เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (4 ต.ค.) ไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฝนตกหนักบางพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (4 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (4 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 0.31% อยู่ที่ 84,766 เหรียญสหรัฐ
พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
Economic พิษท่วมลามหลัง โตโยต้า ปิดโรงงานชั่วคราว
โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
Automotive โตโยต้า ช่วยลูกค้าน้ำท่วม ‘ซื้อคันใหม่’ ดาวน์ 0% ไม่ต้องมีคนค้ำ
“ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
Real Estate “ศุภาลัย” เปิดทำเลใหม่สันกำแพง ชูบ้านหลังที่สอง หนุนอสังหาฯเชียงใหม่
เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดภารกิจ ผวจ.อุดรฯชวนนั่งรถไฟ “เที่ยวพืชสวนโลก-ตั้งกองทุนช่วยคนยากไร้”
กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
Real Estate กทม.ย้ำเลิกบึงคู้บอน-บางชัน ไม่คุ้มทุน งบบาน 1.1หมื่นล้าน ยันไม่เอื้อเอกชน ชี้แก้มลิงต้องครบ ปาก–แก้ม–คอ
อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
Biz Movement อ.ลลิตา ชวนคิด เหตุใดพม่าจึงเป็น “ศัตรูที่เป็น Comfort Zone ของไทย” ผ่าน Lecture Bar สุดคูล
‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
Automotive ‘น้ำท่วม’ กระเทือนอุตฯยานยนต์ ค่ายรถ-ชิ้นส่วนหยุดผลิตจับตาวันต่อวัน
ดูทั้งหมด

ทำความเข้าใจปัญหาและทางออก “วิกฤตขยะพลาสติก”

10 ก.ย. 2562 | 20:17น.

พิราภรณ์ วิทูรัตน์ : เรื่อง

วิกฤตสิ่งแวดล้อม และผลพวงจากปัญหาขยะพลาสติกในประเทศไทยได้รับการพูดถึงเป็นวงกว้างอีกครั้ง หลังการจากไปของ “มาเรียม” ลูกพะยูนน้อยขวัญใจคนไทย ซึ่งเมื่อผลการชันสูตรมาเรียมออกมาก็ทำให้เราทราบถึงสาเหตุการตายสุดสะเทือนใจในครั้งนี้ว่า เกิดจากเศษพลาสติกชิ้นเล็ก ๆ ตกค้างอยู่ในลำไส้จำนวนมาก ส่งผลให้ลำไส้อุดตัน-อักเสบ ลุกลามไปเป็นอาการติดเชื้อในกระแสเลือด และปอดเป็นหนองในที่สุด

ข่าวการเสียชีวิตของมาเรียมได้รับความสนใจทั้งในและต่างประเทศ ทำให้หลายฝ่ายต่างออกมาแสดงความวิตกกังวลกับสถานการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาขยะพลาสติกที่แม้จะมีการรณรงค์ลดการใช้มาหลายปีแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่าสถิติการใช้ และจัดการกับขยะพลาสติกในบ้านเรายังไม่มีวี่แววจะดีขึ้นในระดับที่น่าพึงพอใจมากนัก ซ้ำร้ายขยะที่อยู่บนบกยังทยอยกระจัดกระจายสู่แม่น้ำ ทะเล และมหาสมุทร เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ และค่อย ๆ ทำลายระบบนิเวศไปทีละเล็กทีละน้อย

ไทยกับมาตรการลดขยะพลาสติก

จากสถานการณ์ทั้งหมดที่ว่ามา มีองค์กรในประเทศออกมาแสดงจุดยืนในการแก้ปัญหาขยะพลาสติกหลายแห่งด้วยกัน อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยได้ประกาศว่า จะขับเคลื่อน “circle economy” หรือเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเอาจริงเอาจัง โดยการเสนอให้รัฐประกาศการลดขยะพลาสติกเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งทางหอการค้าได้สรุปแผนออกมาทั้งหมด 4 หัวข้อใหญ่ ๆ ได้แก่ ต้องรณรงค์ให้ความรู้ และปรับแนวคิดใหม่ โดยเน้น 2 กลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก คือ นักเรียน-นักศึกษา และประชาชนทั่วไป สอง คือ การแยกขยะ จัดตั้งถังขยะในที่ทางที่เหมาะสม ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเครือข่ายของทางหอการค้าฯ

สาม คือ การลดขยะอาหารในภาคการค้าและบริการ นำอาหารเหลือที่สามารถบริโภคได้บริจาคผู้ขาดแคลน เสนอแนะให้ภาครัฐร่วมกันป้องกัน และแก้ไขปัญหาขยะทะเลให้มากยิ่งขึ้น และส่วนสุดท้าย การออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาขยะ เช่น การเลิกใช้โฟม การเก็บเงินหากผู้บริโภคต้องการรับถุงพลาสติก ภาครัฐและเอกชนต้องร่วมกันรณรงค์ลดการสร้างขยะ และส่งเสริมการแยกขยะ ซึ่งจะช่วยให้ปัญหาขยะทะเลในประเทศไทยลดน้อยลง

ด้านสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้มีการหารือกับภาครัฐ เกี่ยวกับการออกมาตรการบังคับทางกฎหมายที่จะกำหนดให้ห้างสรรพสินค้า และร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีของภาครัฐนำร่อง จำหน่ายถุงพลาสติกให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ เบื้องต้นเสนอไว้ที่ 2 บาทต่อถุง และจะนำรายได้ดังกล่าวมาจัดสรรแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 25 สตางค์ให้ห้างสรรพสินค้านำไปทำกิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม 50 สตางค์ส่งเข้ากองทุนพลาสติกที่บริหารโดยสถาบันพลาสติก สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอีก 1.25 บาท มอบให้คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาตินำไปบริหารจัดการขยะ ทั้งหมดมีการวางแผนไว้ว่าจะดำเนินการให้ได้ทั้งหมดภายในปี 2563

แนวทางจัดการจากนานาชาติ

ไม่ใช่แค่ไทยเท่านั้นที่กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านสิ่งแวดล้อม แต่หลายประเทศทั่วโลกต่างก็ต้องพบกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ยากจะรับมือได้ทันท่วงที จนมีการบรรจุปัญหาการจัดการขยะพลาสติกเข้าเป็นส่วนหนึ่งในวาระแห่งชาติที่ต้องมีการเร่งแก้ไขโดยด่วน

จิม ซีวอร์ด รองประธานบริหารด้านความยั่งยืน เทคโนโลยี และกิจการร่วมค้า บริษัท ลีอองเดลบาเซิล ในฐานะตัวแทนของภาคีเครือข่ายจัดการขยะระดับโลก “Alliance to End of Plastic Waste” (AEPW) ที่เพิ่งแถลงเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อเร็ว ๆ นี้ ให้ข้อมูลว่า สิ่งที่ทำให้สมดุลระบบนิเวศเสื่อมโทรมไม่ได้มาจากการใช้พลาสติก แต่เป็นการจัดการกับขยะพลาสติกที่ไม่ถูกต้อง สิ่งสำคัญ คือ ต้องเปลี่ยนวิธีคิดกันตั้งแต่ขั้นตอนการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติก ทำให้พลาสติกเหล่านี้เข้าสู่กระบวนการ “circle economy” หรือเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนได้ทั้งหมด รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

นอกจากการจัดตั้งองค์กรภาคีเครือข่ายระดับโลกแล้ว ฟากอุตสาหกรรมเสื้อผ้า-แมสโปรดักชั่นก็แสดงท่าทีเกี่ยวกับข้อกังวลเหล่านี้เช่นกัน ทั้ง Gucci (กุชชี่), H&M (เอชแอนด์เอ็ม) และ ZARA (ซาร่า) ก็นำประเด็นสิ่งแวดล้อมเข้าที่ประชุม G7 เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมไปแล้ว โดยหลัก ๆ เป็นการวางกรอบการผลิตตั้งแต่วัสดุ การขนส่ง รวมถึงการจัดแฟชั่นโชว์ ที่เคยตกเป็นประเด็นการสร้างมลพิษมาแล้ว

ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคเองก็ตั้งเป้าลดการใช้พลาสติกไว้เป็นวาระองค์กรอยู่หลายแบรนด์ อาทิ Nestle (เนสท์เล่) ประกาศว่าจะไม่แจกหลอดพลาสติก และจะมีการจัดตั้งสถาบันวิทยาการด้านบรรจุภัณฑ์ (Nestle Institute of Pack-aging Sciences) เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ Unilever (ยูนิลีเวอร์) บริษัทผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคที่มียอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของโลกก็ตั้งเป้าว่า จะใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิล และย่อยสลายได้ภายในปี 2025 ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลเพียงบรรจุภัณฑ์ 25% และพัฒนา “CreaSolv” เทคโนโลยีผลิตซองบรรจุที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ด้วย

มองสถานการณ์จากผู้เชี่ยวชาญ

อย่างที่ได้กล่าวไปตอนต้นแล้วว่า ทั่วโลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมอย่างฉับพลัน นอกจากผลกระทบที่เกิดขึ้นกับระบบนิเวศและสัตว์แล้ว สิ่งที่เราพบบ่อยขึ้นในช่วง 4-5 ปีหลังมานี้ก็คือ ภัยธรรมชาติ ที่ผันผวนจนยากแก่การประเมินสถานการณ์

ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตบางเขน อธิบายให้ฟังคร่าว ๆ ว่า ภาพรวมทั่วโลกกำลังอยู่ในช่วงที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โลกร้อนเร็วขึ้น ผลที่ตามมาก็คือ ภัยแล้งเร็วกว่ากำหนด พายุรุนแรงขึ้น ปะการังฟอกขาวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งโดยปกติลักษณะแบบนี้จะมีลูปการเกิดประมาณ 8-9 ปีต่อ 1 ครั้ง แต่ปัจจุบันเกิดขึ้นทุกปี โลกจึงอยู่ในสถานะของการตั้งรับ และเตรียมตัวหาวิธีลดผลกระทบ

“วิกฤตเหล่านี้เริ่มออกมาสู่เขต กทม.แล้ว ทั้งพายุหรือปะการังฟอกขาวเองก็ดี ทั้งหมดนี้เกิดผลกระทบกับทุกภาคส่วน แม้แต่ในภาคธุรกิจเองก็เช่นกัน อย่างออสเตรเลียเจอกับปะการังฟอกขาว 2 ครั้ง ที่อื่นในโลกก็ต้องเจอกับวิกฤตแบบนี้ ลักษณะที่เกิดก็จะทำให้แต่ละประเทศมีการออกกฎระเบียบใหม่ ๆ ตามมา สร้างมาเพื่อรับมือกับภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ดูจากลูปแล้วรุนแรงขึ้นแน่นอน เอสเคิร์ฟในแง่สิ่งแวดล้อมเราตอนนี้อยู่ต้นเอสเคิร์ฟเลยนะ ยังไม่เข้าสู่ช่วงเปลี่ยนแปลงเลย ภาคธุรกิจจะลงทุนตอนนี้ต้องมองถึงประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ไม่ใช่เน้นแต่เมกะโปรเจ็กต์ ต้องรอบคอบ และเข้าใจสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปด้วย”

อาจารย์ยังให้ข้อมูลต่อด้วยว่า ต้นตอที่แท้จริงไม่ใช่การใช้พลาสติก แต่เป็นการจัดการกับขยะพลาสติก มีคนบางกลุ่มพยายามยกโมเดลประเทศอื่น ๆ มาเปรียบเทียบกับไทย อาทิ ประเทศเคนยามีการแบนการนำเข้าพลาสติก ซึ่งหากดูบริบทจริง ๆ แล้วไม่สามารถยกมาเทียบเคียงกับไทยได้ ไทยมีฐานการผลิตปิโตรเลียมซึ่งต้องพึ่งพาพลาสติกอยู่ ในขณะที่เคนยาไม่มีฐานการผลิต และต้องนำเข้าวัตถุดิบแทบทุกอย่างจากต่างชาติ ส่วนประเทศที่จัดการได้ดีเยี่ยมและมีบริบทคล้ายคลึงกับไทย คือ นอร์เวย์ ถูกยกให้เป็นประเทศที่มีการจัดการกับขยะพลาสติกดีที่สุด มีการผลิตน้ำมันเยอะกว่าไทยมาก มีรถไฟฟ้าอัตราความเร็วสูงที่สุดในโลก แต่สามารถนำขยะพลาสติกเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลได้ 99%

