ม.ทักษิณเชื่อมคน-โลมา-ทะเลสาบ รักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุปี 2569 จำแนกอัตลักษณ์โลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลาได้ 10 ตัว ประเมินว่าอาจเหลือราว 10-14 ตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ การสูญเสียแหล่งอาศัย เครื่องมือประมง และกิจกรรมของมนุษย์
มหาวิทยาลัยทักษิณ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลา จัดงาน Irrawaddy Dolphin and Community ขับเคลื่อนการอนุรักษ์โลมาอิรวดีผ่านการสร้างอาชีพทางเลือก ฟื้นฟูทรัพยากร เปิดพื้นที่ให้หญิงชายและเยาวชนมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรอย่างเท่าเทียม
ภายใต้โครงการเสริมสร้างอาชีพทางเลือกของชุมชนประมงรอบทะเลสาบสงขลาตอนบน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ ครอบคลุมเครือข่ายชุมชนประมง 60 ชุมชน แบ่งเป็นจังหวัดสงขลา 32 ชุมชน และพัทลุง 28 ชุมชน หน่วยงานร่วมขับเคลื่อนได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ธนาคารโลก กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

รศ.ดร.ณฐพงศ์ จิตรนิรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณ เผยว่า มหาวิทยาลัยนำงานวิจัยและองค์ความรู้ไปเชื่อมกับปัญหาจริง รับฟังเสียงของพื้นที่ และทำงานร่วมกับชุมชน เพราะการอนุรักษ์โลมาไม่ใช่แค่เรื่องของสัตว์ แต่เกี่ยวกับระบบนิเวศ สังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ คุณภาพชีวิต และความเป็นธรรมของผู้คนที่อยู่ร่วมกับทะเลสาบ
“แนวคิดสำคัญคือการเปลี่ยนจากการมองโลมา คน ทะเลสาบ เป็นปัญหาแยกส่วนสู่การมองความสัมพันธ์ทั้งระบบ เพราะวิถีชุมชนประมงผูกพันกับความอุดมสมบูรณ์ของทะเลสาบมาอย่างยาวนาน”
เมื่อทรัพยากรสัตว์น้ำลดลง ย่อมส่งผลต่อรายได้ ความมั่นคงของครัวเรือน และรูปแบบการดำรงชีวิต ขณะที่แรงกดดันทางเศรษฐกิจก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติ การสร้างอาชีพทางเลือกจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มรายได้ แต่เป็นกลไกที่ช่วยให้ชุมชนมีทางเลือกในการดำรงชีวิต และลดแรงกดดัน
นายชวนนท์ กัลยา นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เสริมในหัวข้อ “สถานการณ์ประชากรโลมาอิรวดี ปัจจัยคุกคาม และแนวทางการคุ้มครองในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา” เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมงานเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางอนุรักษ์

รศ.ดร.สมัคร แก้วสุกแสง รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม และหัวหน้าโครงการวิจัย ระบุว่า โครงการนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยมาสนับสนุนการพัฒนาอาชีพ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมทางเพศภาวะ ผ่านกลไกคณะกรรมการดำเนินงานระดับชุมชน หรือ Community Implementing Committees (CIC) ซึ่งเปิดพื้นที่ให้คนในชุมชนเข้ามามีบทบาท ตั้งแต่การสะท้อนปัญหา กำหนดความต้องการ ไปจนถึงการร่วมออกแบบและขับเคลื่อนกิจกรรมเสริมสร้างแผนการอนุรักษ์และอาชีพทางเลือกให้กับชุมชน
เวที “เสียงจากชุมชน: ความคาดหวัง การยกระดับคุณภาพชีวิต และสถานการณ์ความเท่าเทียมทางเพศภาวะเพื่อการอนุรักษ์โลมาอิรวดีทะเลสาบสงขลาอย่างยั่งยืน” โดยตัวแทน CIC จากพื้นที่รอบทะเลสาบ ทั้งพัทลุงและสงขลา ร่วมสะท้อนมุมมองต่ออาชีพ คุณภาพชีวิต และการจัดการทรัพยากร ให้ทุกเพศทุกวัยมีส่วนร่วม
โดยนำเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยทักษิณและชุมชน เป็นแนวทางเสริมสร้างอาชีพทางเลือก ได้แก่ การเลี้ยงปลาในระบบหมุนเวียนน้ำ การเลี้ยงไก่ไข่ การสานกระเป๋าจากเส้นยางพารา ข้าวนาริมเล ปลาดุกร้า การนำเครื่องมือประมงเก่ามาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ การปลูกผักไร้ดิน และการเลี้ยงชันโรง โดยมีเป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งรายได้ ลดการพึ่งพาทรัพยากรประมงเพียงด้านเดียว และต่อยอดผลิตภัณฑ์สู่เครือข่ายตลาด
พร้อมสร้างความตระหนักเรื่องการอนุรักษ์โลมาอิรวดีในกลุ่มเด็กและเยาวชน ผ่านงาน “Songkhla Lagoon Gyotaku” ที่นำศิลปะภาพพิมพ์ปลาแบบญี่ปุ่นมาเป็นกระบวนการเรียนรู้ เชื่อมโยงชนิดพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และโลมาอิรวดี นำเศษผ้าและอุปกรณ์ประมงเก่ามาสร้างสรรค์งานศิลปะ เพื่อให้โลมาอยู่ในความทรงจำคนรุ่นใหม่ และนำไปสู่ความรู้สึกเป็นเจ้าของทรัพยากรร่วมกัน
แนวทางดังกล่าวต้องการเชื่อม “คน-โลมา-ทะเลสาบ” เข้าด้วยกัน ให้การอนุรักษ์เป็นภารกิจร่วมของทุกฝ่าย ภายใต้แนวคิด “โลมาอยู่ได้ ทะเลสาบอยู่รอด คนอยู่ดี”