก่อนต้นทุนใหม่พุ่ง
‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
News ‘โนเบลฟิสิกส์ 2026’ ผลงานค้นพบนิวทริโนพลังงานสูงสุด ผ่านหอดูดาวนิวทริโน IceCube
‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
World ‘ธนาคารโลก’ ปรับขึ้น GDP ไทยโต 2.0 % บูมส่งออกเทคฯขั้นสูง AI-หวั่นเอลนีโญฉุด
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 250 บาท รูปพรรณบาทละ 66,900 บาท
หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
Tech หมอสรณ ชิงนัดประชุมบอร์ด กสทช. สวน การประชุมนัดพิเศษ
ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
News ขั้นตอนลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม 2569 ครอบคลุม กทม. และ 65 จังหวัด ผ่านแอปทางรัฐ-ยื่นเองที่ท้องถิ่น
วิจัยกรุงศรี คาดน้ำท่วมกระทบจีดีพี 0.1-0.2% จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง กำลังซื้อแผ่ว
Finance วิจัยกรุงศรี คาดน้ำท่วมกระทบจีดีพี 0.1-0.2% จับตาหนี้ครัวเรือนพุ่ง กำลังซื้อแผ่ว
BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
Biz Movement BMHH ชวนรู้จัก “Confirmation Bias” อคติทางความคิด ที่ทำให้เรา “เชื่อในสิ่งที่ตัวเองอยากเชื่อ”
ดูทั้งหมด

คลังขึ้นภาษีตลาดรถป่วน 7 ก.ย. ‘บอร์ด EV’ ถกอุ้มผู้ผลิตในประเทศ

29 ส.ค. 2569 | 07:06น.

คลังเร่งเดินหน้าปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต “รถอีวี” นำเข้า ปกป้องฐานผลิตยานยนต์ในประเทศ จับตา 7 ก.ย. นี้ประชุมบอร์ด EV ถกโครงสร้างภาษีใหม่ เลขาฯ BOI ยืนยันต้องดูแลผู้ประกอบการทุกสัญชาติเท่าเทียม ฟากค่ายรถ-ผู้นำเข้าปั่นป่วน 3 สมาคมทำหนังสือด่วนยื่นข้อเสนอแพ็กเกจรัฐบาลพิจารณาเพิ่มเติม ขอเวลา 1 ปี ปรับขึ้นภาษีแบบขั้นบันได วงในเผยอาจเจอภาษีสูงถึง 30-32% ผวาต้นทุนพุ่ง ต้องปรับขึ้นราคา หวั่นลูกค้า “คืนใบจอง” แผนการทำตลาดชะงัก ด้านกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนเสนอกำหนดโควตา “รถนำเข้า” ไม่เกิน 5% ของยอดขายในประเทศ 

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า จากที่ผู้บริหารบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน ในประเด็นความเหลื่อมล้ำทางการแข่งขันระหว่างรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย และรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะอีวีจีน พร้อมกันนี้ค่ายรถญี่ปุ่นได้หารือและเสนอรัฐบาล พิจารณาปรับเกณฑ์โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่เพื่อให้ความเท่าเทียมในการเเข่งขัน เนื่องจากปัจจุบันรถยนต์อีวีจากจีนที่นำเข้ามาจำหน่ายในไทยมีภาระภาษีน้อยกว่ารถยนต์ผลิตในประเทศ  

เนื่องจากในแง่ของรถอีวีนำเข้าจากจีนมีข้อตกลงการค้า FTA กับจีน ทำให้เสียภาษีนำเข้าเป็น “ศูนย์” ดังนั้นรัฐบาลจึงมีแนวคิดปรับภาษีสรรพสามิต เพื่อมาเป็นเครื่องมือทำให้การแข่งขันสมดุลมากขึ้น

“เอกนิติ” สั่งปลัด ก.ย. ต้องจบ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง กล่าวว่า การปรับภาษีสรรพสามิต “รถยนต์นำเข้า” ที่ล่าสุดผู้ประกอบการกลุ่มต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอมานั้น ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างให้ปลัดกระทรวงการคลังพิจารณารายละเอียด

“ได้บอกปลัดกระทรวงการคลังว่า ภายในเดือน ก.ย.นี้ต้องทำให้เกิดความชัดเจน” ส่วนกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะมีการพบปะหารือกับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่น ในช่วงเดินทางเยือนญี่ปุ่นปลาย ก.ย.นี้ นายเอกนิติกล่าวว่า ขณะนี้กำลังพิจารณาในเรื่องกำหนดการ

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า ทางกรมยังไม่ได้รับข้อเสนอจากภาคเอกชน  เข้าใจว่าอาจจะมีการเสนอไปที่ระดับนโยบาย ซึ่งเรื่องนี้ทางกรมสรรพสามิตคงต้องรอการตัดสินใจจากระดับนโยบายว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร 

ผู้ประกอบการปั่นป่วน

แหล่งข่าวระดับบริหารจากค่ายรถยนต์รายใหญ่เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายปรับภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มรถอีวีนำเข้า ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน ทราบแต่ว่าจะเร่งสรุปภายในเดือนกันยายนนี้ เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นร้อนของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะค่ายรถยนต์ที่มีการนำเข้ารถอีวีเข้ามาจำหน่าย ซึ่งส่วนใหญ่นำเข้าจากจีน เกิดความกังวลรวมถึงเงื่อนไขของระยะเวลาการเริ่มบังคับใช้  และเกณฑ์ภาษีใหม่ ซึ่งปัจจุบันภาษีสรรพสามิตรถยนต์เก็บในอัตรา 2% สำหรับผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ ส่วนรถนำเข้าจัดเก็บอัตรา 10%

ขณะนี้มีรายงานข่าวไม่เป็นทางการว่า จะมีการปรับเพดานภาษีสรรพสามิตสำหรับรถอีวีนำเข้าสูงถึง 30-32% (ปกติอยู่ที่ 10%) รวมทั้งรัฐบาลส่งสัญญาณเร่งด่วนในการพิจารณาปรับขึ้นภาษีแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้ ทำให้ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ มีความกังวลว่าหากรัฐบาลมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตทันที จะทำให้ผู้ประกอบการที่มีการนำเข้ารถอีวีจากต่างประเทศจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ซึ่งอาจสูงขึ้นถึง 20% 

ราคาขยับ-ลูกค้าทิ้งใบจอง

แหล่งข่าวกล่าวว่า เมื่อโครงสร้างภาษีเปลี่ยนหมายความว่าราคาต้นทุนการจำหน่ายรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ต้องปรับตามไปด้วย และจะส่งผลให้มีราคาจำหน่ายที่สูงขึ้น ซึ่งหากผู้บริโภคที่จองรถรุ่นนั้น ๆ ไว้ไม่สามารถรับราคาใหม่ที่ปรับเพิ่มขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ อาจทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจ “คืนใบจอง” ไม่รับรถที่สั่งจองได้โดยไม่มีความผิด ตามที่ สคบ.ได้มีการคุ้มครองผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์ กรณีผู้จำหน่ายผิดเงื่อนไขตามใบจองผู้ซื้อมีสิทธิที่จะคืนใบจองได้โดยไม่มีมีความผิดและไม่ต้องรับผิดชอบใด ๆ ตรงนี้ถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่รัฐบาลต้องคำนึง

หากเงื่อนไขการบังคับใช้ภาษีทันทีตรงนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรง เนื่องจากบางค่ายได้มีคำสั่งซื้อรถยนต์ไปล่วงหน้า หรืออยู่ระหว่างการดำเนินการขนส่ง ซึ่งภาครัฐอาจต้องพิจารณารายละเอียดตรงนี้ 

แผนการทำตลาดชะงัก

แหล่งข่าวจากค่ายรถสัญชาติจีนรายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แม้ว่าบริษัทไม่มีแผนการลงทุนหรือขึ้นไลน์ผลิตในประเทศไทย แต่ปัจจุบันบริษัทก็เริ่มศึกษาความเป็นไปได้เรื่องการลงทุน เพราะกรณีที่รัฐบาลมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต “รถนำเข้า” บริษัทก็ต้องแบกรับต้นทุนเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีหากเป็นไปได้ก็ต้องการให้รัฐบาลต้องมีระยะเวลาการบังคับใช้ให้ชัดเจน ควบคู่ไปกับการกำหนดโควตาการนำเข้ารถ เพื่อป้องกันการนำเข้ารถมาเพื่อกักตุนสินค้าและทำกำไรเกินควรในอนาคต

“ตอนนี้ทุกคนต่างก็ชะลอการทำตลาด และรอดูทิศทางที่ชัดเจนของรัฐบาล ทุกคนรู้และเข้าใจว่าประเทศไทยจะต้องมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นำเข้าแน่นอน  อย่างไรก็ดีเพื่อให้เป็นไปตามกลไกและช่วยกันปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ ผู้ผลิตในประเทศด้วย เรายืนอยู่ในทั้งสองสถานะ สิ่งสำคัญคือการปกป้องอุตสาหกรรมเราเข้าใจ เพียงแต่อยากขอกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เตรียมตัว ทั้งรถที่อยู่ระหว่างนำเข้า และแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะแนะนำในอนาคตด้วย” 

อีวีนำเข้ากินส่วนแบ่งกว่า 60%

แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะที่รถยนต์นำเข้าจากจีนโดยเฉพาะรถอีวี ที่นอกจากจะมีต้นทุนการผลิตที่ต่ำ ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากข้อตกลงการค้า FTA ทำให้ภาระภาษีนำเข้าเป็นศูนย์ ส่งผลให้ช่วงที่ผ่านมาผู้ประกอบการมีการนำเข้ารถอีวีจีนเข้ามาทำตลาดในสัดส่วนที่สูงถึง 62.58% ของยอดขายอีวีในช่วง 7 เดือนแรก ด้วยตัวเลขรถอีวีนำเข้า 125,411 คัน เพิ่มขึ้น 97.39% ขณะที่ยอดผลิตรถอีวีในประเทศมีเพียง 46,924 คัน เท่ากับ 37.42% สะท้อนว่ายอดขายรถอีวีในไทยส่วนใหญ่ยังเป็นรถนำเข้าจากจีน ทำให้สามารถทำราคาได้ต่ำ รวมทั้งในส่วนของแบรนด์รถยุโรปส่วนใหญ่ก็มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีนเช่นกัน 

ทั้งนี้ที่ผ่านมาประเทศไทยเพิ่งมีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา  โดยพิจารณาความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและดูค่า Co2 เป็นหลัก แต่ครั้งนี้รัฐบาลได้เปลี่ยนแนวคิดนำกลไกภาษีสรรพสามิตมาเป็นเครื่องมือในเรื่องการแข่งขันทางการค้า 

EVAT เสนอแพ็กเกจโควตานำเข้า

แหล่งข่าวจากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย หรือ EVAT เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้สมาคมได้รวบรวมข้อมูลและหารือกับสมาชิกเพื่อจัดทำข้อเสนออย่างรอบด้านเสนอให้รัฐบาลพิจารณา ควบคู่ในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตสำหรับรถยนต์นำเข้า โดยทาง EVAT ได้ส่งหนังสือไปยังกรมสรรพสามิต เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยข้อเสนอสำคัญคือรัฐบาลไม่ควรใช้มาตรการภาษีเพียงอย่างเดียว เพื่อสร้างให้เกิดแฟร์เกม แต่ควรมี “แพ็กเกจ” สำหรับผู้ประกอบการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อประเทศไทยมากขึ้น เพราะปัจจุบันค่ายรถส่วนใหญ่ไม่ว่าจีนหรือยุโรปแม้ว่าจะมีฐานผลิตในประเทศไทย แต่รถอีวีที่จำหน่ายในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากประเทศจีน ดังนั้นมองว่าหากปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตรถนำเข้า ผู้ประกอบกลุ่มนี้ซึ่งมีการลงทุนตั้งฐานผลิตในประเทศไทยเช่นกันก็มองว่าวิธีการขึ้นภาษีส่วนของรถนำเข้าก็อาจไม่เป็นธรรม  

แหล่งข่าวกล่าวว่า ดังนั้นควรพิจารณาว่าบริษัทสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ประเทศไทยในองค์รวม เช่น มีฐานผลิตในประเทศ มีการใช้โลคอลคอนเทนต์ มีการซื้อชิ้นส่วนจากไทยเพื่อใช้ในซัพพลายเชนทั่วโลก รวมถึงมีการลงทุนอาร์แอนด์ดี หรือเทคโนโลยีในประเทศไทย และสร้างจ้างงานในประเทศ เหล่านี้มาคิดคำนวณเป็นมูลค่า เพื่อที่จะนำไปคำนวณเป็นสิทธิประโยชน์ด้านภาษีสำหรับการนำเข้ารถอีวี  เช่น หากรวมแล้วคิดเป็นมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยสามารถนำไปคิดโควตาสำหรับนำเข้ารถอีวีที่เสียภาษีสรรพสามิต 10% เหมือนเดิม ด้วยโควตาเท่าไหร่ 

“แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ทั้งผู้ผลิตในประเทศ และผู้นำเข้ามีทางเลือกในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับประเทศมากขึ้น  และการที่รัฐบาลจะใช้มาตรการขึ้นภาษีอย่างเดียวจะตอบโจทย์ระยะสั้นเรื่องชะลอการนำเข้ารถอีวี แต่ไม่สร้างการเติบโตระยะยาว”

ขอเวลา 1 ปีขึ้นภาษีขั้นบันได

แหล่งข่าวกล่าวว่า การกำหนดมาตรการภาษีควรพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมการผลิตในประเทศ การรักษาความสามารถในการแข่งขัน และความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่มีการลงทุนและมีฐานการผลิตในประเทศ 

ทั้งนี้ตามระยะเวลาที่กระทรวงการคลังจะพิจารณารายละเอียดภายในเดือนกันยายน 2569  เพื่อนำเสนอ ครม.พิจารณา และอาจมีการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตในเดือนตุลาคมนี้ ยังคงสร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการพอสมควร เนื่องจากภาคธุรกิจต้องการมีเวลาเตรียมความพร้อมเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

อีกหนึ่งข้อเสนอของกลุ่มผู้ประกอบการคือขอเวลาให้ภาคธุรกิจมีเวลาปรับตัว เพราะหากมีการปรับขึ้นทันทีอาจส่งผลให้ลูกค้าเกิดภาวะ “ช็อกราคา” จึงอยากให้รัฐบาลพิจาณาการปรับขึ้นภาษีแบบ “ขั้นบันได” เพื่อให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาในการเตรียมตัวอย่างน้อย 1 ปี

ให้แต้มต่อผู้ผลิตสร้างมูลค่าเพิ่ม

นางสาวยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA)  เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในส่วนของ TAIA จากที่ได้หารือร่วมกับสมาชิกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ ผู้นำเข้าและผู้ผลิตชิ้นส่วน  ทำให้มีความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวค่อนข้างหลากหลาย สมาคมพยายามหาเครื่องมือนำเสนอโซลูชั่นเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยต้องให้เกิดความสมดุลในอุตสาหกรรมเป็นที่ตั้ง

สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการคือความเป็นธรรมและความเท่าเทียม โดยสมาคมมองว่าหากผู้ผลิตหรือค่ายรถรายใดสามารถครีเอตมูลค่าให้กับประเทศไทยมากกว่า ก็ควรได้รับการปกป้องที่มากตามไปด้วย  เช่นผู้ประกอบการที่ลงทุนในประเทศไทย มีถ่ายทอดเทคโนโลยี พัฒนาผู้ผลิตชิ้นส่วน การจ้างงาน การใช้ทรัพยากร ใช้วัตถุดิบภายในประเทศมากกว่า และมีการลงทุนเพื่อผลิตพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากกว่า ก็ควรจะได้รับการปกป้องและสนับสนุนมากกว่าด้วย

“วันนี้ยอมรับว่ายังมีความเห็นที่หลากหลายแบ่งออก 3 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มผู้ผลิตในประเทศ ก็ต้องการให้ภาษีใหม่มีผลบังคับทันที ส่วนกลุ่มผู้ผลิตในประเทศ และมีการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่าย ก็อยากจะขอเวลาในการเตรียมความพร้อม ซึ่งความต้องการตรงนี้ไม่เหมือนกัน เราจะต้องมีการหารือร่วมกับภาครัฐเพื่อให้ได้ความชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะเรื่องของการกำหนดโควตา ซึ่งยังมีรายละเอียดที่ต้องพิจารณาอีกพอสมควร และในกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนก็มีประเด็นที่แตกต่าง”

ตีกรอบ “ราคา” รถนำเข้า

แหล่งข่าวจากสมาคมผู่ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในส่วนของสมาคมก็มีความคิดเห็นสอดคล้องกับสมาคมต่าง ๆ เพียงแต่ต้องการให้รัฐบาลกำหนดโควตาสำหรับรถยนต์นำเข้า เพราะเดิมตลาดเมืองไทยมีสัดส่วนรถนำเข้าเพียง 5% ของยอดขาย

