เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘ดร.เกษม’ ชี้ ปลาหมอคางดำบุก ‘ลำปาว’ ช่วงน้ำหลากส่อแพร่กระจายสู่ลำน้ำสาขา ทุบเศรษฐกิจ 2,500 ล้าน
SC พลิกที่ดินปั้มน้ำมันซัสโก้ ผุดคอนโดหรูย่านรัชดา ลุ้นแบรนด์-ราคา
Real Estate SC พลิกที่ดินปั้มน้ำมันซัสโก้ ผุดคอนโดหรูย่านรัชดา ลุ้นแบรนด์-ราคา
ธปท.เร่งแก้ ‘เอสเอ็มอี’ ติดกับดัก เร่งออก 3 มาตรการ คาดปี 2570 สินเชื่อกลับมาบวก
Finance ธปท.เร่งแก้ ‘เอสเอ็มอี’ ติดกับดัก เร่งออก 3 มาตรการ คาดปี 2570 สินเชื่อกลับมาบวก
“ศุภจี” หนุนรัฐ-เอกชนวางแผนรับภัยหลายระดับ ย้ำดูแลทั้งโรงงาน-แรงงาน-ตลาดส่งออก
Economic “ศุภจี” หนุนรัฐ-เอกชนวางแผนรับภัยหลายระดับ ย้ำดูแลทั้งโรงงาน-แรงงาน-ตลาดส่งออก
‘พิชญ์ โพธารามิก’ อัดฉีดนักตบชายไทย 2 ล้าน หลังคว้าอันดับ 5 ของเอเชีย
Sport ‘พิชญ์ โพธารามิก’ อัดฉีดนักตบชายไทย 2 ล้าน หลังคว้าอันดับ 5 ของเอเชีย
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
กอช.เปิดตัวฟีเจอร์ Direct Debit หักบัญชีอัตโนมัติ ออมรายเดือน ช่วยสร้างวินัยการเงิน
Finance กอช.เปิดตัวฟีเจอร์ Direct Debit หักบัญชีอัตโนมัติ ออมรายเดือน ช่วยสร้างวินัยการเงิน
TRS สะเทือนตัวเลขหุ้นไทย! จ่อเปลี่ยนวิธีนับยอดต่างชาติ ตลท.-โบรกฯ นัดถก 28 ต.ค.
Finance TRS สะเทือนตัวเลขหุ้นไทย! จ่อเปลี่ยนวิธีนับยอดต่างชาติ ตลท.-โบรกฯ นัดถก 28 ต.ค.
มก.-ซีพีเอฟ ผนึกวิจัยพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจ ดันโตเร็ว-รอดสูง ลดต้นทุนเกษตรกร
News มก.-ซีพีเอฟ ผนึกวิจัยพันธุกรรมปลาเศรษฐกิจ ดันโตเร็ว-รอดสูง ลดต้นทุนเกษตรกร
ตลาดอสังหาฯ เมืองชายทะเล ‘ประจวบฯ-เพชรบุรี’ ชะลอตัว คอนโดฯ ใช้เวลาขาย 19 ปี
Real Estate ตลาดอสังหาฯ เมืองชายทะเล ‘ประจวบฯ-เพชรบุรี’ ชะลอตัว คอนโดฯ ใช้เวลาขาย 19 ปี
ดูทั้งหมด

เงินเฟ้อ : นักเศรษฐศาสตร์ TDRI ไขปม ของแพง-บาทอ่อน-ขึ้นดอกเบี้ย

14 ก.ค. 2565 | 09:33น.

 

แรงงานเขียงหมู

ที่มาของภาพ, Getty Images

ตัวเลขเงินเฟ้อล่าสุดของไทยประจำเดือน มิ.ย. 2565 อยู่ที่ 7.66% ทว่าสิ่งนี้หมายความว่าอย่างไรและสะท้อนออกมาเป็นผลกระทบต่อกระเป๋าเงินคนไทยมากแค่ไหน

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้อำนวยการวิจัย นโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศและการพัฒนา และผู้อำนวยการโครงการวิเคราะห์เศรษฐกิจเชิงลึก จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ชี้ว่าภาวะของแพงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีสาเหตุมาจากทั้งฝั่งความต้องการซื้อ (ดีมานด์) และความต้องการขาย (ซัพพลาย)

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร

ที่มาของภาพ, TDRI

สำหรับกรณีของประเทศไทยข้าวของที่แพงขึ้นส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานของโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เธออธิบายว่าจริงอยู่ที่สาเหตุหลักเป็นเพราะสงครามในยูเครน ทว่าเทรนด์ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นเกิดมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาแล้ว

ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยเมื่อ 13 ก.ค. ดร.กิริฎาชี้ว่า เศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรปฟื้นตัวอย่างชัดเจนมาตั้งแต่ปลายปี 2021 ซึ่งทำให้สินค้าหลายประเภทผลิตออกมาไม่เพียงพอความต้องการ

ในขณะเดียวกัน ขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ผลิตในหลายอุตสาหกรรมยังปรับตัวไม่ทันและจำนวนพนักงานไม่เพียงพอให้การผลิตสินค้าจนนำไปสู่ภาวะคอขวดในหลายธุรกิจ

เมื่อผสานรวมทั้งสองประเด็นเข้าด้วยกัน เทรนด์ราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นจึงเห็นได้ตั้งแต่ก่อนเกิดสงครามแล้ว

เมื่อประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ตัดสินใจบุกเข้ายูเครน ผลกระทบจึงกระจายไปในวงกว้าง

บีบีซีไทยรวบรวมสถิติสินค้าอุปโภคบริโภคที่รัสเซียและยูเครนเป็นผู้ผลิตสำคัญ โดยอ้างอิงข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) โดยพบว่า

เมื่อรวมกำลังผลิตจากทั้งสองประเทศ ในปี 2020 รัสเซียและยูเครนมีสัดส่วนการผลิตแร่แพลเลเดียมซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดสูงถึง 43.3% ของกำลังการผลิตทั่วโลก

ขณะที่ก๊าซธรรมชาติและข้าวสาลี ตามมาในสัดส่วน 18.48% และ 14.09% ตามลำดับ

นอกจากนี้สินค้าอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากสงครามยังรวมไปถึง แพลทินัม, น้ำมัน, นิกเกิล และทองคำ

ดัชนีราคาผู้บริโภค

ขณะที่เงินเฟ้อเป็นคำที่ประชาชนทั่วไปใช้พูดกัน เวลากระทรวงพาณิชย์ออกแถลงการณ์ประจำเดือนผู้คนจะได้ยินคำว่า “ดัชนี้ราคาผู้บริโภค” แทน

ดร.กิริฎาอธิบายว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคคือระดับราคา ส่วนคำว่าเงินเฟ้อคือ “ระดับราคาในเดือนนั้น ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า”

ขณะที่วิธีคิดดัชนีราคาผู้บริโภคจะมีความคล้ายคลึงกันทั่วโลกคือคิดบนพื้นฐานของสินค้าที่คนในประเทศใช้เป็นประจำ โดยมีกระทรวงพาณิชย์รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพในการรวบรวมราคาสินค้าเหล่านั้น

แรงงานเขียงหมู

ที่มาของภาพ, Getty Images

สำหรับประเทศไทย ดร.กิริฎาอธิบายว่า กระทรวงพาณิชย์คำนวณดัชนีราคาผู้บริโภคมาจากสินค้าราว 400 ชนิด ที่คนไทยใช้เป็นประจำทุกเดือน โดยจะมีการนำมาหาค่าเฉลี่ยผ่านการถ่วงน้ำหนัก ซึ่งหมายความว่า ไม่ได้นำราคาสินค้าทั้งหมดมาแล้วหารด้วยจำนวนสินค้าทั้งหมด แต่จะต้องดูสัดส่วนน้ำหนักด้วย

ยกตัวอย่างเช่น คนไทยมีค่าใช้จ่ายอาหารสดอยู่ที่ราว 20% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด ขณะที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานอยู่ราว 12% เพราะฉะนั้นสองตัวนี้ก็จะได้น้ำหนักตามความสำคัญของตัวเอง

ส่วนสาเหตุที่ประชาชนมองว่าสินค้าบางประเภทมีราคาสูงกว่าสัดส่วนที่ภาครัฐประกาศออกมานั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์มหภาคชี้ว่า นั่นเป็นเพราะแม้จะมีการถ่วงน้ำหนักโดยดูจากสัดส่วนความสำคัญแล้ว แต่ก็ยังเป็นการหาค่าเฉลี่ยอยู่ดี

อีกทั้งสุดท้ายแล้ว ประชาชนยังต้องกลับมาดูด้วยว่าระดับรายได้ของตนเองเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แต่รายได้เท่าเดิม ก็เท่ากับว่าประชาชนมีรายรับลดลง

ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

ดร.กิริฎาอธิบายว่า ที่คนจำนวนไม่น้อยมองว่าเมื่อไทยมีระดับเงินเฟ้อสูงขึ้น แปลว่าธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะธนาคารกลางต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อสกัดกั้นภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับธนาคารกลางของสหรัฐ หรือเฟด

เธอแจกแจงต่อว่าระดับเงินเฟ้อสหรัฐ [ซึ่งสูงแตะ 9.1% ในเดือน มิ.ย.] เพิ่มขึ้นเพราะความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะในช่วงที่โควิด-19 ระบาดหนัก ประชาชนไม่ค่อยได้ใช้เงินและรัฐบาลก็มีการชดเชยรายได้ในตัวเลขที่สูง ด้วยเหตุนี้เฟดจึงมองว่าหากปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเป็นการจูงใจให้ประชาชนนำเงินมาฝากเพื่อกินดอกเบี้ย แทนการใช้จ่าย

“ขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดดีมานด์ ถ้าดอกเบี้ยสูง เราเอาเงินไปฝากแบงก์ดีกว่า”

ธนบัตร 100 บาท

ที่มาของภาพ, Getty Images

ขณะเดียวกันก็มีคำถามว่า ถ้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแปลว่าดอกเบี้ยเงินกู้จะเพิ่มขึ้นด้วย แบบนี้จะไม่ถือว่าไปเร่งต้นทุนการผลิตแล้วยิ่งทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้นไปอีกเหรอ

ดร.กิริฎาอธิบายว่า เมื่อสามารถลดความต้องการของผู้บริโภคลงได้แล้ว ผู้ผลิตก็ไม่จำเป็นต้องกู้เงินมาเพิ่มกำลังการผลิตของตนเอง จึงไม่นับว่าจะเป็นปัญหามากนัก

อย่างไรก็ดี เธอย้ำว่าที่อธิบายมาทั้งหมดนั้นเป็นสถานการณ์ของสหรัฐ ที่ราคาสินค้าเพิ่มสูงขึ้นเพราะมีความต้องการมากขึ้น หรือที่ภาษาทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า deamnd-pull inflation หรือแปลเป็นไทยว่า ภาวะเงินเฟ้อที่เกิดจากความต้องการซื้อสินค้าและบริการ

เมื่อกลับมาดูสถานการณ์ในประเทศไทย อย่างที่กล่าวไปตั้งแต่ต้นว่าราคาสินค้าของเราเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน ซึ่งรัฐบาลไทยควบคุมไม่ได้ ดังนั้นการแก้ปัญหาตรงนี้ “จะไปพึ่งดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่ได้” เพราะอย่างไร ต้นทุนจากต่างประเทศก็ไม่ลดลงอยู่ดี

ซ้ำร้าย “ถ้าเราขึ้นดอกเบี้ยมากเกินไป มันจะกระทบดีมานด์เราอีก” แต่ถ้าไทยไม่ขึ้นดอกเบี้ยเลย แล้วเฟดขึ้นเยอะไปกว่าเดิม ประเทศก็จะเจอปัญหาค่าเงินบาทมาให้ปวดหัวแทน

เพื่อทำความเข้าใจย่อหน้าก่อนหน้า ต้องเข้าใจก่อนว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นของไทยตอนนี้เกิดจากภาวะต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น หรือที่เรียกว่า cost-push ด้วยเหตุนี้การขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะทำให้ความต้องการในประเทศลดลงจึงไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่หนัก เนื่องจากดีมานด์เป็นตัวกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ผู้บริโภค

ที่มาของภาพ, Getty Images

แต่หากไม่ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปัญหาที่ต้องเจออีกฝั่งคือเราจะเจอภาวะเงินไหลออก ดร.กิริฎาเล่าว่า ขณะนี้มีการประเมินจากสถาบันการเงินจำนวนมากว่า ปลายปีนี้อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอาจไปหยุดอยู่ที่ 3.5% ขณะที่ของไทยปัจจุบันอยู่ที่ 0.5%

ความห่างดังกล่าวจะทำให้นักลงทุนที่ปัจจุบันลงทุนอยู่ในประเทศไทยขนเงินออกไปกินดอกเบี้ยที่สหรัฐฯ แทน การสูญเสียเม็ดเงินเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงกับค่าเงินบาทของประเทศซึ่งล่าสุดก็อ่อนลงมามากแล้ว

กลางเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ / 32.1 บาท ปัจจุบันตัวเลขขึ้นมาเป็น 1 ดอลลาร์สหรัฐ/36.3 บาท ณ วันที่ 13 ก.ค.

หากเงินบาทอ่อนตัวลง จะส่งให้ราคาของที่ไทยนำเข้าแพงขึ้น “เพราะฉะนั้นถ้าเราปล่อยดอกเบี้ยห่างมาก ๆ ราคาของในประเทศเราจะแพงขึ้นไปอีก”

ดร.กิริฎาชี้ว่า โจทย์ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องแก้ตอนนี้คือการสร้างสมดุลให้กับทุกฝ่าย “ให้บาทไม่อ่อนมากเกินไป และไม่ทำให้ประชาชนมีภาระเช่นกัน”

สำหรับสถานการณฺ์ปัจจุบัน ดร.กิริฎาชี้ว่าทีดีอาร์ไอมองว่าแบงก์ชาติน่าจะต้องมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นสองครั้ง ครั้งละ 0.25% ภายในสิ้นปีนี้ ส่วนค่าเงินบาททั้งปีอาจเฉลี่ยที่ 34.50 – 35.00 บาท โดยเงินบาทอาจได้ปัจจัยบวก จากประมาณการระดับโลกที่มองว่าราคาพลังงานจะปรับตัวลดลงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันมีการตกลงเพื่อเพิ่มระดับการผลิตแล้ว

ดอกเบี้ยนโยบาย ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยเงินฝาก

เมื่อมีข่าวการขึ้นดอกเบี้ยออกมาจากฝั่งธนาคารแห่งประเทศไทย สิ่งที่สื่อสารออกไปคือ “ดอกเบี้ยนโยบาย” ไม่ใช่ดอกเบี้ยเงินกู้/ฝาก ของธนาคารพาณิชย์

ทั้งนี้ ดอกเบี้ยทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกัน

นักเศรษฐศาสตร์หญิงจากทีดีอาร์ไออธิบายว่า ดอกเบี้ยนโยบายคือดอกเบี้ยที่ธนาคารกลางเก็บหรือจ่ายให้กับธนาคารพาณิชย์ที่มาฝากเงินหรือมากู้เงินกับธนาคารกลาง ด้วยเหตุนี้ดอกเบี้ยนโยบายจึงทำหน้าที่เป็นตัวบ่งชี้ต้นทุนของธนาคารพาณิชย์

หากธนาคารกลางขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็มีแนวโน้มที่ธนาคารพาณิชย์จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของพวกเขาเช่นเดียวกัน

ทว่าไม่มีความจำเป็นที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของพวกเขาในระดับเดียวกับธนาคารกลาง

ไทยจะเป็นแบบศรีลังกาไหม

ประชาชนจำนวนไม่น้อยที่ได้ดูข่าวที่เกี่ยวข้องกับประเทศศรีลังกาซึ่งประสบปัญหาทางเศรษฐกิจอย่างหนักตั้งข้อสังเกตว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ไทยจะเป็นเช่นนั้น เพราะประเทศมีระดับหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น

ดร.กิริฎาอธิบายว่า สถานะทางการคลังของไทยมีความแข็งแรงอยู่มาก ขณะที่ศรีลังกาไม่มีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศเพียงพอที่จะซื้อแม้กระทั่งพลังงาน ไทยมีเงินสำรองมากถึง 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ติดท็อป 15 ของโลก

อีกทั้งเมื่อประเมินความยั่งยืนของหนี้สาธารณะกับระดับการเติบโตของประเทศเพื่อตอบคำถามว่า “ไทยจะมีปัญญาจ่ายหนี้ไหม” นักเศรษฐศาสตร์พบว่า หากเศรษฐกิจเติบโตในระดับ 3%-4% ต่อปี โดยระดับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ตัวเลขเดียวกัน “หรือแม้แต่หนี้สาธารณะขึ้นไปเป็น 70% ต่อจีดีพี (ไทย) ก็ยังมีปัญญาจ่ายหนี้อยู่”

ทว่า ดร.กิริฎาย้ำว่า สิ่งที่ตนเองอยากให้ภาครัฐทำตอนนี้คือเมื่อเศรษฐกิจไม่ดีก็ควรจะใช้เงินเพื่อกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ “เวลานี้ ถ้ารัฐต้องกู้เงิน ก็ควรกู้มาช่วยประชาชน”

……..

ข่าว บีบีซี ไทย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ประชาชาติธุรกิจ เป็นความร่วมมือของสององค์กรข่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

รัสเซีย-ยูเครน