เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
Economic สมอ. ลงสำเพ็งยึด “สกุชชี่” ไร้ มอก. เกือบ 2 หมื่นชิ้น เตือนภัยแฝงสารก่อมะเร็ง-โลหะหนัก
รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
Real Estate รถไฟฟ้าจุดเปลี่ยน ‘ย่านสะพานควาย’ บิ๊กอสังหาฯ ทุบ 4 โรงหนังแห่ผุดคอนโดฯ
สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
World สรุปวิกฤต “ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ไบโพลาร์” รายย่อยล้างพอร์ต Leveraged ETFs พ่นพิษ บีบเทขาย 2 ล้านล้านวอน
“เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
Business “เซเว่น อีเลฟเว่น” รุกสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจร้านสะดวกซื้อสปป.ลาว ล่าสุดปักหมุดสถานีรถไฟนครหลวงเวียงจันทน์รับท่องเที่ยวโต
‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
SD ‘หม้อนอน’ จากขยะทะเล นวัตกรรมบริบาล ม.เกษตรฯ
“รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
Business “รมว.สุรศักดิ์” ประกาศพร้อมคิกออฟ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” เดือนกันยายนนี้
ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
Economic ห่วงวิกฤตน้ำประปาเกาะสมุย จี้รัฐอัดงบโครงสร้างพื้นฐาน
‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
World ‘วอร์ช’ เสียความน่าเชื่อถือ ‘เฟด’ ขาดแนวทางชัดคุม ‘เงินเฟ้อ’
ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
50th Impact ผยง ศรีวณิช สร้างตำนาน 60 ปี KTB จากผู้ตาม…สู่ผู้กำหนดเกม
ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
Finance ธปท. เปิดตัวแอป “แบงก์ชาติ” รวมฟีเจอร์เสิร์ฟข้อมูลการเงินประชาชน-ภาคธุรกิจ
ดูทั้งหมด

Spider-Man แยกทาง Marvel เรื่องเงินทองที่ต้องเข้าใจ และไม่ดราม่า

28 ส.ค. 2562 | 20:38น.

ข่าวคราวความเคลื่อนไหววงการบันเทิงโลกในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีข่าวไหนใหญ่เกินข่าวการแยกทางของเจ้าแมงมุม สไปเดอร์แมน (Spider-Man) กับมาร์เวล สตูดิโอส์ (Marvel Studios) ซึ่งส่งผลสะเทือนใจแฟน ๆ สไปเดอร์แมนและสาวกจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) ทั่วโลก

เหตุผลของการแยกทางครั้งนี้เป็นเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่สองยักษ์ใหญ่ตกลงกันไม่ลงตัว ระหว่าง โซนี่ ฟิล์ม สตูดิโอ ผู้ถือครองลิขสิทธิ์ตัวละครสไปเดอร์แมน และมาร์เวล สตูดิโอส์ ผู้ขอสิทธิ์ตัวละครนี้มาสร้างสรรค์ภาพยนตร์สไปเดอร์แมน และเป็นส่วนหนึ่งของ MCU ตั้งแต่ปี 2015

โดยสรุปสั้น ๆ คือ ในสัญญาความร่วมมือฉบับเดิมนั้น มาร์เวลขอเป็นผู้สร้างสรรค์ภาพยนตร์สไปเดอร์แมน โดยโซนี่เป็นผู้ออกทุนสร้าง ครองสิทธิ์จัดจำหน่ายและรายได้ ส่วนมาร์เวลได้รับส่วนแบ่ง 5% ซึ่งมาร์เวลก็ยอมรับ แลกกับการที่มาร์เวลได้ตัวละครสไปเดอร์แมนเข้ามาอยู่ใน MCU โดยไม่ต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้โซนี่

สัญญาฉบับที่ว่านี้จะสิ้นสุดลงในปีนี้แล้ว ทั้งสองบริษัทจึงเจรจาสัญญาความร่วมมือฉบับใหม่ ฝั่งดิสนีย์ บริษัทแม่ของมาร์เวลต้องการส่วนแบ่งรายได้ภาพยนตร์มากขึ้นเป็น 50% รวมถึงต้องการส่วนแบ่งจากการขายสินค้าต่าง ๆ ด้วย ทางฝั่งโซนี่ที่จะเสียรายได้มหาศาลจึงเซย์โน…แยกย้าย

ผลจากดีลที่ล่มก็คือ เมื่อไม่มีสัญญาความร่วมมือฉบับใหม่ มาร์เวลก็ไม่สามารถทำอะไรกับแคแร็กเตอร์สไปเดอร์แมนได้อีก แฟน ๆ จะไม่ได้เห็นสไปเดอร์แมนโลดแล่นใน MCU อีกต่อไป (จนกว่าจะมีข้อตกลงความร่วมมือครั้งใหม่ ซึ่งอาจจะมีหรือไม่มีก็ได้)

ตามข่าวที่ฝั่งโซนี่แถลงออกมาบอกว่า โซนี่รู้สึกผิดหวังต่อดิสนีย์ที่ต้องยุติความร่วมมือกับมาร์เวล แต่ไม่ได้โทษมาร์เวลแต่อย่างใด “เราผิดหวัง แต่เคารพการตัดสินใจของดิสนีย์ ที่จะไม่ให้เขา (เควิน ไฟกี-ประธานมาร์เวล) ดำเนินการในฐานะผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์สไปเดอร์แมนของเราต่อไป เราหวังว่าสิ่งนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต แต่ก็เข้าใจว่ามีหน้าที่ใหม่มากมายที่ดิสนีย์มอบให้เขา”

ฝั่งแฟนสไปเดอร์แมนและแฟนมาร์เวลก็เศร้าไปตาม ๆ กัน ซึ่งกระแสความรู้สึกที่แฟน ๆ มีต่อประเด็นนี้ได้แสดงออกผ่าน #SaveSpiderman และ #SaveSpidermanFromSony และหนักถึงขั้น #BoycottSony เป็นการซัพพอร์ตดิสนีย์ และบอกว่าโซนี่เป็นผู้ร้าย

The Hollywood Reporter สื่อด้านภาพยนตร์ชื่อดังในฮอลลีวูด วิเคราะห์เรื่องนี้ว่า #SaveSpiderman นั้นแสดงให้ด้านที่น่าเกลียดของ “Disney Fandom” หรือกลุ่มแฟนคลับดิสนีย์ที่เอาแต่เชียร์ดิสนีย์ และต่อว่าโซนี่เป็นผู้ร้าย โดยที่ไม่ทำความเข้าใจรายละเอียดอันยุ่งเหยิงมากมาย

THR ยกตัวอย่างเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับแฟน ๆ ดิสนีย์ว่า เป็นเพราะดิสนีย์เองที่เรียกร้องส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นมากเกินไป และถ้าใครเป็นโซนี่ก็คงตัดสินใจได้ไม่ยาก ลองคิดดูว่า หากโซนี่ต้องแบ่งส่วนแบ่ง 30-50% ตามที่ดิสนีย์ต้องการ เมื่อมาคิดคำนวณดูแล้ว การที่โซนี่สร้างหนังสไปเดอร์แมนภาคต่อไปเอง ซึ่งอาจจะประสบความสำเร็จน้อยกว่า-ได้รายได้น้อยกว่าที่มาร์เวลทำเล็กน้อย ก็ยังคุ้มกว่าที่จะร่วมมือกับมาร์เวลแล้วแบ่งตามที่ดิสนีย์เรียกร้อง

อีกประเด็นหนึ่ง THR บอกว่า ที่ผ่านมาดิสนีย์ได้ผลประโยชน์มากมายจากการใช้ลิขสิทธิ์ตัวละครสไปเดอร์แมน ดิสนีย์ได้ส่วนแบ่งรายได้ภาพยนตร์สไปเดอร์แมนจากโซนี่ ขณะที่โซนี่ไม่ได้ส่วนแบ่งรายได้จากภาพยนตร์เรื่องอื่นของมาร์เวลที่มีตัวละครสไปเดอร์แมนเป็นส่วนหนึ่งในเรื่อง ประเด็นนี้สามารถคิดต่อได้อีกว่า ถ้าดิสนีย์ต้องการส่วนแบ่งมากขึ้นขนาดนั้น ก็ควรจะมีข้อตกลงจ่ายค่าลิขสิทธิ์โซนี่ด้วย สำหรับการนำตัวสไปเดอร์แมนไปอยู่ในหนังเรื่องอื่น ๆ

เรื่องมันก็ประมาณนี้… เมื่อมีเรื่องธุรกิจ-เงินทองเข้ามาเกี่ยว จึงทำให้แฟน ๆ ที่เคยบันเทิงกับสไปเดอร์แมนกลายเป็นปวดหัวกันไป เอาเป็นว่า ก่อนจะด่า ก่อนจะดราม่า #SaveSpiderman ควรทำความเข้าใจเหตุผลของทั้งสองฝั่งก่อนดีกว่า