นอกจากนี้สิ่งที่ควรเฝ้าระวังมากที่สุดอีกอย่าง คือ ขยะพลาสติกในทะเล ซึ่งจะนำไปสู่ลูปที่น่ากลัวสุด คือ ภาวะโลกร้อน รวมถึงปัญหาน้ำเสียที่อาจารย์มองว่า ณ ปัจจุบันยังไม่มีแนวทางการจัดการอย่างชัดเจนแม้แต่น้อย เพราะการจัดการน้ำเสียในบ้านเราเป็นปัญหายืดเยื้อมานาน หากให้ลองประเมินระยะเวลาในการจัดการคร่าว ๆ คงต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อยราว ๆ 20 ปี

ทิศทางในอนาคต และการจัดการที่ยั่งยืน

ประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมกลายเป็นสิ่งที่ทั่วโลก ทุกองค์กร และทุกแบรนด์ให้ความสนใจกันเป็นวงกว้าง อาจารย์มองว่า ต่อไปเทรนด์โลกที่จะเกิดขึ้นแน่นอน คือ ลักษณะการดำเนินธุรกิจแบบ “green fund” คือ การจัดการองค์กรที่มีการชูประเด็นเรื่องสิ่งแวดล้อมมาเป็นอันดับหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น หากในอนาคตประเทศไทยต้องการกู้เงินจากองค์กรต่างชาติ เขาจะไม่ได้มองเพียงกำลังจ่ายของเรา แต่ยังรวมไปถึงภาพรวมการจัดการสิ่งแวดล้อมในประเทศด้วย หากมีขยะพลาสติกในทะเลมาก ก็อาจจะเสียดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราที่สูงขึ้น ซึ่งการแมเนจองค์กรลักษณะนี้นอกจากจะช่วยบีบให้อีกฝ่ายต้องเร่งมือในการดูแลสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศไปในตัวด้วย

ในส่วนของการจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างยั่งยืน และเป็นรูปธรรมนั้น อาจารย์แจกแจงออกเป็น 4 หัวข้อหลัก ๆ ได้แก่ ข้อแรก ต้องเร่งรัดลดการใช้พลาสติกอย่างไม่จำเป็นให้เร็วที่สุด ซึ่งต้องชั่งน้ำหนักดูผลกระทบกับผู้ผลิต และผู้ค้าปลีกรายย่อยด้วย ต่อมาต้องเร่งปรับตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งร้านกาแฟและร้านอาหาร ไม่ช้าก็เร็วการแบนถุงพลาสติกต้องเกิดขึ้นแน่นอน จากมติคณะรัฐมนตรีที่เร่งรัดให้เร็วขึ้น โดยขีดเส้นตายไว้ที่ปี 2563

สาม คือ บรรจุภัณฑ์พลาสติก เป็นส่วนที่อาจารย์มองว่ายากที่สุด ต้องค่อย ๆ เรียนรู้กันไป ไม่ใช่หวังพึ่งรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ภาคเอกชนก็ต้องว่องไวในการปรับตัวด้วย และสุดท้าย คือ การรีไซเคิล ปัจจุบันไทยทำได้เพียง 25% ต่อปี ฉะนั้นระบบรีไซเคิลต้องพัฒนา

“คนที่ผมอยากให้เรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมากที่สุดคือภาคธุรกิจ โรงงานหลาย ๆ แห่งที่เจ๊งไป ตอนน้ำท่วมปี”54 ก็มีบทเรียนกันแล้ว มัวแต่นั่งลดต้นทุน คิดค้นเอไอ จริง ๆ สิ่งที่ควรใส่ใจมากที่สุด คือ ประเด็นสิ่งแวดล้อม ในอนาคตจะเกิดบ่อยขึ้นกว่านี้อีก ไม่ใช่คุ้มทุน 5 ปีพอ จากเดิมที่เราโทษว่าเป็นสาเหตุทางธรรมชาติ-แก้ไขไม่ได้ ซึ่งจริง ๆ มันคาดการณ์ได้แต่ภาคธุรกิจต้องหันมาใส่ใจให้มากขึ้น”