เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ เดินสายแดนมังกร พบ ‘สี จิ้นผิง-หลี่ เฉียง’ ดีลความร่วมมือไทย-จีน
Uncategorized ‘อนุทิน’ เดินสายแดนมังกร พบ ‘สี จิ้นผิง-หลี่ เฉียง’ ดีลความร่วมมือไทย-จีน
CAAT รุกขับเคลื่อนอุตฯการบินไทยสู่เป้าหมายศูนย์กลางการบินของภูมิภาค พร้อมเป็นเจ้าภาพ ICAO AAM 2026
Business CAAT รุกขับเคลื่อนอุตฯการบินไทยสู่เป้าหมายศูนย์กลางการบินของภูมิภาค พร้อมเป็นเจ้าภาพ ICAO AAM 2026
อนุทิน ลั่นถ้าแกนนำภูมิใจไทย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ต้องถูกดำเนินคดี
Politics อนุทิน ลั่นถ้าแกนนำภูมิใจไทย เอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ต้องถูกดำเนินคดี
ผุดนิคมฯกบินทร์บุรี ‘กนอ.-304’ ลุยลงทุนพันล้าน ดึงลงทุน 1.5 หมื่นล้าน
Economic ผุดนิคมฯกบินทร์บุรี ‘กนอ.-304’ ลุยลงทุนพันล้าน ดึงลงทุน 1.5 หมื่นล้าน
อนุทิน สั่งรื้อกฎหมายโซนนิ่งสถานบันเทิงให้สอดคล้องยุคสมัย
Politics อนุทิน สั่งรื้อกฎหมายโซนนิ่งสถานบันเทิงให้สอดคล้องยุคสมัย
เบื้องหลังสูตรแคร์ บำนาญประกันสังคมผ่านฉลุย ‘ษัษฐรัมย์’ ขอบคุณ ‘จุลพันธ์-ปชน.’ ร่วมดัน
Politics เบื้องหลังสูตรแคร์ บำนาญประกันสังคมผ่านฉลุย ‘ษัษฐรัมย์’ ขอบคุณ ‘จุลพันธ์-ปชน.’ ร่วมดัน
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 64,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 400 บาท รูปพรรณขายออก 64,700 บาท
JAS ปักหมุดสวนรถไฟ ชวนชมฟรีนัดชิงแชมป์บอลโลก 2026 คืนวันที่ 19 ก.ค. นี้
Sport JAS ปักหมุดสวนรถไฟ ชวนชมฟรีนัดชิงแชมป์บอลโลก 2026 คืนวันที่ 19 ก.ค. นี้
นายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรเร่งตามการปลดล็อกส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซีย
Politics นายกฯ สั่งกระทรวงเกษตรเร่งตามการปลดล็อกส่งออกกุ้งไทยไปมาเลเซีย
ครม.ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงาน 3 สัญชาติ หนุนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
Economic ครม.ต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงาน 3 สัญชาติ หนุนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
ดูทั้งหมด

จากหญิงสาวผู้สิ้นหวังกับระบบในไทย สู่ช่างภาพมืออาชีพที่สื่ออเมริกันวางใจ

24 ก.ย. 2565 | 12:28น.
  • นภสินธุ์ สามแก้วแจ่ม
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

“ถ้าเราไม่ผ่านจุดนั้นมา เราก็จะไม่รู้ว่าที่ที่เราอยู่ มันดีกว่าขนาดไหน” ปูเป้-จุฑารัตน์ ภิญโญดุลยเจต ช่างภาพหญิงไทยอนาคตไกล วัย 30 ปี พูดถึงชีวิตในมหานครนิวยอร์กในปัจจุบัน ภายหลังเดินจากประเทศไทยเพื่อมาหาอนาคตใหม่ที่ดีกว่า

ปูเป้ ขวนขวายหาโอกาส พิสูจน์ตัวเอง จนมีชื่อเสียง มีผลงานภาพถ่ายในสื่อระดับชาติ และนานาชาติในสหรัฐอเมริกา เช่น วอชิงตันโพสต์ นิวยอร์กไทมส์ วอลล์สตรีทเจอร์นัล และอีกหลายแห่ง