แต่หลังจากที่กระแสรถอีวีจีนราคาถูกเข้ามาทำตลาด ทำให้ปัจจุบันสัดส่วนรถนำเข้าเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 6% สมาคมจึงมีข้อเสนอให้จำกัดสัดส่วนนำเข้ารถไว้ไม่ให้เกิน 5% ของยอดขายในประเทศ รวมทั้งกำหนดเงื่อนไข “ราคา” รถอีวีที่สามารถนำเข้ามาทำตลาดได้เฉพาะราคาสูงกว่า 1.5 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อเป็นการปกป้องผู้ผลิตในประเทศ และมีการสนับสนุนผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น

ค่ายรถขอนโยบายชัด-ต่อเนื่อง   

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ขณะนี้โตโยต้ายังไม่มีการปรับแผนการทำตลาดแต่อย่างใด อีกทั้งกำลังซื้อของผู้บริโภคยังไปได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีกระแสเรื่องปรับขึ้นภาษี ซึ่งโตโยต้าต้องขอบคุณลูกค้าที่มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นต่อแบรนด์ 

ขณะที่นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงกรณีดังกล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการทุกคนเข้าใจดีว่าอุตสาหกรรมยานยนต์กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยี ซึ่งเป็นประโยชน์และเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความแข็งแกร่งของฐานการผลิตในประเทศไว้

ดังนั้นนโยบายควรมีความต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ เพราะทั้งการผลิตในประเทศและการนำเข้าจากเครือข่ายโรงงานในต่างประเทศล้วนเป็นส่วนหนึ่งของแผนธุรกิจและการลงทุนระยะยาวที่ได้วางไว้ ล่าสุดมาสด้าก็มีการลงทุนในประเทศไทยเพิ่มอีก 7,400 ล้านบาท

“ไม่ใช่ว่าผลิตภัณฑ์ทุกอย่างจำเป็นต้องผลิตในประเทศ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องช่วยกันพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศ โดยต่อยอดจากจุดแข็งที่เรามีอยู่ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับเทคโนโลยีใหม่ และผลักดันปริมาณการผลิตในประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน” ประธานมาสด้ากล่าว 

ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นอีกรายยอมรับว่า บริษัทได้รายงานสถานการณ์แนวโน้มการปรับโครงสร้างภาษีของประเทศไทยไปยังบริษัทแม่ที่ญี่ปุ่น เพื่อเตรียมปรับแผนการทำตลาดในประเทศไทยต่อไป 

ประชุมบอร์ดอีวี 7 ก.ย.

ขณะที่นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า วันที่ 7 กันยายน 2569 จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ด EV) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน โดยมีประเด็นสำคัญเรื่องโครงสร้างภาษีสรรพสามิต และมาตรการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีรายละเอียดหลายด้านและจำเป็นต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย

เรื่องการปรับภาษีสรรพสามิตจะเป็นวาระหลัก เพราะเป็นส่วนที่อาจนำมาช่วยไม่ให้เกิดผลกระทบต่อกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศ เนื่องจากผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีความกังวลว่า นโยบายส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าอาจส่งผลต่อฐานการผลิตรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) และซัพพลายเชนเดิมที่อยู่ในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน

เลขาฯ บีโอไอระบุว่า ภาครัฐมีแนวทางชัดเจนในการดูแลนักลงทุนอย่างเท่าเทียมกันทุกกลุ่มและทุกสัญชาติ โดยข้อกังวลของผู้ผลิตและซัพพลายเออร์จะถูกนำมาพิจารณาประกอบการกำหนดมาตรการ

ส่วนกรณีที่มีการพูดถึงตัวเลขอัตราภาษีสรรพสามิต 32% นั้นยังไม่มีการกำหนดตัวเลขอย่างเป็นทางการ เพราะยังต้องรอการประชุมบอร์ดอีวีก่อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับรายละเอียดภาษีสรรพสามิตและผลกระทบต่อผู้ประกอบการหลายกลุ่ม โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อเสนอที่มาจากการหารือของกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งมีการคำนวณจากสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนและโครงสร้างต้นทุนของอุตสาหกรรม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV ขึ้นภาษี