เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ไวรัสทุบขายรถ Q1 ทรุด 50% ดีลเลอร์อ่วมลูกค้าทิ้งจอง-ยืดเวลารับรถ

09 เม.ย. 2563 | 16:11น.

ค่ายรถโอดโควิดทุบแรงมาก ยอดขายไตรมาสแรกร่วงหนักแตะ 50% ลูกค้าเลิกเดินเข้าโชว์รูม ชะลอรับรถใหม่ บางรายทิ้งจอง เล็งปรับเป้าขายปีนี้อีกรอบ

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารตัวแทนจำหน่ายรถยนต์รายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาวะการขายรถยนต์กำลังเข้าสู่วิกฤต ตลาดส่งสัญญาณมาตั้งแต่ในช่วงกลางปี 2562 ที่ผ่านมา ยอดขายลดลงต่อเนื่อง และปีนี้ยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 จบไตรมาสแรกยอดขายรถยนต์ลดลงไปเกือบ 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

“ทุกค่ายคาดหวังว่ามอเตอร์โชว์จะมาช่วยกู้ยอดได้ แต่ตอนนี้เลิกฝันเลย เพราะอีเวนต์นี้ต้องเลื่อนยาวถึง 2 เดือน”

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ตอนนี้ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ ลูกค้าเริ่มชะลอการรับรถ ส่วนใหญ่ชี้แจงว่าได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐที่ปิดพื้นที่เสี่ยง เพื่อต้องการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

“ตอนนี้คนเดินเข้าโชว์รูมแทบไม่มีเลย และที่แย่มาก ๆ คือ มีลูกค้าบางรายพร้อมจะทิ้งเงินจอง รายละหมื่นบาทบ้าง 2 หมื่นบาทบ้าง เพื่อตัดภาระที่จะตามมาหลังครอบครองรถ ในช่วงที่ทุกอย่างยังไม่มีความชัดเจน”

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า เท่าที่ผู้ประกอบการได้คุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันพบว่า ดีลเลอร์เกือบทุกยี่ห้อยังแบกสต๊อกกันพอสมควร เป็นเหตุให้หลาย ๆ ค่ายรถตัดสินใจหยุดไลน์ผลิตชั่วคราว เพื่อบาลานซ์สต๊อกกับปริมาณความต้องการในตลาด และเชื่อว่าในเร็ว ๆ นี้จะมีการประกาศปรับเป้าหมายการขายกันอีกรอบ

แหล่งข่าวฝ่ายบริหารจากบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดขายในเดือนมีนาคมลดต่ำมากถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

“วันนี้ลูกค้าบางรายที่ไฟแนนซ์อนุมัติแล้ว ไม่ยอมมารับรถ ขอเลื่อนเวลาออกรถ บางรายขอจนกว่าจะพ้นวิกฤต ซึ่งตรงนี้เราเข้าใจและต้องให้ความช่วยเหลือกัน เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตไปให้ได้”

นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ลูกค้ากำลังช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประกอบกับช่วงนี้ดีลเลอร์ไม่สามารถรับรถเข้าไปไว้ในสต๊อกได้แล้ว ดังนั้น ฮอนด้าจึงต้องใช้วิธีปรับแผนผลิตให้สอดรับกับตลาดรถยนต์โดยรวม และไม่ฝืนตลาด

เช่นเดียวกับ นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า ซูซูกิอาจจะต้องมีการพิจารณาแผนการดำเนินธุรกิจอีกครั้ง โดยช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าเข้ามาเจรจาเพื่อขอยืดระยะเวลารับรถออกไปอย่างน้อย 2-3 เดือนซึ่งบริษัทก็จะพิจารณาเป็นกรณีไป โดยยังต้องทำงานประสานกับสถาบันการเงิน ลีสซิ่ง อย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามและอำนวยความสะดวก เพื่อตรวจสอบคุณภาพ และให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ง่าย

ขณะที่นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ยอมรับว่า ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นมา บริษัทได้งดการจัดกิจกรรมการตลาดต่าง ๆ เช่น การจัดงานอีซูซุโชว์, อีซูซุแฟมิลี่เดย์, อีซูซุทรัคโชว์, อีซูซุวันเดอร์ฟูลเดย์ ฯลฯ ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทยังได้เลื่อนการฝึกอบรมและการสัมมนาต่าง ๆ ของสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ โดยเน้นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ซึ่งได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้แล้วแทน

สำหรับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศนั้นยังคงดำเนินการทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการตามปกติ แต่เพิ่มความเข้มงวดในเรื่องสุขอนามัยของทั้งพนักงาน และลูกค้าผู้มาใช้บริการมากขึ้น ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุขไม่ต่างจากนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวยอมรับกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คนเข้าโชว์รูมรถยนต์มาสด้าลดลง แต่ปริมาณคนเข้าไปบนเว็บไซต์ของมาสด้าไม่ลดลงเลยทำให้บริษัทหันมาเน้นการบริหารจัดงานลูกค้าบนเว็บไซต์ โดยเจาะเข้าไปยังลูกค้ามุ่งหวังผ่านทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น

ส่วนปริมาณของลูกค้าที่ขอการคืนจองของมาสด้านั้นยังไม่มี แต่อาจจะมีชะลอการตัดสินใจจองมากขึ้น เนื่องจากความกังวลต่อสถานการณ์

“ภาพรวมการทำแคมเปญออนไลน์ยังคงคึกคัก เราพยายามเจาะเข้าไปในกลุ่มลูกค้าที่มีความมุ่งหวังเป็นหลัก ขณะที่ศูนย์บริการยังคงมีลูกค้าใช้บริการอย่างต่อเนื่อง มีการทิ้งรถไว้ให้ดูแล เพราะลูกค้าไม่ได้เดินทางไปไหน” นายธีร์กล่าว

ขณะที่ดีลเลอร์เชฟโรเลตรายใหญ่ กล่าวว่า มีลูกค้าเริ่มยืดเวลารับรถที่จองออกไปยาว บางรายเจรจาเพื่อขอยกเลิกจองเลย และบริษัทก็ต้องใช้วิธีการเจรจาเป็นเคสบายเคสไป

“อาจเป็นได้ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เชฟโรเลตมีแคมเปญฮอตดีล ก่อนเลิกขายรถเชฟโรเลตในปลายปีนี้ ตอนนั้นลูกค้าแห่จองกันเยอะ โดยไม่คาดคิดว่าสถานการณ์ไวรัสโควิดจะระบาดรุนแรงเช่นทุกวันนี้”