CenTRal cENtrAL มิกซ์ยูสหมื่นล้าน แพลตฟอร์มปั้นธุรกิจใหม่เสริมพอร์ต
CenTRal cENtrAL ก้าวข้ามศูนย์การค้า สู่แพลตฟอร์มปั้นแบรนด์แฟชั่น-อาหารเครื่องดื่มหน้าใหม่ เสริมพอร์ตผู้เช่า CPN ชูค่าเช่าจับต้องง่าย พื้นที่พ็อปอัพ-ร้านไซซ์เล็ก 30 ตร.ม. จูงใจรายย่อย ด้านแม็กเนตลูกค้าชูกลยุทธ์หนุนแบรนด์ผุดโมเดลใหม่ครั้งแรกในไทย-สวนลอยฟ้า พร้อมผนึกมิตซูบิชิ เอสเตท หนุนงานบริหารค้าปลีกไซซ์เล็กกลางเมือง ปักหมุดเฟสเแรกค้าปลีก Q2/’70 มั่นใจดึงทราฟฟิก 50,000-60,000 คน/วัน ก่อนตามด้วยออฟฟิศ Q4/’70 และโรงแรม Q1/’72

นายชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวว่า ย่านสยามสแควร์เป็นพื้นที่ศักยภาพในฐานะศูนย์กลางของคนรุ่นใหม่และความคิดสร้างสรรค์ครอบคลุมทั้งผู้อยู่อาศัย คนทำงาน นักศึกษา และคอมมิวนิตี้ ศิลปะ-กีฬา คิดเป็นฐานลูกค้าในพื้นที่ หรือ Catchment กว่า 1.2 ล้านคน และนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 50 ล้านคน/ปี
ขณะเดียวกัน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนมากทั้งในไทยและต่างประเทศที่ต้องการขยายธุรกิจเข้าสู่ศูนย์การค้า-ห้างสรรพสินค้า เมื่อรวมกับกระแสนิยมสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือแบรนด์ไทย ซึ่งเห็นได้ในหลายธุรกิจ อาทิ T Beauty จึงเป็นโอกาสสำหรับการพัฒนาโครงการค้าปลีกและมิกซ์ยูสในย่านสยามสแควร์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมคนรุ่นใหม่
“ศักยภาพนี้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาย่านสยามของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยฉพาะ ตั้งแต่หลังการระบาดของโรคโควิด-19 ที่เน้นความทันสมัยมากขึ้นอย่างชัดเจน”
แพลตฟอร์มปั้นแบรนด์หน้าใหม่
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา Chief Marketing Officer บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา กล่าวต่อว่า เพื่อต่อยอดศักยภาพของย่านสยามสแควร์ มาสร้างความได้เปรียบในธุรกิจค้าปลีกและรายได้ บริษัทจึงใช้กลยุทธ์แบบวิน-วิน วางโพซิชั่นของเซ็นทรัล เซ็นทรัล โครงการมิกซ์ยูสมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ให้เป็นสถานที่ (Incubator) สำหรับปลุกปั้นผู้ประกอบการรุ่นใหม่ทั้งไทยและต่างประเทศ ให้สามารถขยายธุรกิจต่อไป ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ

ขณะที่บริษัทไม่เพียงได้แม็กเนตสำหรับดึงดูดกลุ่มวัยรุ่นในย่านสยามที่ปัจจุบันนิยมทดลองแบรนด์ใหม่ ๆ แต่ยังได้พอร์ตโฟลิโอผู้ประกอบการรุ่นใหม่ สำหรับนำไปเสริมแกร่งเมื่อเปิดศูนย์การค้าสาขาใหม่ในอนาคตด้วย
เนื่องจากปัจจุบันแบรนด์หน้าใหม่นับเป็นหนึ่งในแม็กเนตสำคัญของศูนย์การค้า เห็นได้จากกลุ่มร้านขนม ซึ่งแบรนด์หน้าใหม่รายหนึ่งในเซ็นทรัลเวิลด์สามารถทำยอดขายได้ถึง 10 ล้านบาท/เดือน สะท้อนศักยภาพทั้งด้านการดึงดูดลูกค้าและการสร้างรายได้ให้กับศูนย์
“โครงการเซ็นทรัลเซ็นทรัลนี้ เราเปลี่ยนตัวเองจากผู้บริหารพื้นที่ค้าปลีกเป็นเหมือนนักลงทุนเวนเจอร์แคปปิตอลที่มุ่งสร้างแบรนด์ใหม่ ๆ สำหรับต่อยอดในอนาคต พร้อมนำบรรยากาศแบบร้านค้าริมทางของสยามสแควร์ดั้งเดิม มาเป็นแนวทางในการออกแบบ เพื่อรองรับผู้ประกอบการรายย่อย”
เติมแม็กเนตผู้ประกอบการ
สำหรับการจูงใจแบรนด์หน้าใหม่เข้ามาปักธงในศูนย์นั้น จะอาศัยปัจจัยต่าง ๆ อาทิ ค่าเช่าที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์ของผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนไม่น้อยที่ไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอจะเข้าถึงพื้นที่ในสยามสแควร์ได้ ด้วยการออกแบบตัวศูนย์ ที่เน้นพื้นที่สำหรับเปิดพ็อปอัพสโตร์และร้านค้าขนาดเล็กประมาณ 30 ตร.ม. ได้หลากหลายแนว ทั้งร้านแฟชั่น ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ฯลฯ

ทั้งนี้ บนพื้นที่ค้าปลีกทั้งหมดประมาณ 69,000 ตร.ม. ของเซ็นทรัลเซ็นทรัลนั้น บริษัทวางสัดส่วนแบรนด์หน้าใหม่ไว้ที่ 30-40% ของจำนวนผู้เช่า 300 ราย ซึ่งสูงกว่าในศูนย์อื่น ๆ ของเซ็นทรัลที่ปกติมีสัดส่วนแบรนด์หน้าใหม่ประมาณ 10-15% เท่านั้น
พร้อมกับพื้นที่ส่วนกลาง หรือ Social Public Space ขนาดกว่า 3,400 ตร.ม. สำหรับส่งเสริมกิจกรรมสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่และนักศึกษาจากทุกสถาบัน รวมถึงเปิดร้านพ็อปอัพ ไม่ว่าจะเป็นด้านงานศิลปะ, การแสดง, แฟชั่น, ดนตรี, กีฬา,อาหาร และวัฒนธรรมใหม่มาแรงต่าง ๆ
ทั้งนี้ เชื่อว่าเซ็นทรัลเซ็นทรัลจะสามารถดึงดูดผู้บริโภคให้เข้ามาใช้บริการได้ประมาณ 5 หมื่น ถึง 6 หมื่นคนต่อวัน
“เราเน้นเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทย แบรนด์เกิดใหม่ ดีไซเนอร์รุ่นใหม่ และแบรนด์จากทั่วเอเชีย ได้ทดลองไอเดียและนำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่”
รวมความใหม่ครั้งแรกในไทย
นายอิศเรศ จิราธิวัฒน์ Head of Leasing บมจ.เซ็นทรัลพัฒนา เสริมว่า สำหรับการดึงดูดผู้บริโภคนั้น บริษัทเน้นการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในย่าน ด้วยการสนับสนุนให้แบรนด์มาสร้างร้านโมเดลใหม่ที่จะมีเป็นแห่งแรกในไทย หรือครั้งแรกของวงการธุรกิจนั้น ๆ ไปจนถึงระดับครั้งแรกในเอเชียที่เซ็นทรัลเซ็นทรัล
ส่วนร้านอาหารจะรวบรวมวัฒนธรรมอาหารใหม่ ๆ จากทั่วโลก และร้านดังจากทั่วกรุงเทพฯ มาไว้ในที่เดียว รวมถึงดึงดูดแบรนด์กีฬาและแอ็กทีฟไลฟ์สไตล์ รวมถึงงานอดิเรกต่าง ๆ ที่กำลังเป็นกระแสจากทั่วโลกมาไว้ เพื่อทำให้ทุกครั้งที่ผู้บริโภคมาใช้บริการจะได้ประสบการณ์ใหม่เสมอ
ขณะเดียวกัน ยังมี Skyline Theatre พื้นที่ลอยฟ้าเชื่อมต่อศูนย์การค้า 3 ชั้นที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ, สวนลอยฟ้า, คาเฟ่ และร้านอาหารที่เปิดมุมมองสู่สี่แยกปทุมวัน เพื่อเป็นทั้งจุดพักผ่อน จุดนัดพบแห่งใหม่ของสยามสแควร์
ผสานโนว์ฮาวมิตซูฯ
นอกจากนี้ บริษัทยังร่วมมือกับบริษัท มิตซูบิชิ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาที่อยู่อาศัยและค้าปลีกรายใหญ่จากญี่ปุ่น ทั้งด้านเม็ดเงินลงทุน และการนำโนว์ฮาวการวางคอนเซ็ปต์โดยรวม และการบริหารพื้นที่ค้าปลีกขนาดเล็กใจกลางเมืองจากญี่ปุ่น มาปรับใช้กับโครงการเซ็นทรัลเซ็นทรัลที่มีพื้นที่ค้าปลีกไม่มากนักเมื่อเทียบกับศูนย์อื่น ๆ ของเซ็นทรัล
รวมถึงยังมีโอกาสต่อยอดคอนเน็กชั่นของมิตซูบิชิฯ เพื่อแบรนด์หน้าใหม่มาแรงจากญี่ปุ่นเข้ามาเปิดสาขาในโครงการนี้ด้วย
เดินหน้าออฟฟิศ-โรงแรม
นายชนวัฒน์กล่าวต่อไปว่า หลังพื้นที่ค้าปลีกซึ่งเป็นเฟสแรกเปิดให้บริการใน Q2/ปี 2570 แล้ว บริษัทเตรียมเปิดให้บริการอาคารสำนักงาน 12 ชั้น พื้นที่รวมประมาณ 43,000 ตร.ม. รองรับพนักงานกว่า 2,500 คน ในช่วง Q4/ปี 2570
ก่อนตามด้วยโรงแรมแบรนด์ 25hours Hotel ขนาด 349 ห้อง ซึ่งเป็นโรงแรมสไตล์ Playful Luxury ดังระดับโลก พร้อมจุดเด่นแคแร็กเตอร์เฉพาะของเมืองนั้น ๆ เพียง 13 เมืองทั่วโลก โดยมีกำหนดเปิดบริการ Q1/ปี 2572 เชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและมีกำลังซื้อสูงเข้ามาได้แน่นอน