Skip to content

“มาสด้า” ฮึดเรียกคืนแชร์ปิกอัพ ปรับลุก “บีที-50” เจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิง

28 ธ.ค. 2563 | 14:39น.
“มาสด้า” ฮึดเรียกคืนแชร์ปิกอัพ ปรับลุก “บีที-50” เจาะกลุ่มลูกค้าผู้หญิง

มาสด้าส่งบีที-50 พลิกเกมลุยตลาดปิกอัพ ชูความเป็นพรีเมี่ยมและสวยงามกวาดกลุ่มลูกค้าผู้หญิง พร้อมเจาะฐานลูกค้าเดิมกว่า 2 แสนราย มั่นใจแซงหน้า “ฟอร์ด-นิสสัน-มิตซูบิชิ” ทวงแชร์คืน 5%

นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงแผนธุรกิจของมาสด้าว่า ราวต้นปี 2564 จะเปิดตัว มาสด้า บีที-50 ใหม่ รถปิกอัพขนาด 1 ตัน ที่พัฒนาร่วมกับอีซูซุมอเตอร์ โดยตั้งเป้าหลังจากเปิดตัว มาสด้าน่าจะกลับมามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น จากปัจจุบันที่มีมาร์เก็ตแชร์ไม่ถึง 1% ให้กลับขึ้นไปเป็น 5% หรือมียอดขายอยู่ที่ 20,000-25,000 คันต่อปี จากก่อนหน้านี้ มาสด้า บีที-50 เคยทำได้เมื่อปี 2555

สาเหตุที่ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะกลับไปมีส่ววนแบ่งตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้นั้น เนื่องจากตลาดรถปิกอัพถือเป็นตลาดรถยนต์ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ และได้รับความนิยมค่อนข้างสูง มีความต้องการสูงถึง 50% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย และด้วยความสดใหม่ รวมถึงสมรรถนะและอรรถประโยชน์ของการใช้งาน

“ปีนี้ยอดขายรถยนต์โดยรวมน่าจะทำได้ถึง 760,000 คัน ส่วนมาสด้าเดิมคาดว่ามียอดขาย 40,000 คัน ลดลง 25-27% จากยอดขาย 58,000 คันในปี 2562 ที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายในช่วง 11 เดือน มาสด้ามียอดขายไปแล้วกว่า 34,000 คัน”

ส่วนปี 2564 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยน่าจะมีความต้องการอยู่ที่ระดับ 840,000 คัน มาสด้าเองน่าจะโตอย่างน้อย 5-10% ทั้งนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว ประกอบกับทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์เริ่มมีแนวโน้มที่ดีขึ้นมาเป็นลำดับตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา บวกกับค่ายรถยนต์ต่าง ๆ เดินหน้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด ที่สำคัญมาสด้าเองก็มีรถปิกอัพ บีที-50 ใหม่ ทำตลาด

และเชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์จะใช้ระยะเวลาอีกอย่างน้อย 2 ปี หรือราวปี 2565 ตลาดน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ด้านนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาสด้ามีความมั่นใจอย่างยิ่งว่า รถปิกอัพบีที-50 จะได้รับการตอบรับจากลูกค้าอย่างแน่นอน แม้ว่าจะเป็นรถที่ได้รับการพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกับอีซูซุมอเตอร์ แต่บีที-50 ยังคงความเป็นมาสด้า โดยรถคันนี้จะเป็น “เกมเชนจ์” ที่สำคัญให้กับมาสด้า

เบื้องต้นบริษัทได้วางกลยุทธ์เพื่อทำตลาด โดยเน้นเจาะกลุ่มที่เรียกว่าเทียร์ 2 คือ ลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการแบรนด์ใหญ่ ๆ เช่น อีซูซุ หรือโตโยต้าโดยมาสด้าชูจุดแข็งของผลิตภัณฑ์ และความโดดเด่นเพื่อทำตลาด ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้หญิงมากขึ้น ด้วยความสวยงามของตัวโปรดักต์

หลังจากก่อนหน้านี้ บริษัทได้สำรวจความต้องการของตลาดรถปิกอัพในช่วง 3 ปีย้อนหลังพบว่าสัดส่วนความต้องการและการใช้งานรถปิกอัพมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมกว่า 90% กลุ่มผู้ใช้งานจะเป็นผู้ชาย ส่วนผู้หญิงมีถึง 10%

แต่ปัจจุบันพบว่าสัดส่วนได้มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันความต้องการใช้งานในกลุ่มลูกค้าเปลี่ยนไป เป็นกลุ่มผู้หญิงมากกว่า 40% และอีก 60% เป็นผู้ชาย มาสด้าเองได้จับเทรนด์ความต้องการของตลาดนี้มาเป็นโจทย์สำคัญ ควบคู่ไปกับการมองกลุ่มลูกค้าใหม่ ๆ ซึ่งมาสด้ามองว่าเป็นตลาดมีโอกาสอย่างยิ่ง

“ปัจจุบันเรามีฐานลูกค้าปิกอัพใน 3 เจเนอเรชั่น รวม ๆ 200,000 คัน กลุ่มลูกค้าเก่านี้เราก็พยายามเจาะเข้าไปด้วย ซึ่งเป็นฐานลูกค้าที่เชื่อมั่นเรามาตั้งแต่มาสด้า ไฟเตอร์ ที่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2006 มีฐานลูกค้า 5 หมื่นคัน มาสด้าบีที เมื่อปี 2009 อีก 5.2 หมื่นคัน และล่าสุดบีที-50 โปร อีก 1.2 แสนคัน เราหวังว่าลูกค้าเหล่านี้จะยังคงมอบความไว้วางใจให้กับมาสด้า” นายธีร์กล่าว

มาสด้า บีที-50 ใหม่ มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาและออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า ส่วนราคาจำหน่ายนั้นจะมีการเปิดราคา พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในต้นปีหน้า

สำหรับยอดขายรถปิกอัพขนาด 1 ตัน ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-พ.ย.) มีทั้งสิ้น 357,947 คัน ลดลง 19.9% จาก 447,104 คัน โดยอีซูซุมียอดขายสูงสุดที่ 146,901 คัน โต 6.1% ทิ้งห่างเบอร์ 2 เกือบ 20,000 คัน คือ โตโยต้า มียอดขาย 129,512 คัน ลดลง 25.8%, มิตซูบิชิ จำนวน 31,541 คัน ลดลง 29.5%, ฟอร์ด จำนวน 25,256 คัน ลดลง 44.2%, นิสสัน 13,879 คัน ลดลง 43.7%, เชฟโรเลต จำนวน 3,365 คัน ลดลง 74.7%, มาสด้า 2,710 คัน ลดลง 48.9%, เอ็มจี 4,645 คัน และทาทา 138 คัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

มาสด้า