Skip to content

ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ “มาสด้าเชื่อทุกวิกฤตมีโอกาส”

15 มิ.ย. 2563 | 16:51น.
ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ “มาสด้าเชื่อทุกวิกฤตมีโอกาส”

ในสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้น หลังจากประเทศไทยและโลกต้องเผชิญกับภาวะการแพร่ระบาดครั้งใหญ่ของเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้ชีวิตของผู้คนที่มีความตื่นตัวและเฝ้าระวังมากขึ้น ทั้งการวางแผนดำเนินชีวิตที่มองถึงความจำเป็น และทุกอย่างต้องมองในระยะยาวมากขึ้น

วันนี้ “ธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์” รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดโอกาสให้ “ประชาชาติธุรกิจ” พูดคุยถึงวิธีการปรับตัวของมาสด้า การวางแผนงานและการขับเคลื่อนธุรกิจแบบ new normal เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ของลูกค้า

มาสด้าต้องปรับตัวเยอะ

ไม่เฉพาะแต่มาสด้าเท่านั้น เราเชื่อว่าทุกคนต่างต้องพยายามปรับตัวเพื่อให้อยู่ได้ ในสถานการณ์ที่เกิดความไม่แน่นอนว่าจากวิกฤต โควิด-19 ทั้งการใช้ชีวิต การดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการประเมินถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสาร เนื่องจากที่ผ่านมามีการบริโภคข้อมูลผ่านช่องทางต่าง ๆ ทำให้ผู้คนมีความชำนาญและความมั่นใจในการใช้สื่อทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น โดยเฉพาะประสบการณ์การใช้ชีวิตในลักษณะ work from home และ stay home ทำให้เกิดการใช้เทคโนโลยีทางดิจิทัลมากขึ้น ทั้งการสื่อสาร การประชุม การสร้างโอกาสทางธุรกิจ และ e-Commerce ซึ่งทำให้เกิดประสบการณ์ตรง ทั้งในรูปแบบของการเป็นผู้ซื้อ ผู้บริโภคสินค้า และการทำธุรกิจออนไลน์ เกิดเป็นอาชีพใหม่ ๆ ที่สร้างโอกาสได้อย่างมาก ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีผลกระทบต่อวิธีการประกอบธุรกิจแบบเดิม ๆ และที่สำคัญคือกระทบต่อพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าทุกประเภท รวมถึงรถยนต์ด้วยเช่นกัน

New Normal คือความจำเป็น

มาสด้าคาดการณ์ว่าหลังจากผ่านพ้นวิกฤตในขณะนี้ไป จะเกิด new normal ในประเด็นของความจำเป็นที่จะต้องปรับตัว ปรับวิธีการ ปรับรูปแบบการนำเสนอสินค้าให้สอดคล้องกับการใช้ชีวิต และพฤติกรรมของผู้บริโภคในรูปแบบออนไลน์มากขึ้น อุตสาหกรรมรถยนต์ พฤติกรรมการเลือกซื้อรถแบบใหม่ จะเป็นตัวกำหนดการปรับรูปแบบการนำเสนอข้อมูลในทุกด้านที่เชื่อมโยงกัน ให้เป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภค ผ่านช่องทางที่เป็นทางการของแต่ละแบรนด์ (official plat-form) เพราะผู้คนมีการเปิดรับการสื่อสารกับเจ้าของแบรนด์มากขึ้น ช่องทางการสื่อสารของแบรนด์ที่เป็น official platform จะเป็นช่องทางหลักเพราะมีความน่าเชื่อถือ และความสมบูรณ์ของข้อมูลจากผู้ผลิต การออกแบบ official platform ให้มีฟังก์ชั่นการใช้งานและข้อมูลที่ลูกค้าสนใจอย่างครบถ้วน จะช่วยให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้ทันที ทั้งนี้ มาสด้าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนา official platform โดยเฉพาะ official website : www.mazda.co.th เพื่อที่จะรองรับรูปแบบใหม่ของพฤติกรรมการเลือกซื้อรถออนไลน์ของลูกค้า

เน้นความหลากหลาย

มาสด้าเริ่มมาแล้วสำหรับการรองรับความหลากหลายในความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งมาสด้าเน้นไปที่ 1) การสร้างประสบการณ์ให้กับผู้ใช้ในเชิงสัญลักษณ์ และความประทับใจเสมือนจริง ทั้ง design, รูปแบบที่ทันสมัย การออกแบบภาพนิ่ง, animation, interactive image และ video ที่เป็น high resolution เพื่อเป็นการช่วยให้สามารถสร้างประสบการณ์เสมือนจริงที่น่าจดจำ ได้ความรู้สึก สัมผัสถึงองค์ประกอบของผลิตภัณฑ์ และภาพลักษณ์ตราสินค้าที่นำเสนอ

2) การผสมผสานขององค์ประกอบของสื่อที่จัดแสดง หลากหลายประเภท และข้อมูลในทุก ๆ ด้าน เพื่อการเข้าถึงข้อมูลอย่างที่ตั้งใจ ในเชิงความประทับใจและความครบถ้วนของข้อมูล

3) ความสะดวกและรวดเร็ว การใช้งาน 4) ความสมบูรณ์แบบของข้อมูลที่ครบถ้วน เช่น costomer care การเพิ่มข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้ได้มากที่สุดในทุกองค์ประกอบ และ 5) การเพิ่มช่องทางการทำการสั่งซื้อ หรือจองซื้อ online หรือ SKY-BOOKING ที่จะอำนวยความสะดวกในทุกขั้นตอนการซื้อรถ ตั้งแต่การหาข้อมูลในทุกด้านเพื่อประกอบการพิจารณาในทุกองค์ประกอบ และสร้างประสบการณ์ดิจิทัลในการนำเสนอตัวสินค้า รวมถึงการทำธุรกรรมของการจองซื้อ สามารถทำได้อย่างครบถ้วนใน Mazda official website ซึ่งจะสอดคล้องกับพฤติกรรมการซื้อรถของผู้บริโภครูปแบบใหม่ที่ใช้เครื่องมือ online ได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ชูความสะดวกทุกขั้นตอน

สิ่งที่เราพยายามทำมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถนำข้อมูลที่ได้จากดิจิทัลมาใช้ในการวางแผนการทำงานต่าง ๆ เช่น การวางแผนการผลิต การส่งมอบรถใหม่ การขออนุมัติสินเชื่อ และการบริการหลังการขายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และนี่คือการตอบสนองพฤติกรรมการซื้อรถรูปแบบใหม่

ทุกธุรกิจพร้อมรีสตาร์ต

สำหรับมาสด้าคงจะต้องเอาบทเรียนในช่วงโควิด-19 กลับมาใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ data driven marketing ในแง่ของการตลาดที่เราอยากจะเน้น พฤติกรรมของผู้บริโภค ใช้ดิจิทัลในการสื่อสารมากขึ้น ใช้ข้อมูลเชิงรุก เพื่อเข้าถึงตัวของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอาจจะประหยัดต้นทุน ในการทำกิจกรรมการสื่อสารการตลาด ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจหลักที่มาสด้าจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์หลังวิกฤตโควิด-19 ครั้งนี้

มองพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน

ในแง่พฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์นั้นเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน ผู้บริโภคใช้ทุกช่องทาง และนำพฤติกรรมจากการใช้อีคอมเมิร์ซ จากการซื้อของออนไลน์ การเลือกหาข้อมูลออนไลน์ เข้ามาใช้ในการหาซื้อรถยนต์มากขึ้น และ data ที่เราได้จากผู้บริโภค หรือผู้บริโภคเอาข้อมูลไปจากเรา ถือเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน เป็นการสื่อสาร 2 ทาง ตรงนี้มาสด้ามองว่าจะเป็นหัวใจในการเข้าไปอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า และปรับปรุงให้ดีขึ้นได้อย่างไร

สุดท้าย “ธีร์” และมาสด้ามองว่า ผลจากวิกฤตครั้งนี้ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์หลากหลายมิติ มีหลายสิ่งเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนไป หรือ new normal ใครหลาย ๆ คนค้นพบพรสวรรค์ของตัวเองจากการทดลองลงมือทำ และอาจต่อยอดไปสู่กิจการใหม่ ๆ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว จากเหตุการณ์ข้างต้นเราจะพบว่าในทุกวิกฤต ย่อมมีโอกาสใหม่ ๆ เกิดขึ้นเสมอ