กว่าจะมาเป็นช่างภาพหญิงไทยในมหานครนิวยอร์กที่ต่างแก่งแย่งความฝันกันนั้น ปูเป้ต้องผ่านบททดสอบอยู่หลายด่าน กว่าจะมาเป็นเธอในวันนี้

ช่างภาพหญิงไทยในนิวยอร์ก

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

ความใฝ่ฝันของเด็กสาวผู้หลงใหลการถ่ายภาพ

“ตั้งแต่เด็ก ๆ เราไม่เคยคิดจะไปเป็นช่างภาพเลย เพราะมันเป็นอาชีพที่ถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ผู้ชายทำมากกว่า เพราะเราชอบมีภาพจำว่าต้องเป็นผู้ชาย ร่างกายกำยำ ถือกล้องเยอะ ๆ เราก็เลยไม่คิดว่าตัวเองจะทำอาชีพนี้ได้”

ปูเป้ เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าสมัยที่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ เคยฝันอยากทำอาชีพนักตัดต่อภาพยนตร์ และในขณะเดียวกันก็ออกไปถ่ายรูปเป็นงานอดิเรกไปด้วย อาชีพระหว่างนักตัดต่อกับช่างภาพ มีความแตกต่างกันอยู่คือ นักตัดต่อ จะนั่งอยู่แต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ อยู่ในห้องมืด ๆ ในขณะที่การถ่ายรูป เรียกร้องให้เราต้องออกไปข้างนอก เพื่อไปเก็บประสบการณ์และสร้างภาพใหม่ ๆ ขึ้นมา จนในที่สุดปูเป้ก็เริ่มค่อย ๆ พบว่า ตัวเองเริ่มสนใจการถ่ายรูปมากกว่าจะนั่งอยู่ในห้องตัดต่อทั้งวัน

ปูเป้บอกว่า เธอโชคดีที่ทางบ้านเก็บทุนเอาไว้ให้อยู่ก้อนหนึ่ง เพื่อให้เธอไปเรียนต่อ ด้วยความสนใจด้านภาพที่เพิ่มขึ้นในทุกวัน เธอจึงตัดสินใจบินลัดฟ้าเพื่อไปเรียนด้านการถ่ายภาพที่มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นเวลา 1 ปีเต็ม

เด็กสาวตามความฝัน

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

“ตอนที่เราไปเรียน เราก็โฟกัสที่การเรียนอย่างเดียวเลย เงินเราไม่ได้มีมากมายขนาดนั้น เลยพยายามประหยัดเอา ทำอาหารกินเอง แบ่งกินสองมื้อบ้าง เราทำงานไปด้วยไม่ได้เพราะกฎหมายอเมริกาไม่อนุญาต ก็เลยเรียนอย่างเดียว ตอนเรียนเราว่าไม่ค่อยมีอุปสรรคอะไรมาก แต่หลังเรียนจบนี่สิของจริง”

“พอหลังเรียนจบเราเคว้งเลย ชีวิตไม่รู้จะเอายังไงต่อ ยิ่งพอมาจากไทยไม่รู้จักใครเลย คอนเน็กชันเป็นศูนย์มันก็ยาก ซึ่งเพื่อนที่เรียนด้วยกันก็ลำบากเหมือนกัน ไม่ใช่ว่าพอเป็นฝรั่งแล้วจะหางานได้ง่าย ทุกคนก็ต้องเริ่มใหม่หมด”

หลังจากเรียนจบ ปูเป้ต้องสร้างผลงานของตัวเองขึ้นมาเพื่อที่จะใช้ในการยื่นขอวีซ่าประเภท O-1 เพื่อให้มีสิทธิ์หางานทำที่อเมริกาต่อได้ (วีซ่าประเภท O-1 เป็นวีซ่าหรับผู้ที่มีความรู้ความสามารถและความสำเร็จด้านวิทยาศาสตร์, ศิลปะ, การศึกษา, ธุรกิจ, กีฬา, หรือผู้ที่ประสบความสำเร็จด้านภาพยนตร์หรือรายการทีวีและได้รับการยอมรับในระดับชาติหรือนานาชาติ) เธอต้องถ่ายรูปส่งประกวด ส่งนิทรรศการ อยู่หลายชิ้นกว่าจะได้รับการยืนยันเพื่อให้ได้วีซ่านี้มา

แต่ใช่ว่าแม้จะได้วีซ่าทำงานมาแล้ว ชีวิตจะสบาย ปูเป้ต้องดิ้นรน หางานทำเพื่อให้ตัวเองอยู่รอดในมหานครนิวยอร์ก

“ตอนที่เราไม่มีจะกิน เราก็ต้องทำงาน งานอะไรก็ได้ เราทำหมดเลย สิ่งที่ทำให้เราอยู่ได้คือการถ่ายรูปนักท่องเที่ยว เพราะว่านิวยอร์กนักท่องเที่ยวเยอะ ใครที่มาก็ต้องอยากได้รูป เราเลยรับจ้างถ่ายรูปเป็นหัวรายชั่วโมงไป ตามจุดแลนด์มาร์กต่าง ๆ ของนิวยอร์ก”

ชีวิตต่างแดนไม่เคยง่าย

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

“ถ้าถามว่าทำงานแบบนี้ไปมันอยู่ได้ไหม ก็อยู่ได้ แต่มันไม่ได้มาเติมเต็มเรา ใจจริงเราไม่ได้อยากถ่ายรูปนักท่องเที่ยวแบบนี้ไปเริ่อย ๆ เรามีประเด็นที่เราอยากเล่า เรามีงานที่เราอยากทำ แต่ว่าอยู่ที่นี่มันทำยาก เพราะคนมันมาตามหาความฝันกันเยอะ นั่นหมายความว่าเราก็ต้องมีคู่แข่งคนอื่น ๆ อีกเยอะแยะมากมาย”

ปูเป้ รับจ้างถ่ายรูปหลังเรียนจบได้เพียงไม่นาน ก็ตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทย

วงจรอุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์ในไทย

หลังกลับมาไทย ปูเป้เข้าไปทำงานเป็นช่างภาพเบื้องหลังในกองถ่ายซีรีส์ของไทย แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นอย่างที่เธอหวังไว้

“เราก็สนุกนะ ได้กลับมาทำงานที่นี่ ได้เห็นวิธีการทำงานของผู้กำกับ ได้เห็นการออกกอง แต่ระบบที่นี่มันไม่ไหว การทำงานออกกองซีรีส์ 16 ชั่วโมง ที่ทุกคนมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่มันไม่ปกติสำหรับเรา เรารู้สึกว่าชั่วโมงการทำงานกับค่าแรงที่ไทยมันไม่ไปด้วยกัน และเราก็มองไม่เห็นตัวเองว่าเราจะสามารถทำงานแบบนี้ในระยะยาวได้จริง ๆ หรือ การออกกองมันเสียสุขภาพ และค่าแรงก็ไม่คุ้ม”

“วันที่เรารู้สึกว่าเราอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว คือวันที่เราไปออกกอง แล้วกองมันเลิกเลท (สาย) จริง ๆ แล้วควรจะออกกองจบตั้งแต่เที่ยงคืน แต่ด้วยอะไรหลาย ๆ อย่างทำให้จำเป็นต้องต่อคิวไปเรื่อย ๆ จนมันทะลุ 24 ชั่วโมง แบบเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเช้า จนไปจบ 6 โมงเช้าของอีกวัน พอเลิกกองเสร็จ เราก็กลับมาถึงบ้านตอน 7 โมงเช้า นั่งอยู่ปลายเตียง แล้วนั่งร้องไห้ แล้วถามตัวเองว่า ‘กูทำอะไรอยู่’”

