‘ดร.กอบศักดิ์’ มองดอกเบี้ย 1%-เงินบาทอ่อน เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ คาดจีดีพี 1.5-2.0%
ดร.กอบศักดิ์ มองดอกเบี้ย 1% – เงินบาทอ่อนค่า เพิ่มแรงส่งเศรษฐกิจ ประมาณการจีดีพีปีนี้ 1.5-2.0% ด้านราคาน้ำมันยังผันผวน
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL ในฐานะคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เปิดเผยว่า การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ 1% นั้นเป็นเรื่องดี รวมทั้งค่าเงินบาทที่อ่อน ก็ทำให้เศรษฐกิจมีแรงส่งมากขึ้น
“เราไม่แน่ใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในโลก สำหรับผมดอกเบี้ย 1% ถือว่าเป็นการช่วยเศรษฐกิจตั้งแต่แรกๆ ส่วนค่าเงินบาทที่ 33-34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ก็อาจจะอ่อนกว่านี้ก็ได้ เพราะเราอยากให้เศรษฐกิจมีแรงส่ง เนื่องจากในอนาคต แรงต้านและปัญหาอาจจะเยอะ” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
สำหรับธนาคารกรุงเทพ ยังประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 ที่ 1.5-2.0% ไม่ปรับขึ้นหรือลง เนื่องจากมีความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ การปรับประมาณการขึ้นและลงนั้นจึงเป็นเรื่องยาก
ทั้งนี้ สถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านขณะนี้วนกลับมาที่เดิม กรณีที่อิหร่านโจมตีสหรัฐฯ กว่า 80 จุด และสหรัฐฯ มักจะตอบโต้เป็นปกติ อาจทำให้เกิดการลุกลามต่อได้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นราว 10% จาก 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เป็น 76-76.5 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
“ผมมองว่าสถานการณ์น่ากังวลใจ เพราะไม่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายจะหยุดยิงเมื่อไร ถ้าโจมตีกันไปมาเช่นนี้ สถานการณ์อาจลุกลามได้ และต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รวมทั้งนักลงทุนต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ผันผวนตลอดเวลา หัวใจสำคัญที่ต้องดูจริงๆ คือเรื่องนี้จะจบก็ต่อเมื่อสหรัฐฯ ถอนทัพออกจากพื้นที่ ถ้ากองทัพทั้งสองฝ่ายยังเผชิญหน้ากัน เหตุการณ์ความขัดแย้งก็เกิดขึ้นได้เสมอ” ดร.กอบศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากราคาน้ำมันลดลงที่เป็นการชั่วคราว ยังไม่สะท้อนในราคาน้ำมันเลย เงินเฟ้อจึงยังไม่ขยับ โดยขณะนี้ธนาคารกรุงเทพประเมินอัตราเงินเฟ้อปี 2569 อยู่ที่ราว 3-4% ซึ่งตอนนี้ราคาน้ำมันกลับขึ้นไปอีก จึงคิดว่าราคาน้ำมันในครั้งนี้ไม่น่ากังวลใจ และคิดว่าช่วงที่ผ่านมาแรงกดดันต่อระดับราคาน้ำมันจะทยอยลดลงเรื่อยๆ รวมทั้งราคาน้ำมันในช่วงนี้ปรับขึ้นเร็ว ลงเร็ว จึงอาจกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อบ้าง แต่ไม่รุนแรง
ดร.กอบศักดิ์ กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลของสถานการณ์สงครามคือรูปแบบการตอบโต้กันไปมา หากแต่ละฝ่ายเดินหน้าตอบโต้และเพิ่มระดับความรุนแรง อาจทำให้สถานการณ์ยืดเยื้อและยากต่อการคาดการณ์จุดยุติ โดยราคาน้ำมันโลกได้สะท้อนความกังวลของตลาดแล้ว จากความเสี่ยงด้านเสถียรภาพพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค