ฟินแลนด์จับประธานบริษัทเก็บเบอร์รี่ ฐานค้ามนุษย์แรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่า

ไม่นานหลังแรงงานไทยราว 10 คน เดินทางกลับจากฟินแลนด์ หลังร้องขอความช่วยเหลือ ถูกค้ามนุษย์ไปเก็บเบอร์รี่ป่า แต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน และมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ตอนนี้ ตำรวจฟินแลนด์เคลื่อนไหว จับกุมประธานบริษัทเบอร์รี่รายหนึ่ง และคนไทยที่เป็นนายหน้านำเข้าแรงงานไทยแล้ว

ตำรวจฟินแลนด์ได้ควบคุมตัวนาย จุกกา คริสโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอ บริษัท โพลาริกาออย (Polalica Oy) บริษัทเบอร์รี่ ฐานต้องสงสัยค้ามนุษย์ และเตรียมนำขึ้นศาลแขวงสุดสัปดาห์นี้

สื่อฟินแลนด์คือ วายแอลอี นิวส์, เอสวีที, และอีกหลายสำนัก รายงานตรงกันว่า นายคริสโตดำเนินการนำแรงงานไทยมาฟินแลนด์ เพื่อเก็บเบอร์รี่ตามฤดูกาลมาหลายปีแล้ว

สำนักงานสืบสวนแห่งชาติฟินแลนด์ หรือ เอ็นบีไอ และตำรวจพิทักษ์ชายแดนฟินแลนด์ ยืนยันว่า ได้ดำเนินการสืบสวนนายคริสโต ฐานค้ามนุษย์แล้ว แม้ว่าทางบริษัท โพลาริกา จะออกแถลงการณ์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ รวมถึงข้อหาทางอาญาอื่น ๆ ต่อนายคริสโต

เก็บเบอร์รี่ป่าในฟินแลนด์ เป็นอุตสาหกรรมที่คนไทยหลายพันเดินทางไปต่อปี

ที่มาของภาพ, Getty Images

ทางบริษัทยืนยันว่า ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการเก็บเบอร์รี่โดยแรงงานต่างชาติมาโดยตลอด รวมถึงได้ประสานกับทางการไทย เพื่อพัฒนาระบบจัดจ้างแรงงานเพื่อเก็บเบอร์รี่อย่าง “มีความรับผิดชอบ” พร้อมยืนยันว่า การสืบสวนคดีดังกล่าว จะไม่กระทบกับการปฏิบัติงานของทางบริษัทแต่อย่างใด

บริษัท โพลาริกาออย นำเข้าแรงงานไทยเพื่อมาเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์ ปีนี้มากถึง 1,100 คน

คนไทยถูกจับกุมด้วย

สำนักข่าวเดอะ รีพอร์ตเตอร์ รายงานว่า นอกเหนือจากนายคริสตาแล้ว มีคนไทยอีก 1 รายถูกจับกุมด้วย ฐานค้ามนุษย์แรงงานไทยไปเก็บผลไม้ป่า ทราบชื่อว่า น.ส.กัลยากร พงษ์พิศ ของบริษัทที่ประสานงานแรงงานไทยมาเก็บผลไม้ป่าในฟินแลนด์

มีรายงานด้วยว่าตำรวจฟินแลนด์ ได้ช่วยเหลือแรงงานไทยอีก 46 คน อยู่ระหว่างการสอบสวนในที่ปลอดภัยแล้ว

Advertisement

นี่ถือเป็นคดีใหญ่ของตำรวจฟินแลนด์ ที่ขยายผลมาจากการสอบสวนการค้ามนุษย์ ที่นำแรงงานไทยมาเก็บผลไม้ป่าระหว่างปี 2563-2565 พุ่งเป้าไปที่บริษัทในพื้นที่ทางเหนือของประเทศ และบริษัทนายหน้าไทย ที่รับสมัครคนงานไปเก็บเบอร์รี่ที่ฟินแลนด์

เก็บเบอร์รี่และเห็ดในฟินแลนด์

ที่มาของภาพ, Getty Images

แรงงานไทยขอความช่วยเหลือ

ก่อนหน้านี้ มีแรงงานไทยกว่า 10 คน ติดต่อขอความช่วยเหลือไปที่ จิตรา คชเดช นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิแรงงาน และผู้ประสานงานกลุ่มสหกรณ์คนงาน TRY ARM ซึ่งอาศัยอยู่ในสวีเดน

จิตรา เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าแรงงานหลายสิบคน มีกำหนดเดินทางกลับไทยวันที่ 28 ก.ย. แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่ได้รับความชัดเจนเรื่องค่าตอบแทนจากนายจ้างแต่อย่างใด ขณะที่ยังไม่มีการระบุแน่ชัดว่า แรงงาน 10 คนนี้ ทำงานให้กับบริษัท โพลาริกาออย ที่ตำรวจพึ่งจับกุมประธานบริษัทไปหรือไม่

แรงงานกลุ่มนี้ เตรียมเข้าร้องเรียนกรรมาธิการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ต่อไป

จิตรา เล่าว่าตามสัญญาจ้าง แรงงานกลุ่มนี้ต้องได้รับเงินเดือนเดือนละ 23,183 โครนา หรือกว่า 77,600 บาท ไม่เกินวันที่ 25 ของแต่ละเดือน แต่จนถึง 27 ก.ย. พวกเขายังไม่ได้รับเงินเดือนเลยสักเดือน

