“วิริยะ” ดึงกำลังซื้อ! ผุดไอเดีย “ประกันรถเบี้ยต่ำ” เกิดเคลมค่อยเติมเบี้ย

วิริยะประกันภัย

“วิริยะประกันภัย” ดึงกำลังซื้อ! ผุดไอเดีย “เบี้ยประกันรถต่ำ” หากเกิดเคลมค่อยเติมเบี้ยเข้ามาให้เต็ม ชูไม่เคลมไม่ต้องจ่าย รับความคุ้มครองเหมือนเดิม และมีค่าเสียหายส่วนแรก(Deductibles) ช่วยลดค่าเบี้ยประกันหลักได้

วิริยะประกันภัย
นายสยม โรหิตเสถียร

นายสยม โรหิตเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.วิระยะประกันภัย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การทำตลาดประกันภัยรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปี บริษัทประกันภัยต้องกลับมามองถึงความสามารถในการซื้อของลูกค้าเป็นหลัก เนื่องจากในสภาพเศรษฐกิจซบเซา กำลังซื้ออาจจะถดถอยลง เพราะฉะนั้นบริษัทประกันต้องเตรียมผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ราคาไม่สูง แต่ให้ความคุ้มครองที่ลูกค้ารู้สึกปลอดภัย

โดยวิธีการอาจจะต้องทำเบี้ยประกันต่ำ เพื่อให้เหมาะกับกำลังซื้อ อาทิ ประกันรถชั้น 1 อาจจะมีค่าเสียหายส่วนแรก(Deductibles) เข้ามา ซึ่งในกรณีลูกค้าเกิดเหตุแล้ว เป็นฝ่ายผิด(ประมาท) อาจจะต้องให้ผู้เอาประกันรถเป็นคนรับผิดชอบจ่ายเอง 2,000-3,000 บาท ซึ่งจะไปช่วยลดค่าเบี้ยประกันหลักได้ โดยประกันรถชั้น 1 ของบริษัทเบี้ยประกันเฉลี่ยอยู่ที่ 17,000-18,000 บาท ดังนั้นก็จะทำให้เบี้ยส่วนนี้ถูกลงมาได้ 2-3 พันบาท

ประกันรถยนต์

“อย่างไรก็ดีกำลังขออนุมุัติผลิตภัณฑ์ใหม่จากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) เกี่ยวกับประกันรถยนต์ ที่ซื้อประกันรถด้วยเบี้ยไว้เท่านี้ แต่เวลาเกิดเหตุแล้วต้องเพิ่มเบี้ย แต่ถ้าไม่เกิดเหตุก็ไม่ต้องเพิ่มเบี้ย เช่น เบี้ยประกันรถชั้น 1 อยู่ที่ 18,000 บาท แต่ตอนนี้อาจจะจ่ายเบี้ยแค่ 13,000 บาท ถ้าไม่เกิดเหตุไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดเหตุก็เติมเบี้ยเข้ามาให้เต็ม โดยความคุ้มครองเหมือนเดิม ซึ่งคาดว่าปี 2564 น่าจะได้เห็น แต่ต้องรอ คปภ.อนุญาตก่อน” นายสยมกล่าว

ที่ผ่านมาพบอัตราการเคลมประกัน(Loss Ratio) ลดลงเกือบ 10% จากผู้ใช้งานรถน้อยลง แต่ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค.เริ่มเห็นสัญญาณคนเริ่มใช้รถมากขึ้น มีอุบัติเหตุเกิดเคลมกลับมา ตอนนี้ Loss Ratio ของประกันรถยังไม่เกิน 60% สิ้นปีน่าจะคุมไว้ในระดับนี้ได้

“ปัจจุบันยอดขายประกันของแต่ละบริษัทประกันภัยก็แย่อยู่แล้ว ตอนนี้ยอดขายประกันรถก็ตก ฉะนั้นถ้าเราปรับค่าเบี้ยประกันแนวนี้ขึ้นมา อาจจะทำให้เม็ดเงินในโปรไฟล์ของเราอาจจะลดลง แต่จริงๆ แล้วเรามองสะท้อนว่าจะทำอย่างไรให้ลูกค้ามีโอกาสจะทำประกันภัยมากกว่า โดยเฉพาะลูกค้าเก่าๆ ที่ยังคงอยู่กับเราต่อไป ได้เบี้ยประกันถูกลง แต่ได้ความคุ้มครองใกล้เคียงเดิม” นายสยมกล่าว

ปีนี้บริษัทจึงประเมินเป้าเบี้ยประกันภัยรถยนต์อยู่ที่ 3 หมื่นล้านบาท ไม่มีการเติบโต ขอให้รักษาฐานไว้ระดับนี้ก็พอใจแล้ว ส่วนปีหน้า( ปี 2564) มองว่า ตลาดรถยนต์อาจจะยังไม่ฟื้นตราบใดที่วัคซีนโควิดยังไม่เกิด ฉะนั้นถ้าเมื่อไรที่มีวัคซีนออกมา ทุกคนรู้ว่าชีวิตตัวเองปลอดภัย เชื่อว่ากำลังซื้อจะกลับมาและหนุนให้ตลาดประกันรถยนต์ฟื้นตาม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