ธปท. เกาะติดเงินเฟ้อ ชี้ระดับ 3.9% เป็นไปตามคาด รับบางช่วงมีโอกาสทะยานแตะ 4%
แบงก์ชาติติดตามตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. แตะระดับ 3.9% ชี้ผลจากราคาน้ำมันและอาหารสด ประเมินเงินเฟ้อไทยขาขึ้น มีโอกาสใกล้เคียง 4% ตั้งแต่ Q4/69 จนถึง Q1/70 ก่อนปรับลดลง ย้ำพร้อมติดตามผลกระทบจากเงินเฟ้อ เพื่อนำมาใช้พิจารณาดอกเบี้ยนโยบายในระยะต่อไป
นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตัวเลขเงินเฟ้อเดือน ต.ค. 2569 ออกมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่ ธปท. ประเมินไว้ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งในการประชุมดังกล่าว กนง. ประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะเร่งตัวขึ้นในเดือน ต.ค.
และจะทรงตัวในระดับใกล้เคียงกับ 4% ต่อปี ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2569 และในไตรมาสที่ 1 ของปี 2570 จากผลของราคาน้ำมันและราคาอาหารสด ซึ่งเป็นปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ แต่จะปรับลดลงอย่างมีนัยในไตรมาสที่เหลือของปีหน้า กนง. จึงมีมติให้คงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภาวะที่ความเสี่ยงเงินเฟ้อจะทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องมีจำกัด
ทั้งนี้ กนง. จะติดตามความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะสูงกว่าที่ประเมินไว้จากสงครามในตะวันออกกลางที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง ข้อจำกัดของมาตรการพยุงราคาพลังงาน และการส่งผ่านราคาของผู้ประกอบการไปยังอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลาง เพื่อประกอบการตัดสินนโยบายในการประชุมครั้งต่อ ๆ ไป
สำหรับผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ หลังการเลือกตั้ง ตลาดมีความคาดหวังมากขึ้นว่า อาจมีแรงกดดันเพิ่มขึ้นให้รัฐบาลสหรัฐฯ หาทางยุติความขัดแย้งกับอิหร่าน สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ที่ปรับลดลงค่อนข้างมาก โดย ราคา ณ วันที่ 4 พ.ย. 2569 ปรับลดลงเป็น 96.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากในวันที่ 3 พ.ย. ราคาอยู่ที่ 105.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยต้องติดตามท่าทีของประธานาธิบดีทรัมป์ หลังการเลือกตั้ง ซึ่งมีความไม่แน่นอนมากขึ้น และอาจมีการยกระดับการโจมตีได้
อย่างไรก็ตาม ผลต่อเงินเฟ้อไทย ราคาน้ำมันในประเทศอาจจะไม่ได้ปรับลดลงเร็วเท่าน้ำมันโลก เนื่องจากต้องทยอยเก็บเงินเพื่อชดเชยฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบ และผลต่อเงินเฟ้อโดยรวมยังขึ้นอยู่กับการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการมายังราคาสินค้าและบริการด้วย