ปธน. แอฟริกาใต้ กับข้อกล่าวหาซุกเงินสดก้อนโตไว้ที่บ้านไร่ในฟาร์มล่าสัตว์

ประธานาธิบดีซีริล รามาโพซา ของแอฟริกาใต้กำลังเผชิญมรสุมทางการเมืองและถูกกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกกล่าวหาว่าแอบซ่อนเงินสดจำนวนหลายล้านดอลลาร์สหรัฐไว้ที่บ้านไร่ในฟาร์มล่าสัตว์ของเขา

เรื่องอื้อฉาวที่เขย่าเก้าอี้ของนายรามาโพซา วัย 70 ปี ผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศด้วยภาพลักษณ์ “มือปราบทุจริต” ถูกเปิดเผยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยนายอาเธอร์ เฟรเซอร์ อดีตหัวหน้าสำนักงานความมั่นคงของรัฐ เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายรามาโพซาในข้อหาปกปิดเหตุอาชญากรรมและทุจริตคอร์รัปชัน

ประธานาธิบดีซีริล รามาโพซา
Reuters ประธานาธิบดีซีริล รามาโพซา ของแอฟริกาใต้ ลั่นวาจาหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2018 ว่าจะเดินหน้าปราบปรามการทุจริต แต่ขณะนี้กลับถูกกล่าวหาว่าทุจริตเสียเอง

นายเฟรเซอร์อ้างว่าเขามีหลักฐานว่า เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2020 ได้เกิดเหตุโจรกรรมเงินสดจำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 139 ล้านบาท) จากบ้านไร่ในฟาร์มล่าสัตว์ที่ชื่อ “พาลา พาลา” ของประธานาธิบดีรามาโพซา ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดลิมโปโปทางภาคเหนือของแอฟริกาใต้

นายเฟรเซอร์กล่าวหาประธานาธิบดีรามาโพซาว่าซุกซ่อนเงินสดไว้ใต้เบาะโซฟา และปกปิดเหตุโจรกรรมดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้หลังเกิดเหตุยังได้สั่งให้คนไปจับตัวผู้ต้องสงสัยมา พร้อมกับจ่ายสินบนปิดปากให้เรื่องเงียบ

หลังการแจ้งความของนายเฟรเซอร์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนอิสระขึ้นโดยมีอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาเป็นประธาาน คณะกรรมการสรุปในรายงานการสอบสวนว่า มีประเด็นน่าสงสัยที่ประธานาธิบดีจะต้องชี้แจง

นายรามาโพซา ซึ่งกำลังจะลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคสมัชชาแห่งชาติแอฟริกา (African National Congress: ANC) ในวันที่ 16 ธ.ค. นี้ ปฏิเสธข้อกล่าวหามาโดยตลอด และยืนยันว่าเขาจะแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคอีกสมัย

ศึกชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคจะชี้ชะตาว่า นายรามาโพซาจะได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อไปหรือไม่

รายงานการสอบสวน

Reuters
โฉมหน้ารายงานการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนอิสระที่ระบุว่า “มีเหตุอันน่าสงสัย” เกี่ยวกับที่มาของเงินสดที่เก็บไว้ในบ้านพักของประธานาธิบดีรามาโพซา รายงานฉบับนี้ถูกส่งให้ประธานรัฐสภาแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. 2565

แรงกดดันจากพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกพรรคเอเอ็นซีบางส่วนที่ต้องการให้เขาลาออกมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้นายวินเซนต์ แมกเวนยา โฆษกประจำตัวนายรามาโพซาต้องออกมาย้ำเมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ว่านายรามาโพซาจะไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี และจะเดินหน้าลงแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็นสมัยที่สอง

Advertisement

“ท่านประธานาธิบดีจะไม่ลาออกหรือหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยเหตุจากรายงานการสอบสวนที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง” โฆษกของนายรามาโพซากล่าว และบอกว่ารายงานที่บกพร่องเช่นนี้สมควรจะถูกตรวจสอบ ไม่ใช่เพื่อปกป้องประธานาธิบดีรามาโพซาเท่านั้น แต่เพื่อปกป้องระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญของแอฟริกาใต้ด้วย

ยอมรับเงินถูกขโมย แต่ไม่ถึง 4 ล้านดอลลาร์

ก่อนหน้านี้ นายรามาโพซายอมรับว่าเกิดเหตุโจรกรรมที่บ้านพักในฟาร์มล่าสัตว์ของเขาจริง แต่จำนวนเงินที่ถูกขโมยไปคือ 580,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 20 ล้านบาท) ไม่ใช่ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามที่นายเฟรเซอร์กล่าวหา

ประธานาธิบดีรามาโพซาอ้างว่าเงินจำนวน 580,000 ดอลลาร์สหรัฐนี้ได้มาจากการขายควายป่า แต่คณะกรรมการสอบสวนลงความเห็นว่า “มีเหตุอันชวนสงสัย” ว่าการซื้อขายเกิดขึ้นจริงตามที่นายรามาโพซากล่าวอ้างหรือไม่

รายงานการสอบสวนของคณะกรรมการชุดนี้ได้ถูกส่งไปยังรัฐสภาแล้วเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากนี้สภาจะพิจารณา หากลงความเห็นว่าเขาผิดวินัยร้ายแรงก็จะเริ่มกระบวนการถอดถอนนายรามาโพซาออกจากตำแหน่ง การถอดถอนจะต้องอาศัยเสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา

คนอ่านหนังสือพิมพ์

Reuters
ประชาชนในแอฟริกาใต้เกาะติดข่าวสารขณะที่สถานการณ์การเมืองอยู่บนความไม่แน่นอนจากแรงกดดันให้ประธานาธิบดีรามาโพซาลาออก

นายรามาโพซาเป็นคนใกล้ชิดของนายเนลสัน แมนเดลา ประธานาธิบดีผิวดำคนแรกของประเทศแอฟริกาใต้และหนึ่งในผู้นำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก นายรามาโพซามีบทบาทสำคัญในการต่อต้านนโยบายแบ่งแยกสีผิวมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970

เขาได้รับเลือกจากรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์ให้เป็นผู้นำประเทศ หลังจากพรรคเอเอ็นซีชนะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2562

เรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของนายรามาโพซาอย่างมาก เพราะเขาชูนโยบายว่าจะเข้ามากวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นอย่างแพร่หลายในยุคอดีตประธานาธิบดีจาคอบ ซูมา แต่มาวันนี้เขากลับต้องเผชิญข้อกล่าวหาทุจริตเสียเอง

มีรายงานว่าสมาชิกพรรคเอเอ็นซีแบ่งเป็นสองฝ่าย คือฝ่ายที่สนับสนุนนายรามาโพซาและฝ่ายที่ยังคงสนับสนุนนายซูมา และพรรคเองก็เสียงแตกว่าเขาควรจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือควรลาออก

…..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว