‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
รมว.แรงงาน เผยส่งหนังสือแจ้งข้อห่วงกังวลทูตเมียนมาปมบังคับส่งเงินกลับ 25% พร้อมเดินหน้าศูนย์ CI ตรวจสัญชาติถูกกฎหมาย ผ่อนผันผู้หนีภัยสู้รบเมียนมาทำงานพึ่งตนเอง สร้างสมดุลสิทธิมนุษยชนและเศรษฐกิจไทย
นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โพสข้อความระบุว่า “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตไปพร้อมกับการดูแลศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือภารกิจหลักจากการประชุมคณะกรรมการนโยบายการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว (คบต.) วันนี้ครับ โดยโจทย์ใหญ่ของเราไม่ใช่แค่การหาคนมาทำงานให้พอกับความต้องการของภาคธุรกิจ แต่คือการสร้างสมดุลระหว่างปากท้องของภาคธุรกิจกับหลักสิทธิมนุษยชนให้ก้าวเดินไปพร้อมกันครับ
เพื่อปลดล็อกปัญหาขาดแคลนแรงงานให้ผู้ประกอบการ กระทรวงแรงงานเราได้เดินหน้ามาตรการ MOU U-TURN ให้แรงงานลาวและเมียนมาที่ครบวาระ 4 ปี (ช่วงปี พ.ศ. 2569 – 2570) ต่อสัญญาทำงานต่อได้เลยโดยไม่ต้องกลับไปพักที่ประเทศต้นทาง 30 วัน พร้อมทั้งขยายเวลาทำงานให้กลุ่มที่ใบอนุญาตจะหมดอายุต้นปี พ.ศ. 2570 ยาวไปถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2572 และดึงแรงงาน 3 สัญชาติที่สถานะยังไม่ถูกต้องกว่า 8.2 แสนคน เข้าสู่ระบบให้ทำงานได้ชั่วคราว 1 ปี รวมถึงเตรียมเปิดทางเลือกใหม่ในการนำเข้าแรงงานศรีลังกาตามระบบ MOU ในช่วงต้นปี พ.ศ. 2570 ด้วยครับ
นอกจากนี้ เรายังเร่งเครื่องดึงเม็ดเงินเข้าประเทศด้วยการปลดล็อกธุรกิจ MICE และอีเวนต์ระดับโลก โดยจะผลักดันการออกประกาศสำนักนายกฯ ให้ชาวต่างชาติที่เข้ามาจัดประชุม สัมมนา แสดงศิลปวัฒนธรรม และแข่งกีฬาช่วงสั้นๆ ไม่เข้าข่ายเป็นการทำงานตามกฎหมาย เพื่อลดขั้นตอนและดันไทยสู่การเป็นศูนย์กลางงานอีเวนต์นานาชาติ
ในขณะเดียวกัน มิติด้านมนุษยธรรมและมาตรฐานสากลก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กันครับ เราได้ขยายสิทธิและพื้นที่การทำงานให้ผู้ลี้ภัยการสู้รบจากเมียนมาสามารถออกมาทำงานพึ่งพาตนเองได้สะดวกขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับหลักการขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) และได้รับคำชื่นชมจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR)
ส่วนกรณีของการตั้งศูนย์ออกเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity: CI) กระทรวงแรงงานเห็นว่ามีความจำเป็นเพื่อช่วยให้แรงงานเมียนมามีเอกสารยืนยันตัวตนได้จากต้นทาง สามารถดำเนินการตรวจลงตราและทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ด้านข้อกังวลเรื่องการบังคับส่งเงินกลับประเทศ 25% ทางกระทรวงฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้เชิญทูตแรงงานเมียนมาเข้าหารือและกำลังส่งหนังสือแจ้งข้อห่วงกังวลอย่างเป็นทางการ”