Skip to content

ดึงงานวิจัยใช้เร่งด่วน กยท.ผลิตหุ่นยางโมเดล เพิ่มความปลอดภัยนักรบเสื้อกาวน์ สู้โควิด-19

14 เม.ย. 2563 | 11:31น.
ดึงงานวิจัยใช้เร่งด่วน กยท.ผลิตหุ่นยางโมเดล เพิ่มความปลอดภัยนักรบเสื้อกาวน์ สู้โควิด-19

กยท.เร่งพัฒนาหุ่นยางโมเดล เน้นให้หุ่นยางมีกลไกที่สามารถหายใจเข้าออกได้ ปรับกลไกและติดตั้งท่ออากาศไว้ในตัวหุ่นยางฝึกช่วยชีวิต เพื่อนำไปทดสอบประสิทธิภาพหน้ากาก N-95 ช่วยเพิ่มความปลอดภัยของนักรบเสื้อกาวน์ที่ปฏิบัติงานสู้กับโควิด 19 ส่งมอบคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ดร.นภาวรรณ เลขะวิพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนาอุตสาหกรรมยาง กล่าวว่า ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 และมีการกระจายของเชื้อโรคเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และโรงพยาบาลรามาธิบดี ภายใต้ความร่วมมือด้านวิจัยและพัฒนาระหว่างคณะแพทยศาสตร์ กับ กยท.จึงได้ประสานงานกัน โดย รพ.รามาฯ ขอให้ กยท.พัฒนาหุ่นยางเพื่อเป็นโมเดลสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของหน้ากาก N-95 ช่วยป้องกันความฟุ้งกระจายของละอองในการแพร่เชื้อจากสารคัดหลั่งของผู้ป่วย

ทั้งนี้ กยท.คำนึงถึงความสำคัญเร่งด่วนของโจทย์วิจัยดังกล่าว อีกทั้งเพื่อเป็นการศึกษาแนวทางการใช้หน้ากากอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยกับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงาน กยท.จึงได้เร่งพัฒนาโมเดลดังกล่าว โดยเน้นพัฒนาให้หุ่นยางมีกลไกที่สามารถหายใจเข้าออกได้ ปรับกลไกและติดตั้งท่ออากาศไว้ในตัวหุ่นยางฝึกช่วยชีวิต ทั้งนี้ ได้มอบให้กับคณะแพทยศาสตร์ได้นำไปติดตั้งกลไกสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพหน้ากาก N95 ต่อไป โดย กยท.ได้ส่งมอบหุ่นยางที่ใช้เป็นโมเดลตัวแรกให้กับคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา

รายงานข่าวระบุ ก่อนหน้านี้ การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)​ ได้บันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู)​ ด้านการวิจัยและพัฒนา​ ระหว่าง กยท. กับคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนการเพิ่มการใช้ยางในประเทศ โดยเป็นโครงการนี้เป็นการพัฒนาแบบจำลองสื่อการเรียนการสอนทางการแพทย์ ที่เป็นประโยชน์ต่อนักวิจัยในการพัฒนาวิจัย ซึ่ง กยท.มีวัตถุประสงค์​ที่จะร่วมพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์​ เพื่อเพิ่มทักษะในการผ่าตัด และเป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับยางพารา ระยะเวลา 3 ปี โดยในแต่ละปีจะมีการเพิ่มความเสมือนจริงของอุปกรณ์​ ในอนาคตอาจมีการสร้างแบรนด์​และส่งขายในต่างประเทศ ทดแทนการนำเข้า

โดย ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ปัจจุบันมีการใช้ยาง เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์​ที่ใช้ทางการแพทย์ในประเทศ​เพียง 15-17% ของปริมาณยางทั้งหมดทั่วประเทศเท่านั้น แต่หลังจากนี้จะมีการลดการนำเข้าอุปกรณ์​ที่ทำจากยางพารา เพราะมีราคาสูงมากกว่า 40 เท่า นำมาทำอุปกรณ์​ที่ผลิตภายในประเทศซึ่งมีต้นทุนการผลิตต่อชิ้นราคาถูกกว่ามาก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กยท. โควิด-19