เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ธปท. เกาะติดเงินเฟ้อ ชี้ระดับ 3.9% เป็นไปตามคาด รับบางช่วงมีโอกาสทะยานแตะ 4%
Finance ธปท. เกาะติดเงินเฟ้อ ชี้ระดับ 3.9% เป็นไปตามคาด รับบางช่วงมีโอกาสทะยานแตะ 4%
วิจิตรตระการตา หนึ่งเดียวในโลก “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
Biz Movement วิจิตรตระการตา หนึ่งเดียวในโลก “ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค”
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 600 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,450 บาท
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน วัดอรุณฯ
KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Finance KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
Business ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
Tech รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
Politics ‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
Politics ‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
ดูทั้งหมด

เฉลย “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใคร ก.ล.ต.ตั้งโต๊ะชี้แจงวันนี้ (9 ก.ค.)

09 ก.ค. 2569 | 08:18น.
ปริศนา หุ้น สุภาพร พิมพงษ์

สำนักงาน ก.ล.ต. ตั้งโต๊ะชี้แจงกรณีบุคคลปริศนายื่นแบบฯ รายงานเข้าถือหุ้นบริษัทในตลาดหุ้น 6 หลักทรัพย์ จับตา “สุภาพร พิมพงษ์” เป็นใคร วันนี้ (9 ก.ค.)

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แจ้งว่า ในวันนี้ (9 ก.ค.) เวลา 09.00 – 09.30 น. นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. พร้อมทีมงาน จะให้ข้อมูลประเด็นการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมามีประเด็นร้อนแรงในตลาดทุน กรณี  “สุภาพร พิมพงษ์” ปรากฏชื่อเป็นผู้ยื่นแบบรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) หลักทรัพย์หลายบริษัท รวมแล้ว 6 หลักทรัพย์ แต่ทางบริษัทเจ้าของหลักทรัพย์เหล่านั้น ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีธุรกรรมการซื้อขายหุ้นกับผู้รายงานรายนี้

ขณะที่นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง สั่งให้ทาง ก.ล.ต.เร่งตรวจสอบ

โดยที่ผ่านมา สำนักงาน ก.ล.ต. ออกข่าวชี้แจงว่า อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบเชิงลึกในข้อเท็จจริงทั้งหมดของผู้รายงาน โดยที่ผ่านมาได้สอบทานกับผู้รายงาน ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้รายงานว่า เป็นผู้รายงานข้อมูลเข้ามาในระบบรายงาน 246-2

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. พบข้อสงสัยถึงความไม่สอดคล้องของข้อมูลที่รายงานหลายประการ จากข้อมูลการรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ จำนวน 7 รายงาน รวม 6 หลักทรัพย์ ของผู้รายงานรายดังกล่าว ที่เข้ามาในระบบเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 และวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นการได้มาของหลักทรัพย์ที่ต่างเวลากันตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา (และเพิ่งมีการรายงานใน 2 วันข้างต้น) การรายงานเป็นการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ด้วยตนเองในอดีตและไม่ปรากฏรายงานการจำหน่ายหลักทรัพย์

ซึ่งจากการตรวจสอบของ ก.ล.ต. ใน 5 หลักทรัพย์ ที่ไม่พบชื่อผู้รายงานในวันปิดสมุดทะเบียนในช่วงภายหลังของการได้มา (อยู่ระหว่างการตรวจสอบ 1 หลักทรัพย์) รวมถึงการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์บางประเภทที่ผู้ออกหลักทรัพย์ไม่เคยออกหลักทรัพย์ดังกล่าว อีกทั้งการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์บางหลักทรัพย์ที่อาจมีสัดส่วนไม่สอดคล้องกับข้อมูลที่บริษัทจดทะเบียนเปิดเผย

นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้รายงานรายดังกล่าวมีการรายงานการได้มาซึ่งหลักทรัพย์ตามมาตรา 59 โดยที่ไม่ได้เป็นกรรมการหรือผู้บริหารหรือบุคคลที่มีหน้าที่รายงานตามมาตราดังกล่าว ก.ล.ต. จึงได้ดำเนินการนำข้อมูลการรายงานตามมาตรา 59 ออกจากระบบ

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้มีการเปลี่ยนสถานะของเครื่องหมายเพื่อเตือนผู้ลงทุนเกี่ยวกับข้อมูลรายงานแบบ 246-2 ดังกล่าว โดยได้เพิ่มข้อความ “อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง” เพื่อความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อผู้ลงทุนในการใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วย

ทาง ก.ล.ต. ยืนยันว่า ในกรณีที่พบว่า มีการรายงานข้อมูลไม่ถูกต้องหรือเป็นเท็จ ก.ล.ต. พร้อมดำเนินการตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ ต่อไป โดยหากเป็นผู้ที่ไม่มีหน้าที่รายงานแต่มีเจตนารายงานเข้ามาที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดในสาระสำคัญ หรือปกปิดข้อความจริง จะมีความผิดตามมาตรา 302/1 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท

รวมถึงหากพบความผิดตามกฎหมายอื่น เช่น การกระทำความผิดเกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบตามกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น ก.ล.ต. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ก.ล.ต.