เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
Automotive ความรักและความใส่ใจ จุดกำเนิดของ ‘โตโยต้า’
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (4 พ.ย. 69) เปิดตลาด 33.76 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ข่าวหน้า 1 ห้างใหญ่โหมจับจ่ายกิน-ดื่ม อัดอีเวนต์ข้ามปีชิงเงินไฮซีซั่น
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับลง 0.4% อยู่ที่ 76,800 เหรียญสหรัฐ
ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ข่าวหน้า 1 ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’
ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ข่าวหน้า 1 ครม.สัญจรลงทุนปั้นอีสานเหนือ-ยืดอายุ ม.33 เป็น 65 ปี 
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม
ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ถวายผ้าพระกฐิน วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
Biz Movement ซีเอ็ดจับมือเครือข่ายคนตาบอด เชื่อมข้อมูลหนังสือ-ต่อยอดหนังสือเสียง
ดูทั้งหมด

ขึ้นภาษีรถ EV นำเข้า 35% ราคาพุ่งคันละ 1-4 แสนบาท เปิดช่องญี่ปุ่นท้าชน ‘รถจีน’

04 พ.ย. 2569 | 07:05น.

ครม.ไฟเขียวปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต รถอีวี-REEV นำเข้าเป็น 35% ดีเดย์ 1 ม.ค. 70  จากเดิม 10 % และ 15 % หวังปั้นไทยเป็น “อีวีฮับ” ยกระดับใช้ชิ้นส่วนในประเทศ  “อธิบดีสรรพสามิต” เร่งคลอดเกณฑ์ Local Content เน้นจูงใจผลิตในประเทศ พร้อมเดินหน้า “รถเก่าแลกรถกระบะ” 1.5 แสนคัน รัฐช่วยจ่ายคันละ 4 หมื่นบาท “โตโยต้า” หนุนนโยบายภาษีมาถูกทาง สร้างกติกา-แรงจูงใจ ชี้ช่วงเปลี่ยนผ่านต้องรัดกุม ระวังเอฟเฟ็กต์เร่งนำเข้าก่อนภาษีใหม่บังคับใช้ เสนอกำหนดโควตานำเข้าช่วงเปลี่ยนผ่าน “ศูนย์วิจัยกสิกรไทย”ชี้ปรับภาษีหนุนแข่งขันเป็นธรรมค่ายจีน-ญี่ปุ่น คาด 2 เดือนสุดท้ายยอดขาย EV กระฉูด พุ่งแตะ 2.1 แสนคัน จับตามอเตอร์เอ็กซ์โป ปลายปีอัดแคมเปญชิงกำลังซื้อ ก่อนเจอภาษีใหม่ดันราคาพุ่ง 100,000-450,000 บาทต่อคัน

ขึ้นภาษี “อีวีนำเข้า” 35%

ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นอกสถานที่จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2569 มีมติเห็นชอบการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถ BEV (รถยนต์ไฟฟ้า 100%) และ REEV (รถยนต์แบบพลังงานผสมเชื้อเพลิงและไฟฟ้าที่สามารถชาร์จได้ และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น) ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นอัตรา 35% จากปัจจุบัน BEV เสียอัตรา 10% และ REEV เสียอัตราภาษี 15% โดยอัตราภาษีใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2570 เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต “รถอีวีนำเข้า” ดังกล่าว เป็นการดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2568 หรือบอร์ดอีวี เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568  เพื่อสร้างแรงจูงใจในการลงทุนเกี่ยวกับกระบวนการผลิตหรือประกอบชิ้นส่วนสำคัญของยานยนต์ในประเทศ  รวมทั้งรักษาเสถียรภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น จากรถนำเข้าที่ไม่ได้เข้าร่วมมาตรการส่งเสริมของภาครัฐ จึงต้องปรับโครงสร้างภาษี เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเทคโนโลยี และสร้างความเข้มแข็งให้แก่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ

แจง 3 เหตุผล ปรับโครงสร้างภาษี

ดร.เอกนิติกล่าวว่า หลักการสำคัญในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์มี 3 ประเด็น ได้แก่ 1. เป็นการนำเข้าเพื่อดึงดูดการลงทุน 2.เป็นศูนย์กลางการส่งออกยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 3.ยกระดับการใช้ชิ้นส่วนในประเทศที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เพื่อให้ห่วงโซ่การผลิตแข็งแกร่ง สร้างงานให้คนไทย และยกระดับทักษะแรงงานไทย 

