รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
ทรู คอร์ปอเรชั่น ชู “Network Twin” เทคโนโลยีจำลองโครงข่ายอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผน พร้อมเดินหน้ายกระดับ 5G ทั่วไทย ครอบคลุมเมืองใหญ่-ชุมชน-เกาะ-เส้นทางเดินเรือ
นายคูรัม อัชฟาค หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านเครือข่าย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบัน (ณ สิ้นไตรมาส 3/2569) ทรูให้บริการลูกค้ามือถือรวม 48.8 ล้านเลขหมาย ในจำนวนนี้เป็นผู้ใช้งาน 5G จำนวน 20.5 ล้านเลขหมาย
ขณะที่ปริมาณการใช้งานดาต้าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ประมาณ 38 กิกะไบต์ต่อคนต่อเดือนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 โดยเพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการรวมบริษัท สะท้อนความต้องการใช้งานโครงข่ายที่สูงขึ้น เพื่อตอบสนองดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ทั้งด้านความเร็ว ความจุ และความเสถียรของการเชื่อมต่อ
ทรูจึงมุ่งพัฒนาโครงข่ายทั้งด้านความเร็ว ความจุ ความเสถียร และการบริหารจัดการ โดยผสานเทคโนโลยี 5G ที่ล้ำสมัยเข้ากับการวิเคราะห์ข้อมูลและ AI เพื่อยกระดับประสบการณ์การเชื่อมต่อของลูกค้าทั่วประเทศ ทั้งในเมืองใหญ่ ย่านธุรกิจ พื้นที่อุตสาหกรรม ชุมชนชนบท แหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงเกาะและเส้นทางเดินเรือ

สิ่งที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของโครงข่ายเรียกว่า “TRUE5GX” เกิดจากการพัฒนาด้วยเทคโนโลยี 5G Standalone (SA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับส่งข้อมูล โดยโครงข่ายทรูพร้อมรองรับเทคโนโลยีรวมคลื่นความถี่ (Carrier Aggregation) แบบ 2CC, 3CC และ 4CC ซึ่งเป็นการรวมคลื่นความถี่หลายช่องเข้าด้วยกันเพื่อเพิ่มความเร็วและความจุของโครงข่าย และได้เริ่มนำ 2CC และ 3CC มาให้บริการลูกค้าแล้ว
ผลการทดสอบโครงข่ายแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเพิ่มความเร็วและความจุ รองรับการใช้งานที่หนาแน่นในพื้นที่ต่าง ๆ พร้อมใช้ประโยชน์จากทรัพยากรคลื่นความถี่ที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้ง TRUE5GX ยังมีจุดเด่นด้วย “Priority Access” ช่วยให้เข้าถึง 5G ได้ดียิ่งขึ้น แม้ในช่วงการใช้งานหนาแน่น เพื่อการเชื่อมต่อที่เร็วและต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ทรูยังใช้ “Network Twin” หรือการสร้างแบบจำลองดิจิทัลเสมือนจริงของโครงข่ายโทรคมนาคมในโลกดิจิทัล (Virtual Representation of the Physical Network) เพื่อให้สามารถมองเห็น วิเคราะห์ และจำลองการทำงานของโครงข่ายได้อย่างละเอียด ครอบคลุมองค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Radio Network, Core Network และ Transport Network
Network Twin มีแนวคิดคล้ายกับ Google Maps ที่นำข้อมูลจากโลกจริงมาสร้างเป็นแผนที่ดิจิทัล แต่เปลี่ยนจากการจำลองถนนและเมืองมาเป็นการจำลองโครงข่ายโทรคมนาคม ช่วยให้วิศวกรสามารถวิเคราะห์และประเมินทางเลือกในการพัฒนาโครงข่ายก่อนนำไปดำเนินการจริง

ความแตกต่างจากระบบ Network Monitoring ทั่วไป คือระบบ Monitoring มุ่งตรวจสอบสถานะและแจ้งเตือนปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะที่ Network Twin มุ่งจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของโครงข่าย เช่น การเพิ่มสถานีฐาน การปรับการใช้คลื่นความถี่ หรือการเพิ่มความจุในพื้นที่ที่มีปริมาณการใช้งานสูง รวมถึงทำให้สามารถป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตล่วงหน้าได้ ส่งผลให้ประสิทธิภาพและความเสถียรของระบบโครงข่ายสูงขึ้นอย่างชัดเจน
ที่สำคัญทรูยังนำแนวคิด Network Twin มาสนับสนุนกลยุทธ์ Nano Cluster ซึ่งเป็นการบริหารโครงข่ายตามลักษณะการใช้งานและความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ย่อย เนื่องจากแต่ละพื้นที่มีรูปแบบการใช้งานที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นย่านธุรกิจ โรงงาน ชุมชนที่อยู่อาศัย หรือเมืองท่องเที่ยว
ตัวอย่างเช่น จังหวัดกระบี่และพื้นที่ท่องเที่ยวภาคใต้ ซึ่งมีปริมาณการใช้งานเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและจำนวนนักท่องเที่ยว Network Twin จะช่วยสนับสนุนการจำลองสถานการณ์เพื่อประเมินแนวทางเพิ่มความจุ ปรับปรุงความครอบคลุมสัญญาณ และจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาโครงข่ายให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่
แนวทางนี้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงข่ายของทรูที่มุ่งยกระดับการเชื่อมต่อจากเมืองใหญ่สู่เกาะและเส้นทางเดินเรือ โดยเฉพาะพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญในทะเลอันดามัน โดยทรูได้ติดตั้งและเปิดให้บริการ 5G ที่อ่าวมาหยา เกาะพีพี และใช้เทคโนโลยี Microwave Backhaul เชื่อมต่อสัญญาณโดยไม่ต้องวางสายไฟเบอร์ในพื้นที่อนุรักษ์ พร้อมออกแบบอุปกรณ์ให้กลมกลืนกับธรรมชาติ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเชื่อมต่อของนักท่องเที่ยวควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอีกด้วย


ขณะเดียวกันทรูยังมุ่งมั่นในการต่อยอด Network Twin สู่ Simulation & Intelligence Layer ซึ่งมีกรอบความสามารถสำคัญ 4 ด้าน ได้แก่
1.Network Simulation : จำลองความครอบคลุมสัญญาณ (Coverage) ความจุของโครงข่าย (Capacity) สัญญาณรบกวน (Interference) และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน (Energy Efficiency)
2.Operational Impact Assessment : ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อประสิทธิภาพโครงข่าย ความน่าเชื่อถือของบริการ การใช้ทรัพยากร และความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
3.Opportunity Identification : ค้นหาโอกาสในการเพิ่ม Capacity ปรับปรุงการใช้คลื่นความถี่ ลดสัญญาณรบกวน และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
4.Decision Intelligence : เปรียบเทียบสถานการณ์และทางเลือกต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนการจัดลำดับความสำคัญและประเมินความเหมาะสมก่อนดำเนินการหรือขยายการลงทุนจริง
“Network Twin จะเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับวิธีบริหารโครงข่ายของทรู จากการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา ไปสู่การจำลองและประเมินสถานการณ์ก่อนดำเนินการจริง ทำให้สามารถเปรียบเทียบทางเลือก ประเมินผลกระทบ และค้นหาโอกาสในการปรับปรุงประสิทธิภาพโครงข่ายได้อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพสัญญาณ ความจุ การใช้คลื่นความถี่ และพลังงาน ซึ่งจะช่วยให้การวางแผนและยกระดับการบริการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้แม่นยำมากขึ้น”