เปิดโครงสร้างค่าธรรมเนียม ‘Shopee-TikTok Shop’
มรสุมที่ซัดกระหน่ำเข้าใส่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในปัจจุบัน หนีไม่พ้น “ต้นทุน” การทำธุรกิจที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว จากการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขายสินค้าบนแพลตฟอร์มแบบถี่ ๆ และการที่ต้องเข้ามารับผิดชอบค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในสัดส่วนที่มากขึ้น เช่น ค่าโฆษณา, ค่าการตลาดผ่านการแจกคูปองส่วนลด และค่าขนส่ง เป็นต้น
ผู้ค้าจำนวนไม่น้อยกำลังตกที่นั่งลำบาก อยู่ในภาวะ “ยิ่งขายยิ่งเจ๊ง” เมื่อหักต้นทุนที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม และต้นทุนสินค้าแล้วแทบไม่เหลือกำไร เรียกว่าสถานการณ์แตกต่างไปจากในช่วงปีแรก ๆ ที่แพลตฟอร์มเข้าสู่ตลาดใหม่ ๆ ลิบลับ
ตัดภาพมาวันนี้ ผู้ขายสินค้าออนไลน์ต้องจ่าย “ค่า (ธรรมเนียม)” อะไรให้แพลตฟอร์มบ้าง ?
“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมข้อมูลจาก 2 ดิจิทัลแพลตฟอร์มยักษ์ใหญ่ “ช้อปปี้” (Shopee) และ “ติ๊กต๊อก ช็อป” (TikTok Shop) มาสรุปไว้ดังนี้
“ช้อปปี้” ขึ้นค่าฟีรอบใหม่
จากข้อมูลบน Shopee Help Center ระบุว่า ค่าธรรมเนียมหลัก ๆ ที่ผู้ขายต้องจ่ายเมื่อเข้ามาวางขายสินค้าบนแพลตฟอร์ม ประกอบด้วย 1.ค่าธรรมเนียมการขาย (Sale Transaction Fee) ที่แบ่งตามหมวดหมู่สินค้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 Mall Sellers ต้องจ่ายสูงสุด 17.12% และ Non-Mall Sellers สูงสุด 13.19% (รวม VAT แล้ว)
แต่นั่นยังไม่อัพเดต เพราะล่าสุด “ช้อปปี้” ประกาศว่าจะมีการปรับปรุงอัตราค่าธรรมเนียมการขายอีกครั้ง ตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. 2569 เป็นต้นไป Mall Sellers ต้องจ่ายสูงสุด 19.26% และ Non-Mall Sellers สูงสุด 17.12% (รวม VAT แล้ว)
“ช้อปปี้” ย้ำว่าการปรับอัตราค่าธรรมเนียมครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการเติบโตของผู้ขายผ่านการพัฒนาเครื่องมือ แพลตฟอร์ม และโปรแกรมสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยให้ร้านค้าเข้าถึงผู้ซื้อได้มากขึ้น ปรับปรุงอัตราการเปลี่ยน “ลูกค้า” ให้เป็น “ผู้ซื้อ” และเสริมศักยภาพในการสร้างยอดขาย เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตบนแพลตฟอร์มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยระบุว่า สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของแพลตฟอร์มในการสร้างคุณค่าและโอกาสในการเติบโตระยะยาวให้กับผู้ขาย ครอบคลุมสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ อาทิ โค้ดส่วนลด ระบบ Shopee Coins บริการ Express Delivery (ส่งด่วน) และ Instant Delivery (ส่งทันที) บริการติดตั้งสินค้า (ฟีเจอร์เสริม) และระบบ Facebook Affiliate Partnerships
อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา “ช้อปปี้” ประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการขาย และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมไปแล้ว 2 ครั้ง ครั้งแรกมีผลตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย. ครั้งถัดมาคือ 1 มิ.ย. 2569 ที่ผ่านมา

เปิดรายละเอียด “ค่าฟี” อื่น ๆ
ไม่ใช่แค่ค่าธรรมเนียมการขาย สิ่งที่ต้องจ่ายเป็นอันดับถัดไป คือ ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (Payment Transaction Fee) ที่เรียกเก็บจากการที่ผู้ซื้อชำระค่าสินค้าสำเร็จ โดยวิธีการชำระเงินที่ช้อปปี้จัดให้มีผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น (ยกเว้นการชำระค่าสินค้าโดยการใช้บัตรเครดิตแบบผ่อนชำระ และ Special SPayLater)
โดยจะเก็บจากผู้ขายทุกรายที่ 3% (ไม่รวม VAT) ของยอดเงินที่ผู้ซื้อต้องชำระบวกค่าขนส่งสินค้า และบวกด้วยมูลค่าส่วนลดสินค้าที่ช้อปปี้รับผิดชอบ (Shopee Item PRM (Price-related Marketing)) และ Shopee Coin (ไม่รวมส่วนลดสินค้าที่ผู้ขายรับผิดชอบ)
และ 3.ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม (Platform Infrastructure Fee) สนับสนุนการพัฒนา การให้บริการ การดูแลรักษา และการเพิ่มประสิทธิภาพของแพลตฟอร์ม โดยจะเรียกเก็บจากผู้ขายทุกราย และทุกคำสั่งซื้อที่มีสถานะสำเร็จผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่น 1 บาท (ไม่รวม VAT) ต่อออร์เดอร์
หากลูกค้าหรือผู้ซื้อจ่ายค่าสินค้าผ่านระบบสินเชื่อ “ร้านค้า” หรือผู้ขายจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่านบัตรเครดิตแบบผ่อนชำระ (Creit Card Installment Payment Transaction Fee) และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมผ่าน Special SPayLater (Special SPayLater Transaction Fee) ที่ 3-7% (ไม่รวม VAT) ตามระยะเวลาการผ่อนชำระ
ยังไม่หมด ยังมีการเก็บค่าธรรมเนียมการรักษาบัญชี (Account Maintenance Fee) ในกรณีที่บัญชีผู้ขายไม่มีการใช้งานเป็นเวลานาน (Inactive Seller) 20 บาท/เดือน
เปิดนโยบาย “ลด” ค่าฟี
อย่างไรก็ตาม “ช้อปปี้” ยังมีนโยบายสนับสนุนร้านค้า ด้วยการมอบส่วนลดค่าธรรมเนียมการขายจากหลากหลายโปรแกรม (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) แบ่งเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่
1.นโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมการขายสำหรับผู้ขายรายเล็ก ต้องเป็นผู้ขายที่มียอดขายรวมไม่เกิน 10,000 บาท ภายในช่วง 30 วันก่อนตัดรอบในแต่ละเดือน (จากระยะเวลาการพิจารณา) โดยจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการขาย 0.5-1.5% (ไม่รวม VAT) ในเดือนถัดไป
2.นโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมการขายจากโปรแกรม PRIME Seller โดยผู้ขายต้องเข้าร่วมโปรแกรมดังกล่าว และจะได้รับส่วนลดโดยอัตโนมัติ หากสินค้าอยู่ในหมวดหมู่ตามเกณฑ์ที่ช้อปปี้กำหนด
และ 3.นโยบายลดหย่อนค่าธรรมเนียมการขายจาก Shopee Ads เติมเครดิตอัตโนมัติ (Escrow) เมื่อเปิดฟีเจอร์เติมเครดิตโฆษณาอัตโนมัติ เปอร์เซ็นต์รายได้จากการขาย 1% หรือ 3% หรือ 5% ตามที่ระบุในโปรแกรม จะถูกนำมาเติมเครดิตโฆษณาโดยอัตโนมัติ ผู้ขายจะต้องมียอดใช้จ่ายเครดิตโฆษณาให้ถึงยอดขั้นต่ำตามที่ช้อปปี้กำหนดในแต่ละเดือน จึงจะได้ส่วนลดค่าธรรมเนียมการขาย 0.5% (ไม่รวม VAT)
โครงสร้างค่าฟี TikTok
ในฝั่งของ “ติ๊กต๊อก ช็อป” (TikTok Shop) มีโครงสร้างค่าธรรมเนียมภาคบังคับ (Mandatory Platform Fee) หรือค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บจากผู้ขาย โดยระบุว่าเพื่อนำไปพัฒนา และหมุนเวียนกลับคืนสู่อีโคซิสเต็ม แบ่งเป็น 4 ส่วนหลัก ได้แก่
1.ค่าคอมมิชชั่น (Commission Fee) เรียกเก็บตามหมวดหมู่สินค้า โดยตั้งแต่วันที่ 5 ก.ค. 2569 Mall Sellers ต้องจ่ายสูงสุดที่ 13.91% และ Non-Mall Sellers สูงสุด 11.77% (รวม VAT แล้ว)
ทั้งนี้ “ติ๊กต๊อก ช็อป” มีนโยบายสนับสนุน “ส่วนลด” ค่าคอมมิชชั่นสำหรับ Non-Mall Sellers ที่เข้าเงื่อนไขตามกำหนด โดยเฉพาะผู้ขายที่มีการใช้ GMV Max (Gross Merchandise Value Maximization) ฟีเจอร์และรูปแบบแคมเปญโฆษณาอัตโนมัติ (End-to-End Automation)
หากมียอดใช้จ่าย GMV Max (ไม่รวมเครดิต Ads) เกินกว่า 3% ของรายรับรวมบนแพลตฟอร์มใน 30 วันที่ผ่านมา คำสั่งซื้อทั้งหมดของร้านค้าจะได้รับสิทธิลดอัตราค่าคอมมิชชั่น 1.07% (รวม VAT แล้ว)
ขณะที่ Mall Seller มีตัวเลือก Mall Combo Package เมื่อเข้าร่วมทั้งโปรแกรม Mall Live Special Program และ Brands Crazy Deals พร้อมกันจะได้สิทธิในการรับส่วนลดค่าคอมมิชชั่น
2.ค่าธรรมเนียมคำสั่งซื้อ (Transaction Fee) เรียกเก็บจากผู้ขายทั้งแบบ Local-to-Local และ Crossborder สำหรับการดำเนินการคำสั่งซื้อที่สำเร็จในแพลตฟอร์มที่ 3.21% (รวม VAT)
3.ค่าธรรมเนียมสนับสนุนการเติบโตของร้านค้า (Commerce Growth Fee) เพื่อช่วยให้แพลตฟอร์มมอบสิทธิประโยชน์ค่าจัดส่งฟรี และเพิ่มการมองเห็นให้กับร้านค้าทุกรายได้
อย่างไรก็ตาม “ติ๊กต๊อก ช็อป” มีนโยบายการยกเว้นค่าธรรมเนียมการเติบโตทางการค้า เช่น Non-MallSellers ที่มียอดขายน้อยกว่า 10,000 บาท ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ลดค่าธรรมเนียมอยู่ที่ 6.42% สำหรับสินค้าในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และ 7.49% สำหรับสินค้านอกกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ โดยมีเพดานค่าธรรมเนียมสูงสุดที่ 199 บาทต่อชิ้น (รวม VAT แล้ว) เป็นต้น
และ 4.ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐานแพลตฟอร์ม (Platform Infrastructure Fee) ที่ 1.07 บาท (รวม VAT) ต่อคำสั่งซื้อที่จัดส่งสำเร็จ โดยผู้ขายรายย่อยจะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมก็ต่อเมื่อมีจำนวนคำสั่งซื้อระหว่าง 1 ถึง 100 คำสั่งซื้อ ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา โดยรอบการพิจารณาจะสิ้นสุดในวันที่ 20 ของทุกเดือน และผู้ขายที่เข้าเกณฑ์จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในเดือนถัดไป
ชัดเจนว่านอกจากแบรนด์สินค้า และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายที่ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์มีภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่ต้องแบกรับไม่ใช่น้อย ๆ ยังปรับ (ขึ้น) ถี่มาก