“มันเป็นจุดที่เราจะไม่ลืม และเป็นจุดที่ทำให้เราตัดสินใจกลับอเมริกา มันทำให้เรารู้สึกว่าเราจะไม่กลับไปทำตรงนั้นอีกแล้ว มันแข็งแรงมาก ๆ เสียจน เรารู้สึกว่าต่อให้เรากำลังลำบากยังไงก็ตามตอนอยู่ที่อเมริกา แต่พอเรานึกถึงเหตุการณ์วันนั้นที่เรานั่งร้องไห้อยู่ปลายเตียงตอน 7 โมงเช้า เรารู้สึกว่าเราสามารถทนได้ทุกอย่างที่นี่ (อเมริกา)” ปูเป้ เล่าถึงประสบการณ์การทำงานในอุตสหากรรมโปรดักชันไทยที่เธอต้องเผชิญ

ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมผลิตภาพยนตร์ไทยบอกกับบีบีซีไทยว่า สภาพการทำงานในปัจจุบันไม่ต่างไปจากตอนที่ปูเป้ต้องเผชิญเมื่อหลายปีก่อน เรื่องการทำงานเกินเวลา ทำงานทะลุคิวชั่วโมง ยังคงมีอยู่ให้เห็นและถูกพูดถึงอยู่จนถึงปัจจุบัน ด้วยค่าแรงที่โดนกดกันเป็นทอด ๆ ตั้งแต่ผู้อยู่จุดสูงสุดจนถึงคนระดับล่าง ไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะจัดสรรสำหรับการออกกองเพื่อเพิ่มคิวถ่ายฉุกเฉินในวันอื่นต่อไป ทำให้กองถ่ายต่าง ๆ มักเลือกที่จะเพิ่มคิว เพื่มชั่วโมงการถ่ายทำไปเรื่อย ๆ จนกว่างานจะเสร็จ ยอมจ่ายค่าชั่วโมงการทำงานเพิ่มขึ้น แทนการยกกองแล้วไปถ่ายอีกทีวันอื่น เพราะนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นไปอีกเท่าตัว นั่นจึงทำให้วังวนการทำงานเกินชั่วโมงที่ไม่สมกับค่าแรง และสุขภาพที่ต้องเสียไป ยังคงเกิดขึ้น

ชีวิตใหม่ในนิวยอร์ก

หลังจากผ่านเหตุการณ์นั้นมา ปูเป้ตัดสินใจซื้อตั๋วเครื่องบิน บินกลับมาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่นิวยอร์กทันทีในช่วงปลายปี 2019 ซึ่งเป็นช่วงที่โรคโควิด-19 เพิ่งเริ่มระบาด

“ตอนนั้นเราตั้งใจมากว่าจะกลับมาทำงานส่วนตัวแล้วเสนอให้กับสื่อต่าง ๆ แต่ดันกลับมาเจอโควิด (หัวเราะ) ตอนที่เพิ่งเริ่มกลับมาตั้งตัว เราก็ทำงานทุกอย่างเลย ทั้งรับถ่ายรูปนักท่องเที่ยว ไปเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ที่พิพิธภัณฑ์รูปถ่าย หวังจะได้เจอคนใหม่ ๆ ทำอยู่ได้ไม่ถึง 3 เดือน เมืองก็ชัตดาวน์ โดนโควิดถล่ม หลังจากนั้นเราก็เครียดเลย อยู่นิ่ง ๆ ไป 4 เดือน ทำอาหารกินเอง เลี้ยงแมวเพื่อน ปะทังขอเงินจากรัฐเอา”

ปูเป้ เผชิญกับภาวะโรคระบาดในอเมริกาอยู่หลายเดือน ด้วยกฎที่ห้ามไม่ให้คนออกจากบ้าน ด้วยสถานที่ต่าง ๆ ถูกปิด เธอจึงไม่สามารถทำงานได้