เป้าหมายผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเปลี่ยนผ่านจากฐานการผลิตเดิมไปสู่ศูนย์กลางการผลิตและส่งออกยานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแห่งอนาคตของภูมิภาคและของโลก ภายใต้แนวทางการใช้พลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบ (Multi Path Way) ตามเป้าหมายของภาครัฐในการพัฒนาเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) จากการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม 

“การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ครั้งนี้ เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันของรถอีวีที่ผลิตในประเทศ สร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ โดยผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนในประเทศจะได้รับประโยชน์โดยตรง ทั้งการผลิต การจ้างงาน ตลอดห่วงโซ่อุปทานและสร้างประโยชน์ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของประเทศไทย”

เร่งบี้เกณฑ์ “Local Content” 

นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ BEV และ REEV ที่นำเข้าจากต่างประเทศ เป็นอัตรา 35% ที่ ครม.เห็นชอบ ไม่ได้มีเรื่องโควตาการนำเข้า จะมีเฉพาะเรื่องอัตราภาษีเพียงอย่างเดียว โดยหลังจากนี้จะมีเรื่องการกำหนด Local Content ตามมาอีกที ทั้งนี้ เชื่อว่าการปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกอบการที่นำเข้ารถอีวีหันมาลงทุนผลิตในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

“โครงสร้างภาษีใหม่จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่ม แต่ไม่มาก เพราะจะเน้นจูงใจให้เกิดการลงทุนในประเทศมากกว่า”

ลุย “รถเก่าแลกรถกระบะ”

อธิบดีกรมสรรพสามิตกล่าวด้วยว่า สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ ทางกรมสรรพสามิตได้เสนอไปให้คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท  ที่มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน พิจารณาแล้ว นอกจากเรื่องนำรถเก่ามาแลกซื้อรถกระบะแล้วยังมีส่วนอื่น ๆ อีก

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ที่กรมสรรพสามิตเสนอมา มีทั้งรถกระบะ รถแท็กซี่ และรถจักรยานยนต์ โดยโครงการรถเก่าแลกรถกระบะขอใช้เงินกู้ 6,000 ล้านบาท เพื่ออุดหนุนให้กับผู้ที่นำรถเก่ามาแลกซื้อรถกระบะใหม่ ที่เครื่องยนต์ที่ปล่อยมลพิษลดลงตามมาตรฐานยูโร 5 

โดยข้อเสนอคือรัฐอุดหนุนคันละ 40,000 บาท เป้าหมาย 150,000 คัน ซึ่งอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในการพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ฯ นอกจากเป็นการลดการปล่อยมลพิษ อีกด้านก็เป็นการส่งเสริมฐานการผลิตรถกระบะในประเทศไทยที่ถือว่าเป็นโปรดักต์แชมเปี้ยนของประเทศ  ที่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาเนื่องจากทิศทางตลาดหดตัวต่อเนื่อง

โตโยต้าชี้นโยบายมาถูกทาง

นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โตโยต้ามองการปรับภาษีสรรพสามิตของ EV และ REEV นำเข้า 35% ไม่ใช่การปิดกั้น EV แต่เป็นการสร้างกติกาที่จูงใจให้เกิดการลงทุนและสร้างมูลค่าในประเทศไทย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาค

ลำดับถัดไปก็ต้องกำหนดกติกาและการบังคับใช้ Local Content ที่ชัดเจนและเท่าเทียมเพื่อรักษาการจ้างงานบริษัทซัพพลายเออร์ไทย เทคโนโลยี และความสามารถในการเป็นฐานผลิตเพื่อส่งออกในระยะยาว นโยบายมาถูกทาง แต่ช่วงการเปลี่ยนผ่านต้องรัดกุม เพราะการประกาศขึ้นภาษีล่วงหน้าย่อมจูงใจให้เร่งนำเข้าก่อนมีผล 1 มกราคม 2570 จนกดดันการผลิตในประเทศ การจ้างงาน และ Supplier ไทย จึงควรมีเพดานหรือโควตานำเข้าช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ให้สอดคล้องกับปริมาณปกติ

ราคาพุ่ง 1 แสน-4.5 แสนบาท 

ขณะที่แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมยานยนต์รายใหญ่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ก่อนการบังคับใช้ภาษีนำเข้าอีวี 35% ในวันที่ 1 ม.ค. 2570 นั้นเชื่อว่าตลาดรถอีวีจะมีความคึกคักเป็นพิเศษ เพราะหลังการบังคับใช้อัตราภาษีนำเข้าใหม่จะทำให้ต้นทุนราคารถอีวีนำเข้าปรับสูงขึ้น ประกอบกับเป็นช่วงฤดูกาลจำหน่ายช่วงปลายปี ที่มีการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย และงานอีเวนต์ใหญ่ อย่างมอเตอร์เอ็กซ์โป ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ผู้บริโภคที่ลังเลอยู่จะมีการตัดสินใจซื้อมากขึ้น เนื่องจากหากไปซื้อปีหน้าราคารถอีวีแพงขึ้นอย่างแน่นอน

“การปรับภาษีสรรพสามิตรถอีวีนำเข้าจาก 10% เป็น 35%  จะส่งผลให้ราคาของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าสูงขึ้นเฉลี่ยตั้งแต่ 100,000-450,000 บาทต่อคัน จากราคาโดยเฉลี่ยของรถยนต์ไฟฟ้านำเข้าปัจจุบันมีราคาตั้งแต่ 500,000 บาท ไปถึงระดับมากกว่า 2 ล้านบาท”  

ขณะที่ต้องจับตาค่ายรถต่าง ๆ ที่จะนำเข้ารถอีวีมาทำตลาด เพื่อเตรียมพร้อมส่งมอบให้ลูกค้าก่อนภาษีใหม่เริ่มใช้ ว่าจะมีสต๊อกมากน้อยแค่ไหน และหากไม่สามารถผลักดันยอดขายให้หมดไปในสิ้นปี 2569 ได้ รถก็จะค้างไปยังปี 2570 ซึ่งหมายความว่าต้องจำหน่ายในราคาใหม่ และอาจจะทำให้เกิดสงครามราคาเพื่อระบายสต๊อกอีกครั้ง

หวั่นตุนสต๊อก-เกิดสงครามราคา

ด้านนายเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า GWM ไม่ได้รับผลกระทบจากนโยบายนี้ เพราะรถอีวีของ GWM ผลิตในประเทศ 100% และพร้อมสนับสนุนนโยบายนี้อย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นผลดีต่อการผลิตในประเทศ 

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ GWM ไม่อยากเห็นปัญหาสต๊อกรถยนต์นำเข้า (CBU) ล้นตลาดช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ไปจนถึงไตรมาสแรกของปี 2570 เพราะหากเกิดสถานการณ์แบบนี้ก็อาจก่อให้เกิดสงครามราคาและกระทบต่อการผลิตในประเทศ จึงหวังว่าจะมีการออกมาตรการเพื่อป้องกันปัญหานี้

ห่วงเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีขั้นสูง 

แหล่งข่าวระดับบริหารจากบริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ค่ายรถซีเคอร์ (ZEEKR) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากมติ ครม. ที่ออกมาถือเป็นเรื่องดีกับประเทศไทย แต่อยากให้มองในภาพใหญ่หลังจากนี้ ในแง่ของอีโคซิสเต็มอื่น เช่น โรงงานผลิต การจ้างงาน และต้องยอมรับว่ารถอีวีมีการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่น้อยลงเมื่อเทียบกับรถเครื่องยนต์สันดาป ดังนั้นห่วงโซ่ตรงนี้จะเติมเต็มได้อย่างไร 

ทั้งนี้หากผู้บริโภคต้องการใช้รถอีวีเทคโนโลยีสูง หรือรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ลักเซอรี่ อาจจะเป็นอุปสรรค เนื่องจากภาษีใหม่ส่งผลให้ราคาจำหน่ายต้องปรับขึ้นไปพอสมควร ไม่เฉพาะแต่รถจีน แต่รวมไปถึงรถจากยุโรปและรถนำเข้าทั้งหมด อาจจะเป็นการทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงเทคโนโลยี และสเป็กรถได้ยากขึ้น 

“ภาษีที่เก็บจากตรงนี้เอาไปต่อยอดในส่วนไหน เพราะคนซื้อรถเป็นผู้แบกรับความรับผิดชอบตรงนี้ ดังนั้นรัฐบาลก็ต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าเงินที่ได้จากส่วนนี้ทำไปใช้ประโยชน์ในส่วนใด”

อย่างไรก็ดีหากช่วงที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจนเรื่องภาษีใหม่ ทำให้ตลาดช็อกไปพอสมควร โดยเฉพาะยอดขายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมาพบว่าลูกค้าชะลอการตัดสินใจไปพอสมควร แต่วันนี้เมื่อทุกอย่างชัดเจนก็คาดว่าทำให้ช่วง 2 เดือนที่เหลือก่อนปรับภาษีตลาดมีความคึกคัก

โดยบริษัทได้เตรียมรถไว้จำนวนพอสมควรสำหรับการจำหน่ายช่วงไตรมาสสุดท้าย คาดว่าจะเพียงพอส่งมอบให้กับลูกค้าและทันก่อนการบังคับใช้ภาษีใหม่ 1 ม.ค. 2570 แน่นอน

มาสด้าเตรียมขยับราคาใหม่

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาสด้าเห็นด้วยกับอัตราภาษีใหม่ที่ประกาศออกมา เนื่องจากมาสด้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศ แม้ว่าจะมีการนำเข้ารถอีวีมาจำหน่ายในช่วงที่ผ่านมาบ้างแต่เป็นส่วนน้อย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค และทดลองตลาดรถอีวี อย่างไรก็ตามธุรกิจหลักของมาสด้าในประเทศไทย คือการผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์จากโรงงานในไทยเป็นสำคัญ ซึ่งจากนี้คงต้องรอดูว่าผลกระทบของการเปลี่ยนผ่านจะมีมาตรการใด ๆ ออกมาสนับสนุนและรองรับ

สำหรับรถอีวีของมาสด้า 2 รุ่นที่จำหน่ายอยู่นั้น เป็นการนำเข้าซึ่งผลิตจากโรงงานมาสด้าในจีน  ซึ่งก็ต้องมีการปรับราคาจำหน่ายอย่างแน่นอน

ชี้ปกป้องแรงงานกว่า 8 แสนคน

นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ พร้อมด้วย นางยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า การปรับภาษีนี้จะช่วยสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการที่ลงทุนและผลิตในประเทศไทย รวมทั้งส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยให้ความสำคัญกับการลงทุนระยะยาว และการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ 

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักของประเทศ มีผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่อุปทานกว่า 2,500 ราย และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ตั้งแต่ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบ อุตสาหกรรมสนับสนุน ผู้ประกอบการ SMEs ไปจนถึงธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง การส่งเสริมให้เกิดการผลิตในประเทศจึงช่วยกระจายประโยชน์ไปสู่ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง

อย่างไรก็ตาม กลุ่มจะติดตามและหารือร่วมกับภาครัฐสำหรับรายละเอียดต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ก่อนการบังคับใช้ที่จะเริ่มในปี 2570 เป็นต้นไป 

รื้อภาษีหนุนแข่งขันเป็นธรรม

ดร.รุจิพันธ์ อัสสะรัตน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้มองว่าจะทำให้เกิดความยุติธรรมขึ้น ระหว่างผู้ประกอบการ BEV ที่ส่วนใหญ่ยังเป็นค่ายจีน และรถไฮบริด ที่เป็นค่ายญี่ปุ่นส่วนใหญ่ อัตราภาษีที่ออกมา 35% ไม่ได้ผิดคาด แต่ก็ถือว่าสูง และ การที่มีกำหนดภาษีรวมรถ REEV ด้วยนั้น เนื่องจากคาดว่ารัฐน่าจะกังวลว่าหากขึ้นภาษีเฉพาะ BEV จะทำให้ผู้ประกอบการหันไปนำเข้ารถ REEV เข้ามาแทน เพราะค่ายรถจีนมีเทคโนโลยีนี้อยู่

“พอบล็อกทั้ง 2 ตัว ก็แน่นอนว่าน่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

ชิ้นส่วนใน ปท.ต้อง 40-60%

อย่างไรก็ดี ครม. ครั้งนี้ประกาศเพียงอัตราภาษี อย่างไรก็ดีการลงทุนจะต้องมีการกำหนดใช้ชิ้นส่วนวัตถุดิบหรือชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) ทั้งในแง่สัดส่วน วิธีการคำนวณ Local Content รวมถึงกระบวนการในการตรวจสอบให้ชัดเจนด้วย โดยคาดว่าคงจะมีรายละเอียดออกตามมาอีกที ซึ่งสัดส่วน Local Content ต้องสูงพอ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อห่วงโซ่อุปทานในประเทศไทย 

โดยมองว่าอย่างน้อยขั้นต่ำคือ 40% แต่หากอยากให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยควรจะตั้งแต่ 60% ขึ้นไป เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจำนวนชิ้นส่วนจะน้อยกว่ารถ ICE ทำให้ห่วงโซ่อุปทานของ BEV สั้นกว่า ICE 

นอกจากนี้ต้องมีเงื่อนไขการคำนวณ Local Content ด้วย โดยไม่ควรคำนวณที่เทียร์ 1 หรือแค่การประกอบอย่างเดียว แต่ต้องรวมถึงการคำนวณชิ้นส่วนย่อยที่เป็นเทียร์ 2 เทียร์ 3 เข้ามาด้วย ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่ที่มูลค่าประมาณ 30% ของรถอีวีิ ถ้านำแค่ชิ้นส่วนมาประกอบแบตเตอรี่แพ็กในไทย แล้วเคลม 30% ทั้งหมดเป็น Local Content อันนี้ไม่ควร

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้าที่แม่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบภายใน ซึ่งส่วนใหญ่จะผลิตในจีนกว่า 80% เพราะมีแหล่งแร่ที่ใช้ในการผลิต ดังนั้นหากไทยแค่ประกอบมอเตอร์ แล้วนำเข้าแม่เหล็ก หรือวงจรควบคุมเข้ามาก็จะทำให้มี Local Content น้อยมาก

“ถ้าจะดึงการลงทุนจริง ๆ ต้องดึงกลางน้ำ ดึงตัวอื่น ๆ ที่ประกอบชิ้นส่วนในมอเตอร์เข้ามาด้วย”

ญี่ปุ่นรุกส่งไฮบริดชนอีวีจีน

ดร.รุจิพันธ์กล่าวอีกว่า ในแง่การแข่งขัน ในเชิงโครงสร้างอุตสาหกรรมยานยนต์ ประเมินว่าจะทำให้รถไฮบริดสามารถทำราคาเข้ามาแข่งกับ BEV ได้ เพราะรถอีวีจีนไม่มีข้อได้เปรียบในเรื่องตัวภาษีแล้ว ทั้งนี้ ในแง่การผลิตคิดว่าค่ายจีนก็คงยังเน้นที่ BEV อยู่  โดยรถไฮบริดมาเป็นตัวเสริม ส่วนค่ายญี่ปุ่นก็น่าจะยังรุกไฮบริดก่อน แล้วในอนาคตถึงจะมี BEV เข้ามา ซึ่งยังต้องใช้เวลา จากที่ติดตามทางญี่ปุ่นพยายามจะผลิต BEV ที่ใช้โซลิดสเตตแบตเตอรี่ แต่อาจจะมาถึงไทยในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

การแข่งขันหลังจากนี้ขึ้นกับพฤติกรรมของผู้บริโภคว่าชอบรถอีวี หรือไฮบริด อาจมองที่ความคุ้มค่าเป็นสำคัญ ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง หรือช่วงที่ราคาน้ำมันยังไม่สูง ผู้บริโภคทั้งในไทยและหลายประเทศในโลกจะซื้อรถไฮบริดกันมาก แต่พอเกิดสงครามขึ้น ราคาน้ำมันสูง ผู้บริโภคจึงหันมาซื้อรถ BEV กันมากขึ้น

“การดัมพ์ราคาของ BEV คงยากแล้ว ในปีหน้า ถ้าภาษีสรรพสามิตขึ้นภาษีขนาดนี้ แต่ก็ยังมีช่องให้เล่นเรื่องราคาอยู่บ้าง แต่จะไม่รุนแรงเหมือนในอดีตแล้ว เพราะถ้าไปเทียบราคาขายรถ BEV ในจีน กับไทย ต่างกันอยู่ประมาณ 20% คือตั้งราคาในไทยสูงกว่าในจีนอยู่ 20% แล้วปีหน้า EV3.5 ก็จะหมดมาตรการด้วย ก็ขึ้นกับว่าเขาจะใช้ราคาทำตลาดมากน้อยแค่ไหน”

ยอดขายอีวีทะลุ 2.1 แสนคัน

ดร.รุจิพันธ์กล่าวว่า ทางศูนย์วิจัยฯ มองว่า BEV ในไทยปีนี้และปีหน้าจะยังเติบโต และผลจากภาษีใหม่จะเริ่มวันที่ 1 ม.ค. 2570 ดังนั้นช่วงที่เหลือของปีโดยเฉพาะที่จะมีงานมอเตอร์เอ็กซ์โป ค่ายรถจีนก็คงต้องอัดแคมเปญโปรโมชั่นกันอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้เกิดการเร่งซื้อในช่วงปลายปีนี้ เบื้องต้นมองว่ายอดขาย BEV ปีนี้น่าจะมากกว่า 210,000 คัน จากช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ พบว่ายอดขายรถอีวีกว่า 160,000 คัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

EV ภาษี