เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
Uncategorized คิงส์แพ็คฯ ตอกย้ำ 50 ปีแห่งความสำเร็จ ชูเป้ารายได้ปีนี้แตะ 7,500 ล้าน
เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
Economic เปิด 9 ประเด็นฟังความเห็น “ภาษีเดินทางออกนอกประเทศ” เสนอเก็บ 1,000 บาท
แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
Biz Movement แซมมี่ – ชนิตา นักเรียนทุนรัฐบาลไทยดาวรุ่ง ประจำปี 2568 เผย “ทุนให้มากกว่าโอกาส”
ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง เสด็จฯ ส่วนพระองค์ ทอดพระเนตร พระราชินี ทรงฝึกบินเดี่ยว Gripen
6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช.  ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
Tech 6 กสทช. ดันประชุมนัดพิเศษจนจบ สภาผู้บริโภค จ่อร้อง ป.ป.ช. ปม เจ้าหน้าที่ขวางประชุม
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
Biz Movement กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ ทรงปรุงเมนู “ขนมค้างคาว” เปิดงาน “เทศกาลน้ำมันเมล็ดคามีเลีย ภัทรพัฒน์”
“Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
Finance “Arc 9 Capital” รุก Private Equity อาเซียน ชู Track Record ดีลรวมกว่า 17,000 ล้านบาท
เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
Finance เอกนิติ เตรียม Bangkok Blueprint โชว์เอไอนกกระซิบใน AM2026
ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท รูปพรรณบาทละ 66,450 บาท
ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
Finance ธนารักษ์เปิดจำหน่ายเหรียญที่ระลึกการประชุม AM2026 – เอกนิติ ชี้สะท้อนศักยภาพการเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 2
ดูทั้งหมด

แอปเปิลเดินตามบิ๊กเทค ปรับแผนรายจ่าย-จ้างงาน รับมือเศรษฐกิจถดถอย

20 ก.ค. 2565 | 06:43น.
แอปเปิล เทคโนโลยี

บริษัทยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีปรับแผนจ้างงาน การใช้จ่าย รับมือเศรษฐกิจถดถอย พบไตรมาสล่าสุดยอดขายซบเซา แอปเปิลเตรียมประกาศนโยบายกำลังคน แผนธุรกิจ 28 ก.ค.นี้

วันที่ 20 กรกฎาคม 2565 บลูมเบิร์ก รายงานว่า บริษัท เเอปเปิล อิงก์ หรือในชื่อเดิมคือ เเอปเปิลคอมพิวเตอร์ เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีแห่งล่าสุดที่กำกับรัดกุมการจ้างงานและแผนการใช้จ่าย จนเป็นหลักฐานว่า เเม้กระทั่งกลุ่มบริษัทที่มั่นคงเเข็งเเรงของซิลิคอนวัลเลย์ ก็ยังกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่อาจเกิดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

แม้ว่าจะยังไม่ได้บังคับใช้นโยบายทั่วทั้งบริษัท แต่ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตไอโฟนรายนี้กำลังวางแผนที่จะจำกัดค่าใช้จ่ายและการเพิ่มตำแหน่งงานในบางแผนก โดยท่าทีที่ระมัดระวังมากขึ้นนี้ คล้ายแนวทางของยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีรายอื่น ๆ ทั้งแอมะซอน (Amazon.com Inc.) อัลฟาเบต (Alphabet Inc.) ซึ่งเป็นบริษัทเเม่ของกูเกิล และไมโครซอฟท์ (Microsoft) ซึ่งได้ดำเนินการในทุกวิถีทางเพื่อชะลอการใช้จ่าย

ข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นร่วงลง พร้อมทั้งเพิ่มความกังวลใจในช่วงฤดูกอบโกยรายได้ของบริษัทเทคโนโลยีต่าง ๆ ซึ่งกำลังปั่นป่วนอย่างยิ่งในช่วงสัปดาห์นี้ และอาจเป็นการยากสำหรับบริษัทต่าง ๆ ในการสร้างความมั่นใจกับนักลงทุนที่กำลังกระวนกระวายใจอยู่ในปัจจุบัน

แม้กระทั่งผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่อย่างไอบีเอ็ม ซึ่งได้ประกาศถึงการเติบโตของยอดขายที่สูงเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ก็ต้องเผชิญกับสัดส่วนหุ้นบริษัทที่ร่วงลงในการซื้อขายล่าสุด

สำหรับตอนนี้ บริษัทยักษ์ใหญ่ทางเทคโนโลยีส่วนใหญ่ต่างยังไม่ได้พูดถึงการเลิกจ้างงาน เพียงเเต่กำลังลดจำนวนอัตราการจ้าง และการเติบโตของตัวเลขการจ้างงานโดยรวมของสหรัฐเอง ก็ยังไม่หยุดชะงัก โดยปริมาณการจ้างงานของสหรัฐอเมริกาได้เพิ่มขึ้นเป็น 372,000 คนในเดือนมิถุนายน สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 265,000 ตำเเหน่ง ด้วยจำนวนการจ้างงานในภาคการผลิตที่ช่วยหนุนให้ตัวเลขสูงขึ้น

ทางการสหรัฐยังได้เพิ่มตัวเลขการจ้างงานด้านข้อมูลอีกกว่า 25,000 ตำเเหน่งในเดือนมิถุนายน ส่งผลให้การจ้างงานในหมวดหมู่นั้นเพิ่มสูงขึ้น 105,000 ตำแหน่ง มากกว่าช่วงก่อนวิกฤตการระบาด

แต่บริษัททางเทคโนโลยีบางแห่งนั้นกำลังไปไกลถึงขั้นลดจำนวนการจ้างงาน นั่นรวมถึงไมโครซอฟท์ที่ได้ประกาศในสัปดาห์ก่อนว่าบริษัทกำลังลดจำนวนงานในบางตำแหน่ง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กร

การลดการจ้างงานครั้งนี้ส่งผลน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนพนักงานจ้างกว่า 180,000 คนขององค์กร และทางไมโครซอฟท์ก็ยังคาดว่าจะมีจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้นภายในสิ้นปีนี้ แต่การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นหลังจากความเคลื่อนไหวเมื่อเดือนพฤษภาคมที่จะชะลอการจ้างงานใน 3 แผนก ประกอบด้วย ไมโครซอฟท์ วินโดวส์ (Windows), ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ (Microsoft Office), และไมโครซอฟท์ ทีมส์ (Microsoft Teams) เนื่องจากไมโครซอฟท์ต้องเตรียมพร้อมสำหรับการจัดปีงบประมาณใหม่

อ้างอิงจากผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์เมื่อเดือนที่เเล้ว เทสลาก็ได้เลิกจ้างแรงงานหลายร้อยคน และปิดโรงงานที่ใช้ทดลองเทคโนโลยีระบบควบคุมการขับรถยนต์อัตโนมัติ (Autopilot self-driving technology) ในรัฐแคลิฟอร์เนีย

นายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเทสลา อิงก์ ได้กล่าวก่อนหน้านี้ว่าการเลิกจ้างงานนั้นเป็นเรื่องจำเป็นในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจที่ผันผวนมากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน เขาชี้เเจงผ่านการสัมภาษณ์ครั้งถัดมากับบลูมเบิร์กว่า พนักงานกว่า 10% กำลังจะต้องออกจากงานในช่วง 3 เดือนที่จะถึงนี้ โดยจำนวนการเลิกจ้างโดยรวมในปีนั้นอาจสูงยิ่งขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ บริษัทที่เคยประสบความสำเร็จอย่างสูงในช่วงก่อนการเเพร่ระบาดอย่างเน็ตฟลิกซ์ และเพโลตัน (Peloton Interactive Inc.) ก็ยังได้เลิกจ้างพนักงานในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยทางเน็ตฟลิกซ์ตัดยอดการจ้างงานกว่า 100 ตำเเหน่งในช่วงเดือนมิถุนายน และเพโลตันเพิ่งประกาศเเผนปิดภาคการผลิตภายในองค์กรเช่นเดียวกัน

บริษัทแม่ของเฟซบุ๊กอย่างเมต้า (Meta Platform Inc.) ก็ได้ลดภาระการใช้จ่ายและชะลอการจ้างงานระดับอาวุโสในบางตำเเหน่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศแผนลดค่าใช้จ่ายเป็นจำนวน 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (109,710 ล้านบาท) ภายในปีนี้ แนวคิดนี้เป็นการดึงทีมการผลิตของเมต้าให้กลับมาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์หลัก เช่น เมต้าเวิร์ส เเละรีล ซึ่งได้เลียนแบบมาจากฟังก์ชั่นของเเอปชื่อดังอย่างติ๊กต๊อก (Tiktok)

ทางเมต้ายังได้หยุดการพัฒนาหนึ่งในต้นแบบของนาฬิกาอัจฉริยะ (สมาร์ทวอตช์) และปรับแต่ง “พอร์ทัล” หรือเครื่องเล่นวิดีโอภายในบ้าน เพื่อมาให้ความสนใจกับกลุ่มลูกค้านักธุรกิจแทนกลุ่มลูกค้าทั่วไปให้มากขึ้น

กูเกิลปรับเเผน

เมื่อสัปดาห์ที่เเล้ว นายศุนทัร ปิจไช ประธานบริหารของบริษัทกูเกิล กล่าวกับพนักงานว่า บริษัทมีแผนจะชะลอการจ้างงานในช่วงที่เหลือของปีนี้ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่หาได้ยากสำหรับยักษ์ใหญ่ทางด้านอินเทอร์เน็ตที่มักจะเพิ่มจำนวนพนักงานเป็นหลักหมื่นคนต่อปี โดยทางกูเกิลจะจำกัดการจ้างงานในปีนี้เเละปีหน้าไว้เฉพาะด้านเทคนิคเเละ “บทบาทที่สำคัญอื่น ๆ” เท่านั้น

บริษัทอื่น ๆ ยังได้มองหาแนวทางในการลดเเผนการเติบโตนอกเหนือจากความจำเป็นต้องเลิกจ้างครั้งใหญ่ ในขณะที่ทางอเมซอนนั้นได้มีการเพิ่มพนักงานจำนวนมากไว้ในช่วงระหว่างการแพร่ระบาดเพื่อรองรับการเพิ่มจำนวนการใช้จ่ายด้านอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ซึ่งทำให้ในปัจจุบันโรงงานและโกดังต่าง ๆ ของบริษัทมีจำนวนพนักงานที่ล้นมือ อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทกล่าวว่ากำลังแก้ปัญหานี้ผ่านการลดจำนวนแรงงาน

นายแอนดี้ แจสซี่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของอเมซอนได้กล่าวว่า ทางบริษัทได้ตัดสินใจผิดพลาดไปในช่วงต้นของวิกฤตการระบาด โดยเลือกที่จะเพิ่มจำนวนโกดังสินค้าเเละพนักงานให้มากกว่าที่กำหนด แทนที่จะลดให้น้อยกว่ากำหนด

“ตอนนั้นเรารู้ว่ามันอาจหมายถึงการที่เราจะมีกำลังมากเกินกว่าที่กำหนดในระยะสั้น ๆ” เขากล่าว

คำถามสำคัญในช่วงฤดูทำรายได้ล่าสุด นั่นคือ “กำลังซื้อของผู้บริโภคนั้นได้อ่อนตัวลงแล้วหรือไม่” ทั้งนี้ แอปเปิลยังได้กล่าวเตือนเมื่อเดือนเมษายนว่าภาพรวมไตรมาสล่าสุด (เมษายน-มิถุนายน) อาจไม่ราบรื่นนัก และโดยส่วนมากจะเป็นผลมาจากความท้าทายในห่วงโซ่อุปทาน

ปัญหาเหล่านั้นได้รับการคาดการณ์ว่าจะลดรายได้ยอดขายของแอปเปิลสูงถึง 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับ 2.9 แสนล้านบาท โดยเหล่านักลงทุนน่าจะได้เห็นภาพของความเสียหายอย่างชัดเจน พร้อมกับคาดการณ์การเติบโตของเเอปเปิลสำหรับไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อประกาศออกมาในวันที่ 28 กรกฎาคมนี้