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์การประท้วง ‘Black Lives Matter’ ขึ้น หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสหรัฐฯ ใช้เข่ากดที่คอของ จอร์จ ฟลอยด์ ในขณะจับกุมจนทำให้เขาเสียชีวิต ปูเป้จึงได้เริ่มออกมาเก็บภาพการประท้วงที่เกิดขึ้น และใช้เวลาในช่วงเดียวกันนี้เก็บภาพวิถีชีวิตของผู้คนท่ามกลางโรคระบาดไปด้วย

ชีวิตในนิวยอร์ก

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

ชีวิตในนิวยอร์ก

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

ปูเป้ ใช้ภาพเซ็ตเดียวกันนี้ทำเป็นโปรเจกต์ส่วนตัวเพื่อนำไปเสนอให้กับสื่อต่าง  ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ นิวยอร์กไทมส์ โดยตอนแรกปูเป้ได้รับการตอบกลับมาว่าสนใจ แต่ว่ายังไม่ได้รับงานว่าจ้างให้ไปถ่ายอะไร เพราะทางนั้นยังไม่ได้รู้จักปูเป้ดีว่าเธอถนัดงานภาพแนวไหน จนกระทั่งปูเป้ได้งานแรกจาก นิวยอร์กไทมส์ หลังจากสามเดือนให้หลัง

โอกาสแรก

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet/The New York Times

โอกาสแรก

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet/The New York Times

ปูเป้ ได้รับโจทย์ให้ไปถ่ายร้านของฝากในนิวยอร์กที่ได้รับผลกระทบจากโควิดว่าเป็นอย่างไร ถือว่าเป็นผลงานแรกของเธอที่ได้ตีพิมพ์อยู่ใน นิวยอร์กไทมส์

หลังจากนั้นปูเป้ ก็ได้รับงานมาเรื่อย ๆ เริ่มมีสื่ออื่น ๆ มาติดต่อให้ไปถ่ายงานต่าง ๆ จนกระทั่งเธอได้รับการติดต่อจาก นิวยอร์กแม็กกาซีน ให้ไปถ่ายชีวิตของคนในนครนิวยอร์กหลังจากเมืองเริ่มเปิดให้คนได้กลับมาใช้ชีวิตหลังโรคระบาด และถือเป็นผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่งของเธอ เพราะรูปของเธอได้ถูกนำมาขึ้นปกของนิตยสารฉบับนั้น

ฝันที่มาไวกว่าที่คิด

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet/New York Magazine

“โห เราไม่เคยคิดเลยว่ารูปที่เราถ่ายจะได้ขึ้นปกนิตยสารในนิวยอร์ก มันถือเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่สำหรับเรามาก มันเป็นความฝันเป็นหมุดหมายในชีวิตของเรา แต่เราไม่คิดว่ามันจะมาไวขนาดนี้ ตื่นเต้น” ปูเป้ เล่าด้วยสายตาเป็นประกาย

การที่รูปได้ขึ้นปกนิตยสาร ทำให้คนได้รู้จักปูเป้มากขึ้น สื่ออื่น ๆ เริ่มคุ้นชื่อไทยยาว ๆ ของเธอได้จากผลงานนั้นผลงานนี้ ทำให้เธอได้รับการว่าจ้างจากสื่ออื่น ๆ เรื่อยมา และกลายเป็นช่างภาพสาวไทยที่น่าจับตามองคนหนึ่งในมหานครนิวยอร์ก

ปูเป้บอกว่า สื่อในอเมริกา เขาต้องการหาคนใหม่ ๆ มาร่วมงานอยู่เสมอ ฉะนั้นคนหน้าใหม่ไม่ว่าใครก็ตามหากมีผลงานที่โดดเด่น มีมุมมองที่แตกต่างจากคนอื่น และแข็งแรงพอ ก็มีโอกาสได้เข้ามาทำงานตรงนี้เฉกเช่นเดียวกันกับเธอ และกลับกันหากไม่พัฒนาฝีมือตัวเองเรื่อย ๆ เธอก็มิสิทธิ์ถูกเขี่ยทิ้งได้เสมอ ไม่ใช่ว่ามีผลงานเด่นแล้วจะอยู่เป็นดาวค้างฟ้าต่อไปได้เรื่อย ๆ เธอเองก็ต้องหมั่นพัฒนาฝีมือตัวเองต่อไป

นอกจากนี้ ผลงานของปูเป้ยังติดโผอยู่ในลิสต์ภาพ ‘The Year in Pictures’ ของ The New York Times ประจำปี 2021 ที่ผ่านมา เป็นลิสต์ภาพสรุปภาพรวมประจำปีในปีนั้น ๆ ว่าเกิดเหตุการณ์สำคัญอะไรขึ้นบ้างทั่วโลก โดยคัดเลือกจากหมื่น ๆ รูป และรูปของเธอได้ติดเป็นหนึ่งในนั้น

เกินฝัน

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet/The New York Times

“มันเป็นรูปที่เราได้ไปถ่าย (ละครเวที) บรอดเวย์ฮาเดสทาวน์ (Hadestown Broadway) กลับมาเปิดครั้งแรก หลังจากปิดไปจากตอนช่วงโควิด เพราะปกติบรอดเวย์ที่นี่แทบไม่เคยปิด บรอดเวย์ในนิวยอร์กเป็นสิ่งที่ทำให้เมืองมีสีสัน และคนดูบรอดเวย์กันเป็นเเรื่องปกติ โดยเฉพาะคนที่ชอบในศิลปะ เขาเลยถือว่าการที่บรอดเวย์ได้กลับมาเปิดอีกครั้งมันสำคัญ และรูปเราที่เราไปถ่ายก็ได้ไปติดโผอยู่ในนั้นหนึ่งรูป ก็รู้สึกดีใจ” ปูเป้เล่าไปยิ้มไป

“เราเป็นคนที่เคยคิดอยากจะพัฒนาประเทศ แต่เราก็หมดหวัง”

ชีวิตยังต้องเดินตามฝันต่อ

ที่มาของภาพ, Jutharat Pinyodoonyachet

กว่าปูเป้จะมาพาชีวิตตัวเองมาถึงตรงนี้ได้เธอบอกว่า “ต้องสู้ชีวิตผ่านอะไรมานักต่อนัก” และปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ‘การสิ้นหวังกับระบบในประเทศไทย’ เป็นแรงขับอันแรงกล้าที่พาเธอมาถึงตรงนี้

“เราเป็นคนที่เคยคิดอยากจะพัฒนาประเทศ แต่เราก็หมดหวัง เรารู้สึกว่าถ้าเราเปลี่ยนสังคมไม่ได้เราก็เปลี่ยนตัวเอง อยู่ไม่ได้ก็หนี”

“ถ้าถามว่าเราเสียใจไหมที่ต้องออกมาจากบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง ก็รู้สึกเสียใจและเสียดาย เพราะเราเติบโตมา แต่การได้มาใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ (อเมริกา) ชีวิตเราดีกว่าเยอะมากเลย จนเรานึกย้อนไปว่าเราผ่านจุดนั้นมาได้ยังไง”

“เรารู้สึกว่าประเทศไทยถ้าเราบ่นอะไรออกไป หรืออยากให้อะไรมันดีขึ้น เรารู้สึกว่ามันจะไม่เปลี่ยน หรือมันจะเปลี่ยนยาก แล้วเราก็รู้สึกว่า ถ้าเรามีตัวเลือกที่ดีกว่า และมันทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้เลย ทำไมเราถึงจะไม่เลือก เราก็เลยเป็นหนึ่งในคนที่ยอมแพ้”

ปัจจุบันปูเป้ ยังคงถ่ายภาพเป็นศิลปินอยู่ที่นิวยอร์กให้กับสื่อต่าง ๆ ในอเมริกาต่อไป ส่วนเป้าหมายต่อไปของเธอนั้น คือการเป็นช่างภาพที่ถ่ายงานโฆษณามากขึ้น เพราะ “เงินเยอะกว่าการถ่ายภาพข่าวมาก” ปูเป้ เน้นย้ำคำหลัง

….

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช่างภาพ