Impossible
“อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์” ยักษ์โปรตีนจากพืชสัญชาติอเมริกัน ประกาศยกระดับการลงทุนในไทย จัดตั้งฐานการผลิตและศูนย์กลางกระจายสินค้าแห่งใหม่ รับเทรนด์อาหารยั่งยืน-สุขภาพขาขึ้น หวังแก้โจทย์ต้นทุน-ซัพพลายเชน ดันผลิตภัณฑ์พ้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสนิยมหลักในภูมิภาค พร้อมกางแผนปูพรมโมเดิร์นเทรด-ร้านอาหาร
ดันไทยศูนย์กลางซัพพลายเชนภูมิภาค
นายเจเรมี ร็อบบินส์ หัวหน้าฝ่ายภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ Impossible Foods กล่าวว่า การเคลื่อนไหวล่าสุดของ Impossible Foods ผู้พัฒนาอาหารโปรตีนจากพืชระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ในการตัดสินใจเข้ามาตั้งฐานการผลิตภายในประเทศไทย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในเชิงกลยุทธ์เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดเอเชียแปซิฟิก

“อิมพอสซิเบิล ฟู้ดส์” ยักษ์โปรตีนจากพืชสัญชาติอเมริกัน ประกาศยกระดับการลงทุนในไทย จัดตั้งฐานการผลิตและศูนย์กลางกระจายสินค้าแห่งใหม่ รับเทรนด์อาหารยั่งยืน-สุขภาพขาขึ้น หวังแก้โจทย์ต้นทุน-ซัพพลายเชน ดันผลิตภัณฑ์พ้นตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สู่กระแสนิยมหลักในภูมิภาค พร้อมกางแผนปูพรมโมเดิร์นเทรด-ร้านอาหาร
โดยบริษัทวางตำแหน่งให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (Hub) ทั้งในด้านการผลิตและการกระจายสินค้าสำหรับภูมิภาคนี้ ท่ามกลางความต้องการอาหารทางเลือกที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั้งในกลุ่มผู้บริโภคและภาคธุรกิจอาหาร
โรงงานผลิตแห่งใหม่ในไทยจะเข้ามาอุดช่องว่างและเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) โดยจะเน้นผลิตสินค้าหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่
- Impossible Burger Patties
- Impossible Meatballs
- Impossible Chicken Nuggets
โดยการมีฐานผลิตในพื้นที่ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานลง ซึ่งจะกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน และเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในไทยรวมถึงเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น



นวัตกรรมทลายกำแพง ‘รสชาติ-โภชนาการ’
นายเจเรมี สะท้อนมุมมองว่า การลงทุนครั้งนี้มองข้ามช็อตไปถึงการเปลี่ยนผ่านระบบอาหาร โดยผลตอบรับจากผู้บริโภคไทยชี้ชัดว่า อาหารจากพืชกำลังมีศักยภาพที่จะก้าวขึ้นมาเป็น “ทางเลือกหลัก” ในอนาคต ไม่ใช่เพียงแค่ตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) อีกต่อไป
อย่างไรก็ดี โจทย์ท้าทายของตลาด Plant-based อยู่ที่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรสชาติ คุณค่าทางโภชนาการ และการเข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้าง ซึ่ง Impossible Foods พยายามสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งทั่วไปในตลาด โดยชูจุดเด่นเรื่องการพัฒนาโปรตีนที่ตอบโจทย์ “สายเนื้อสัตว์” (Meat Lovers) ทั้งในแง่รสชาติและประสบการณ์การรับประทาน
สอดคล้องกับผลการศึกษาของ NECTAR (องค์กรวิจัยอิสระไม่แสวงหากำไร) ที่จัดทดสอบชิมผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์จากพืชแบบปิดตา (Blind Test) ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งระบุว่า Impossible Foods เป็นแบรนด์ที่ทำคะแนนได้สูงสุด และมีผลิตภัณฑ์ถึง 6 รายการที่ได้คะแนนรสชาติเทียบเท่าหรือเหนือกว่าเนื้อสัตว์จริงในประเภทเดียวกัน นอกจากนี้ยังตอบรับเทรนด์ความยั่งยืน (Sustainability) ข้อมูลการประเมินวัฏจักรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) พบว่ากระบวนการผลิตใช้ที่ดิน น้ำ และปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าการปศุสัตว์แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดึงดูดผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

เจาะตลาดไทย รุกช่องทางค้าปลีก-ฟู้ดเซอร์วิส
นายเจเรมี ระบุว่า ในแง่การแข่งขันและการทำตลาด ประเทศไทยถือเป็นเป้าหมายที่มีความพร้อมสูงเนื่องจากมีความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหารตลอดห่วงโซ่ และพฤติกรรมผู้บริโภคเปิดรับอาหารเพื่อสุขภาพ
หลังจากที่ Impossible Foods เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง (ล่าสุดเปิดตัวที่เนเธอร์แลนด์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และวางจำหน่ายแล้วครอบคลุม 4 ทวีป) สำหรับในประเทศไทย แผนการเจาะตลาดจะถูกขับเคลื่อนผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่
1.ช่องทางค้าปลีก (Retail) ต่อยอดความสำเร็จจากเครือข่ายค้าปลีกชั้นนำอย่าง Tops และ Villa Market โดยเตรียมจะเริ่มวางจำหน่ายที่ Gourmet Market ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป
2.ช่องทางร้านอาหาร (Foodservice) เดินหน้าขยายพันธมิตรต่อเนื่อง
โดยล่าสุดได้นำผลิตภัณฑ์ไปนำเสนอแก่ผู้ประกอบการในกลุ่มธุรกิจอาหารและบริการในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 เพื่อเปิดโอกาสให้ร้านอาหารนำไปพัฒนาเมนูใหม่ สร้างความแตกต่าง และขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น ซึ่งจะเป็นสเตปสำคัญในการสร้างปริมาณการบริโภค (Volume) ให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาวจะเป็นสเตปสำคัญในการสร้างปริมาณการบริโภค (Volume) ให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว