พิพัฒน์งัดไม้แข็งคุมผู้รับเหมาทิ้งงาน-บังคับทำประกัน สกัดซ้ำรอยพระราม 2
รมว.คมนาคมงัดไม้แข็งคุมผู้รับเหมาทิ้งงาน-บังคับทำประกัน สกัดซ้ำรอยพระราม 2 บอกรัฐบาลเพิ่งทำงานได้แค่ 3 เดือนยังวัด KPI เป็นรูปธรรมไม่ได้ เหตุโปรเจ็กต์คมนาคมต้องใช้เวลา
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงร่างกฎกระทรวงเพื่อกำหนดการทิ้งงานและความปลอดภัยของบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานรัฐ ว่า กฎกระทรวงฉบับดังกล่าวนั้นเป็นการเพิ่มบทลงโทษผู้รับเหมาที่ทิ้งงานให้มีความเข้มงวดมากขึ้น
โดยกระทรวงคมนาคมได้เตรียมพิจารณาถึงปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ด้วย โดยเฉพาะในภาวะปัจจุบันที่ต้นทุนค่าวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของสงครามและภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งต้องนำมาเป็นองค์ประกอบในการชี้วัดสาเหตุที่ผู้รับเหมาทิ้งงาน
ทั้งนี้ สิ่งที่กระทรวงคมนาคมเน้นย้ำและให้ความสำคัญสูงสุดคือความปลอดภัยโดยผู้รับเหมาที่จะเข้ามารับงานจะต้องมีการเตรียมแผนด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน และต้องจัดทำประกันภัยเพื่อเป็นหลักประกันให้กับผู้ที่ต้องเสี่ยงภัย เพื่อหลีกเลี่ยงและรับมือกับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
และเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนในอดีต เช่น กรณีอุบัติเหตุที่สีคิ้ว จ.นครราชสีมา หรือถนนพระราม 2 หรือเหตุการณ์ดินสไลด์จนอุโมงค์ทรุดตัวที่จังหวัดเชียงราย โดยกฎหมายนี้จะบังคับให้ผู้รับเหมาต้องมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น และบังคับว่าอย่างน้อยที่สุดจะต้องมีประกันภัยคุ้มครองบุคคลภายนอกที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
นายพิพัฒน์กล่าวอีกว่า ในวันเดียวกันกระทรวงคมนาคมได้เตรียมจัดงานสัมมนาเพื่อระดมสมองภายใต้ “MOT New Chapter” โดยมีการแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็นของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในวันที่ 13 ก.ค. 2569 โดยมีการแบ่งกลุ่มเวิร์กช็อประดมความคิดเห็นครอบคลุมทุกเส้นทาง ทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ
ซึ่งจะมีการสรุปผลการสัมมนาในวันที่ 13 ก.ค. 2569 หลังจากนั้นจะนำแผนงานทั้งหมดไปมอบหมายให้ สนข. เป็นผู้มอนิเตอร์และติดตามความคืบหน้าการทำงานของแต่ละฝ่าย เพื่อให้แผนการทำงานของแต่ละฝ่ายเป็นไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม
เมื่อถามถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า จะมีการวัดผลการทำงานของรัฐมนตรี นายพิพัฒน์กล่าวว่า สำหรับการทำงานของตน และรัฐมนตรีช่วยทั้ง 3 คน ต้องมาดูงานของกระทรวงว่า KPI อยู่ตรงไหน
ยอมรับว่าสิ่งที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าภายใน 3 เดือนจะให้รู้หรือจะให้งานสำเร็จคงไม่ได้ เพราะในโครงสร้างพื้นฐานของแต่ละชิ้นล้วนแต่ต้องใช้เวลาทั้งนั้น แต่เราจะมีความคืบหน้าให้ ซึ่งในส่วนของตนและรัฐมนตรีช่วยก็จะมีการทำงานและรายงานความคืบหน้าให้ทราบ แต่สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือภาพรวมของระบบโลจิสติกส์ของประเทศต้องเดินให้ได้