IMF-World Bank 2026 โอกาสไทยบนเวทีโลก
ในอีก 3 เดือนข้างหน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพงานประชุมใหญ่ระดับโลก นั่นคือการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF-World Bank Annual Meetings 2026) ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ นายณัฏฐวุฒิ ธรรมศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เล่าให้ฟังว่า การประชุมดังกล่าวจะมีผู้ว่าการธนาคารกลางและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจากประเทศสมาชิกกว่า 200 ประเทศทั่วโลก รวมถึงผู้บริหารของธนาคารพาณิชย์ระดับโลก และนักธุรกิจที่สนใจเข้าร่วมอีกรวม 15,000 คน ยังไม่รวมถึงเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เช่น ล่ามแปลภาษา พนักงานอำนวยความสะดวก และเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกกว่าหมื่นคน คาดว่าพื้นที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์จะรองรับคนในงานครั้งนี้กว่า 2.5 หมื่นคน
ตลอดระยะเวลาจัดงานประชุม 1 สัปดาห์ ประเทศไทยจะมีการจ้างงานและเงินหมุนเวียนในระบบ เพื่อรองรับการจัดการประชุมตั้งแต่ขั้นตอนการก่อสร้าง เตรียมการ รวมไปถึงการบริการภายใน และการท่องเที่ยวระหว่างงาน ซึ่งคาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดเข้าประเทศราว 5,000-6,000 ล้านบาท โดยคิดเป็นการใช้จ่ายต่อคนมากกว่า 50,000 บาท
จุดหมายหลักนอกเหนือจากเม็ดเงินคือ “โอกาสที่ไทยจะอยู่ในสปอตไลต์โลกในช่วงระยะเวลา 1 สัปดาห์” โดยสื่อมวลชนจากทั่วทุกมุมโลกจะเข้ามาในประเทศ และชื่อของประเทศไทยจะปรากฏอยู่ในสื่อของทุกประเทศตลอดช่วงเวลาการประชุม
นอกจากจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดงานระดับโลกแล้ว ยังสร้างโอกาสด้านการท่องเที่ยว โดยประเทศต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มประเทศที่ไม่เคยเป็นเป้าหมายการท่องเที่ยว หรือไม่เคยเดินทางท่องเที่ยวไทยมาก่อน จะมีโอกาสได้เห็นประเทศไทยในมุมต่าง ๆ และหากสร้างความประทับใจได้ กลุ่มคนเหล่านี้จะกลายเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและมีศักยภาพด้านเงิน
ในส่วนของการประชุม IMF เปิดเผยหัวข้อหลักในการประชุมครั้งนี้คือ “Forcing Dynamic and Resilience the Future” โดยให้ความสนใจกับการสร้างความยืดหยุ่นและการปรับตัวที่รวดเร็ว ท่ามกลางความผันผวนทางเศรษฐกิจและความเสี่ยงที่เพิ่มมากขึ้น
ด้าน World Bank ชูประเด็นการจ้างงานผ่านธีม “Mobilizing Private Capital Creating Jobs” โดยชี้ว่าการจ้างงานเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ การทำให้ประชาชนมีรายได้และสามารถพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ได้ ย่อมทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มขึ้นผ่านการเก็บภาษี และสุดท้ายประเทศก็จะพัฒนาไปได้มากขึ้น
ส่วนของประเทศไทยในฐานะกระบอกเสียงของประเทศขนาดกลาง จะใช้โอกาสนี้นำเสนอแนวคิดผ่านมุมมองของประเทศเล็ก ๆ ที่มีเศรษฐกิจเปิดกว้าง ภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons : Empowering People, Building Resilience” ด้วยวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้ ได้ตีโจทย์ออกมาเป็นแนวทางการนำเสนอผ่าน 4 เสาหลัก ดังนี้
1.Digital Public Infrastructure (DPI) หรือโครงสร้างพื้นฐานสาธารณะทางดิจิทัล ผ่านกรณีศึกษา “QR Payment” ของไทย ซึ่งถือเป็นประเทศแรก ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการผลักดันการใช้จ่ายผ่าน QR ระบบเดียว นอกจากจะทำให้ก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสดแล้ว ยังทำให้ภาครัฐสามารถกระจายเงินอุดหนุนช่วยเหลือจากโครงการต่าง ๆ เข้าสู่กระเป๋าของประชาชนได้ทันทีภายใต้ระบบ QR เดียวกัน และป้องกันการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นจากเงินสด
2.Middle Power ประเทศไทยแสดงพลังในฐานะประเทศระดับกลาง โดยมีจุดยืนเป็นกลาง ท่ามกลางระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลงไป และความผันผวนทางเศรษฐกิจจากความขัดแย้งของชาติมหาอำนาจ อาทิ ภาษีต่างตอบโต้ของสหรัฐเมื่อปี 2568 แต่ประเทศระดับกลางจะไม่ตกเป็นเหยื่อ โดยชูจุดเด่นเน้นความเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ และมุ่งพัฒนาตัวเอง สร้างความยืดหยุ่น และเตรียมพร้อมตั้งรับ-ปรับตัวกับทุกสถานการณ์
3.Climate Resilience การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันล้วนกระทบต่อภาคการผลิต โดยเฉพาะในสินค้าการเกษตรที่ได้รับผลกระทบโดยตรง และผลักให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นตามลำดับ ดังนั้นประเทศต้องมีนโยบายการคลังที่เหมาะสม และมุ่งแสวงหาเครื่องมือการเงินใหม่ ๆ เข้ามาช่วยเหลือด้านการลงทุนและการพัฒนาประเทศให้รองรับกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป
4.Longevity ด้วยระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็ง ทำให้ประชาชนมีอายุยืนขึ้น ผู้สูงอายุกลายเป็นประชากรหลักที่ต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับประเทศไทยที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นเศรษฐกิจต้องให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุ โดยการสร้างเสริมระบบสาธารณสุข เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและไม่เป็นภาระต่อระบบเศรษฐกิจ ไทยนำเสนอ “Thai Way of Wellbeing” ผ่านศาสตร์การนวดแผนไทย การประคบ และการใช้สมุนไพร
ทั้งหมดทั้งมวลจะเกิดขึ้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ประเทศไทย ในเดือนตุลาคมนี้ ติดตามดูกันว่าการจัดงานจะราบรื่น ประสบความสำเร็จสมกับที่เป็นงานประชุมใหญ่ประจำปี และประเทศไทยจะสามารถใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลกได้อย่างที่คาดหวังหรือไม่