จุดพลุแพลตฟอร์ม Thaimart-ปีแรกฟรีค่า GP
“นอท กองสลากพลัส” จุดพลุ “Thaimart” แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสัญชาติไทยเพื่อผู้ประกอบการไทย หวังแก้ปัญหาแพลตฟอร์มต่างชาติผูกขาด-รีดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ชูกลยุทธ์ Partner Success “พาร์ตเนอร์รวย แพลตฟอร์มโต” ปีแรกไม่เก็บ GP มีร้านค้าลงทะเบียนในระบบแล้ว 15,000 ราย โดยไม่ได้ปิดกั้นว่าต้องเป็นแค่สินค้าแบรนด์ไทยเท่านั้น ขอแค่ต้องเป็นสินค้าแท้ มีคุณภาพ และตรวจสอบได้ ทำใจล่วงหน้า 3 ปีแรกขาดทุน แต่เชื่อค่อย ๆ ดีขึ้น และอยู่รอดได้ยาว ๆ
นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ “นอท กองสลากพลัส” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยมาร์ท มาร์เก็ตเพลส จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ “ไทยมาร์ท” (Thaimart) กล่าวว่า ไทยมาร์ทก่อตั้งขึ้นเพื่อแก้ปัญหาในระบบเศรษฐกิจดิจิทัลไทย ที่ปัจจุบันถูกควบคุมโดยแพลตฟอร์มต่างชาติ ที่ผ่านมาผู้ขายต้องถูกหักค่าธรรมเนียม (Gross Profit : GP) และค่าโฆษณาในอัตราที่สูงมาก จนแทบไม่เหลือกำไร รวมถึงเจอสินค้าลอกเลียนแบบที่ไม่ได้คุณภาพมาขายแข่งด้วย
“ชีวิตผมใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลทำมาหากินมาตลอด ได้เรียนรู้ความเจ็บปวดจากการยืมจมูกคนอื่นหายใจ ธุรกิจที่เราฝากไว้บนนั้นจะพังทลายเมื่อไรก็ได้ เพราะเขาสามารถแบนบัญชี หรือเปลี่ยนกฎได้เสมอ และเราไม่มีสิทธิต่อรอง การที่ผมตัดสินใจทำไทยมาร์ท คือการประกาศว่าเราควรมีบ้านของตนเองสักที”
ปีแรกยกเว้นค่าธรรมเนียม
กลยุทธ์หลักของไทยมาร์ท คือ “Partner Success – เพื่อนรวย เราสำเร็จ” ไม่ได้มุ่งหวังว่าต้องสร้างกำไรสูงสุด ถ้าทำให้ร้านค้าในระบบร่ำรวยได้ แพลตฟอร์มก็จะประสบความสำเร็จและเติบโตไปพร้อมกัน พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับการตรวจสอบคุณภาพสินค้าตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด เช่น อย. และ มอก. ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าสินค้าบนแพลตฟอร์มเป็น “ของแท้” แน่นอน
นายพันธ์ธวัชกล่าวอีกว่า ที่สำคัญไทยมาร์ทจะไม่ลงไปเล่นใน “สงครามราคา” หรือเผาเงินเพื่อแจกคูปองส่วนลดบนแพลตฟอร์ม แต่จะพิสูจน์ด้วย “ราคา” ที่สมเหตุสมผล เพราะร้านค้าไม่ต้องแบกรับต้นทุนค่าธรรมเนียมการขายที่สูงถึง 30% จึงไม่จำเป็นต้องบวกราคาขายเพิ่ม
สำหรับโครงสร้างค่าธรรมเนียม ปีแรกจะไม่เก็บค่า GP ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เมื่อเข้าปีที่ 2 จะเริ่มเก็บที่ 5% ปีที่ 3 เก็บ 8% และปีที่ 4 เก็บ 10% ร้านจะเห็นเลยว่าในแต่ละปีขายได้เท่าไร และเหลือกำไรหลังหักส่วนแบ่งเท่าไร สามารถวางแผนล่วงหน้าได้อย่างชัดเจน
ยอมขาดทุน 3 ปีแรก-เชื่ออยู่ยาว
“เมื่อไม่มีค่าธรรมเนียมในปีแรกเชื่อว่าราคาสินค้าที่มีคุณภาพจะถูกลงกว่าในแพลตฟอร์มคู่แข่ง เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ผลักภาระให้คนซื้อ จากนั้นจะทยอยปรับขึ้นเป็นขั้นบันไดถึง 10% ใน 4 ปี เชื่อว่าพอปีที่ 5 จะเริ่มทำกำไรและอยู่ได้ เชื่อว่าช่วงเวลา 4 ปีผู้ประกอบการจะมีเวลาพอที่จะเตรียมตัวก่อน”
นอกจากนี้ยังพัฒนาโซเชียลมีเดีย ชื่อ “พบปะ” ที่ใกล้จะเสร็จแล้ว จะเปิดตัวตามแพลตฟอร์ม Thaimart เราทำแพลตฟอร์มดิจิทัลมาหลายปี มีค่าใช้จ่ายประจำอยู่แล้ว แค่ย้ายทีมไปทำแพลตฟอร์มดิจิทัลใหม่ ช่วงเปิดตัวสองสามปีแรกอาจเจ็บตัว แต่เชื่อว่าอยู่ได้ในระยะยาว
แห่ลงทะเบียน 1.5 หมื่นร้าน
นายพันธ์ธวัชกล่าวอีกว่า ร้านค้าให้การตอบรับไทยมาร์ทดีมาก ปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนในระบบกว่า 15,000 ร้าน ซึ่งเราไม่ได้ปิดกั้นว่าต้องเป็นแค่สินค้าแบรนด์ไทย เป็นใครก็ได้ ขอแค่ต้องเป็นสินค้าแท้ มีคุณภาพ และตรวจสอบได้
ส่วนโรดแมปการพัฒนาแพลตฟอร์มหลังเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการใน วันที่ 7 ก.ค. 2569 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์ต่าง ๆ เข้าไปในระบบอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ส.ค. จะมีการเปิดตัว Thaimart Seller Center แอปสำหรับผู้ขายให้การค้าขายง่ายขึ้น
ในเดือน ก.ย. มีแผนเชื่อมต่อระบบกับฐานข้อมูลของ “BigSeller” ผู้ให้บริการโซลูชั่นจัดการออร์เดอร์ออนไลน์ คาดว่าจะช่วยให้จำนวนร้านค้าบนแพลตฟอร์มแตะระดับแสนรายภายในปีนี้ หลังจากนั้นจะเข้าสู่ช่วงของการพัฒนาเครื่องมือช่วยปิดการขาย ช่วยให้ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ และช่วยให้ร้านขายสินค้าได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น โดยมาตรฐานของเทคโนโลยีที่ใช้ไม่ต่างกับแพลตฟอร์มต่างชาติแม้แต่น้อย
ใช้เงินลงทุนเอง 100%
“แม้การทำแพลตฟอร์มจะมีต้นทุนก้อนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยี แต่เราไม่ใช่ทีมที่ไม่มีประสบการณ์มาก่อน ที่ผ่านมามีการบีบต้นทุนในส่วนนี้ให้ถูกที่สุดอยู่แล้ว รวมถึงทีมงานที่มีกว่า 450 คน เป็นนักพัฒนา 120 คน ก็อยู่ด้วยกันมานาน สิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่ต้นทุนใหม่ที่ต้องแบกรับเพิ่ม”
ประธานฯ ไทยมาร์ทย้ำถึงเป้าหมายในการทำแพลตฟอร์มไทยมาร์ทว่า ช่วงแรกไม่ได้โฟกัสที่เป้าหมาย “ตัวเงิน” เป็นหลัก เพราะต้องการพัฒนาแอปให้ดีที่สุดในตลาดก่อน ส่วนเป้าหมายการทำ “กำไร” คงต้องรอให้พ้นช่วง 4-5 ปีแรกก่อน เชื่อว่าโมเดลธุรกิจที่วางไว้จะทำให้แพลตฟอร์มอยู่รอดในระยะยาว และเริ่มทำกำไรได้หลังผ่านปีที่ 5 ไปแล้ว
“แพลตฟอร์มนี้ผมใช้เงินลงทุนของตนเอง 100% ไม่มีกลุ่มทุนใหญ่ หรือทุนต่างชาติเข้ามาหนุน ทุกการตัดสินใจผมสามารถทำได้อย่างอิสระ ไม่มีใครเข้ามาแทรกแซง” นายพันธ์ธวัชกล่าว
แก้ลำแพลตฟอร์มต่างชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเปิดตัว “Thaimart” มาร์เก็ตเพลสของคนไทยครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับผู้ประกอบการชาวไทย โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม “อีคอมเมิร์ซ”ต่างชาติ ที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมและอื่น ๆ ในราคาสูง จนทำให้ผู้ประกอบการเหลือกำไรน้อยมาก ขณะที่แพลตฟอร์มต่างชาติกวาดกำไรเป็นกอบเป็นกำ โดยตัวเลขปี 2568 แพลตฟอร์ม 3 เจ้าใหญ่กวาดรายได้รวมกันกว่า 1.6 แสนล้านบาท
ข้อมูลจากสมาคมอีคอมเมิร์ซไทย (THECA) รายงานว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มีผู้ประกอบการไทยกว่า 500 ราย ร้องเรียนเรื่องแพลตฟอร์มต่างชาติเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสูงขึ้นต่อเนื่องและไร้เพดาน รวมถึงคิดค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน โดยบางครั้งค่าธรรมเนียมต่าง ๆ รวมกันสูงถึง 22-40% และอาจมีค่าใช้จ่ายอื่นแฝงด้วย
ผู้ประกอบการเชื่อว่าในอนาคตค่าธรรมเนียมผ่านแพลตฟอร์มต่างชาติจะยิ่งสูงขึ้น ตามความนิยมของผู้บริโภคที่สั่งสินค้าออนไลน์มากขึ้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบการชาวไทยพยายามเรียกร้องให้รัฐเข้ามาควบคุม แต่ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ เป็นรูปธรรม