บริษัท สตาร์ โรยัล เซอร์วิสเซส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจัดหางานให้แรงงานกลุ่มนี้ ชี้แจงกับบีบีซีไทยต่อข้อกล่าวหาจากจิตราและคนงาน ว่า ทางบริษัทได้ทำทุกอย่างตามเงื่อนไข และให้แรงงานกลุ่มนี้สามารถติดต่อไปยังกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เพื่อนัดพบและชี้แจงรายละเอียดทุกอย่าง

ไม่ใช่เรื่องใหม่

เมื่อปลายเดือน ม.ค. 2565 ศาลสูงสุดฟินแลนด์ได้วินิจฉัยลงโทษประธานบริษัท เซ็นทรัล ฟินแลนด์ เบอร์รี่ เป็นโทษจำคุก 1 ปี 10 เดือน ในข้อหาค้ามนุษย์แรงงานไทยไปเก็บเบอร์รี่และเห็ด 26 กระทง

ทางบริษัทได้นำแรงงานไทยมาฟินแลนด์ เพื่อเก็บเบอร์รรี่และเห็ด เป็นเวลา 3 เดือนในปี 2016 โดยหาที่พักในเมืองฮานคาซัลมี (Hankasalmi) ให้คนงานพักอาศัย แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ กลับพบว่า ละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยหลายอย่าง เพราะแรงงานไทยต้องอาศัยอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ และรถพ่วง ในสภาพที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของพวกเขาได้

ภาพคนไทยเก็บเบอร์รี่ในฟินแลนด์

ที่มาของภาพ, กรมการจัดหางาน

ไม่เพียงเท่านั้น แรงงานไทยถูกบังคับให้ทำงาน 15 ชั่วโมงต่อวัน แลกกับค่าจ้างที่น้อยนิด หรือไม่ได้เลย และส่วนใหญ่ถูกนำไปจ่ายหนี้ ที่พวกเขาสร้างไว้เพื่อเดินทางไปทำงานในฟินแลนด์

ศาลระบุด้วยว่า ค่าจ้างที่แรงงานเหล่านี้ได้รับ ไม่เป็นไปตามในสัญญาที่ตกลงไว้กับเจ้าของธุรกิจและตัวแทนหางาน นอกจากนี้พวกเขายังถูกยึดหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินไว้กับพนักงานของบริษัท

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ เฮลซิงกิ รายงานความเคลื่อนไหวในคดีเมื่อวันที่ 28 ม.ค. เช่นกัน โดยระบุว่า เมื่อปี 2559 ผู้ประกอบการฟินแลนด์รายหนึ่งได้จ้างแรงงานคนไทยมาเก็บเบอร์รี่ในที่ดินของตนที่ตั้งอยู่ภาคกลางของฟินแลนด์ โดยมีแรงงานไทยรวมทั้งสิ้น 200 คน แต่มีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างผู้ประกอบการชาวฟินแลนด์และแรงงานไทยจำนวน 26 คน เนื่องจากผู้ประกอบการฟินแลนด์ให้ข้อมูลเท็จและเอาเปรียบจากการที่แรงงานไม่มีสถานะทางกฎหมายและต้องพึ่งพาตนเอง แรงงานทั้ง 26 คน จึงได้นำเรื่องยื่นสู่ศาลชั้นต้นเมือง Vaasa

“อยู่ไทยมันขาดความหวัง”

แต่ละปีมีแรงงานชาวไทยเดินทางไป เก็บเบอร์รี่ป่าและผลไม้อื่น ๆ ตามฤดูกาล ในฟินแลนด์และสวีเดน ราว 5,000-8,000 คน ผ่านช่องทางที่นายจ้างบริษัทผลไม้ติดต่อเอง นายหน้า และโครงการระหว่างรัฐบาล จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน คนไทยที่เดินทางไปเก็บผลไม้ฤดูกาลปี 2563 ระหว่าง ก.ค.-ก.ย. แบ่งเป็นสวีเดน 3,200 คน และฟินแลนด์ 2,014 คน ส่งเงินกลับประเทศกว่า 618 ล้านบาท ส่วนปี 2564 มีคนไทยเดินทางผ่านกระทรวงแรงงานราว 8,200 คน

จิตราเล่าว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนการซื้อหวย ที่อาจจะไม่ถูกแต่ก็มีความหวัง

"คนไทยได้ยินว่ามีการถูกหลอก แต่เชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ฉัน"

“คนไทยได้ยินว่ามีการถูกหลอก แต่เชื่อว่าอาจจะไม่ใช่ฉัน ฉันอาจจะเก็บได้เยอะกว่าคนอื่น ฉันอาจจะโชคดีที่เจอป่าที่มีเบอร์รี่สมบูรณ์ ความหวังแบบนี้มันทำให้คนยังเดินทางมาเรื่อย ๆ เพราะอยู่ไทยมันขาดความหวัง อย่างน้อยก็เหมือนซื้อลอตเตอรี่”

จิตราบอกว่า สิ่งที่กระทรวงแรงงานต้องทำคือต้องส่งแรงงานมาเองเพื่อลดค่าใช้จ่ายในส่วนของบริษัทนายหน้า เธอมองว่าสิ่งที่กระทรวงแรงงานต้องทำโดยทันทีคือปลดหนี้ให้กลุ่มแรงงานเหล่านี้ และสถานทูตต้องมีรายชื่อนายจ้างในมือ “เมื่อเกิดปัญหาสถานทูตจะต้องติดต่อนายจ้างได้ทันทีเลย คนไทยเหยียบแผ่นดินต้องรู้แล้วว่านายจ้างคือใคร”

…..

ข่าว BBCไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว