ห้างใหญ่มุ่งขาย “ประสบการณ์”ปลุกกำลังซื้อ-ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ
“เซ็นทรัล-เดอะมอลล์-ซีคอนสแควร์” ปลุกกำลังซื้อ รุกพัฒนาห้าง-ศูนย์การค้าเป็นมากกว่าพื้นที่ช็อปปิ้ง มุ่งเปิดพื้นที่สร้างประสบการณ์ โหมอีเวนต์แน่นเอี๊ยด ทั้งไลฟ์สไตล์-บันเทิง-อาหาร-เทศกาลสำคัญดึงคนเข้าห้าง ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจ “เซ็นทรัล” ยกระดับศูนย์การค้าสู่ Music Community Experience Platform “ซีคอนสแควร์” ผนึกพันธมิตรอัด 50 อีเวนต์ต่อปี ด้าน “เดอะมอลล์” ต่อยอด Retailtainment ด้วย Fandom Economy สร้างความแตกต่างระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์
ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา กรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ากลยุทธ์ยกระดับศูนย์การค้าจากแหล่งช็อปปิ้งสู่แพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ และศูนย์กลางชุมชนที่ผู้บริโภคเข้ามาใช้ชีวิต ทั้งจับจ่ายใช้สอย รับประทานอาหาร พักผ่อน ฯลฯ ตลอดทั้งวันด้วย Magnet ด้านไลฟ์สไตล์ เช่น อีเวนต์หลากหลายรูปแบบ อาทิ สงกรานต์ ไพร์ด (Pride) ความบันเทิงอย่างคอนเสิร์ตไปจนถึงร้านอาหารใหม่ ๆ
เนื่องจากกลยุทธ์ดังกล่าวสามารถเพิ่มทราฟฟิกในศูนย์ได้ชัดเจน เห็นได้จากช่วยเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งดึงดูดผู้เข้าร่วมงานกว่า 15 ล้านคนทั่วประเทศ เฉพาะเซ็นทรัลเวิลด์ดึงทราฟฟิกกว่า 5 ล้านคนโดยล่าสุดได้เตรียมจัดงาน Pride ซึ่งปี 2569นี้ บริษัทขยายจุดจัดงาน Pride จาก 9 สาขาในปี 2566 สู่ 40 สาขาทั่วประเทศ คาดว่าจะมีผู้ร่วมงานกว่า 1.3 ล้านคน
ปั้น Experience Platform
ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันยังขยายศักยภาพด้าน Entertainment Experiences ยกระดับศูนย์การค้าสู่ Music Community ผ่านความร่วมมือกับ บริษัท เบสไลน์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ในเครือ Plan B Media เปิดตัว “The Central Stage” โมเดลคอนเสิร์ตระดับประเทศที่ใช้ฮอลล์ในศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศเป็นแพลตฟอร์มสำหรับจัดงาน หรือ Experience Platform
โดยประเดิมเวทีแรกด้วย “The Central Stage ETC. ชวนมาแจม” ที่เซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต วันที่ 13 มิถุนายน 2569 และเซ็นทรัล ขอนแก่น วันที่ 20 มิถุนายน 2569 พร้อมเปิดโอกาสให้แบรนด์และพันธมิตรทางธุรกิจได้เชื่อมต่อกับผู้บริโภคทุกเจเนอเรชั่น โดยใช้ดนตรี เทศกาล และกิจกรรมเป็นกลไกหลักในการสร้างคอมมูนิตี้
3 จุดเด่นอีเวนต์สไตล์ CPN
ดร.ณัฐกิตติ์กล่าวด้วยว่า กลยุทธ์การปั้นงานอีเวนต์เพื่อดึงดูดลูกค้าของกลุ่มเซ็นทรัลประกอบด้วย 3 ส่วนหลักคือ Real-Time Activation จับกระแสเร็ว ตั้งแต่การจับ Insight ผู้บริโภคไปจนถึงการออกแบบกิจกรรม และ Deploy พร้อมกันทั่วประเทศในระยะเวลาอันรวดเร็ว เสริมด้วย Celebrity/Influencer เพื่อสร้าง Momentum และ Engagement อย่างต่อเนื่องและวัดผลได้
Community-Driven Space ใช้ศักยภาพของพื้นที่ศูนย์การค้า ทั้งลานกิจกรรมและทราฟฟิกของผู้คน ขับเคลื่อนแบบ Community-Driven รองรับการใช้งานจริงของผู้คนในแต่ละพื้นที่ และเกิด Participation ต่อเนื่อง สร้าง Engagement ระยะยาว และตอกย้ำบทบาท “Center of Life” ในเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค
และ Nationwide Scalable Platform การต่อยอดกระแสต่าง ๆ ที่กำลังมาแรง ด้วยเครือข่ายศูนย์การค้าเซ็นทรัลกว่า 40 สาขาทั่วประเทศ เช่น กระแสแอโรบิกจากสวนลุมพินี ซึ่งบริษัทยกระดับกระแสแอโรบิกสู่แพลตฟอร์มสุขภาพระดับประเทศด้วยการจัดกิจกรรมในสาขาต่าง ๆ ให้สามารถเข้าถึงได้จริงในทุกพื้นที่ทั้งกรุงเทพฯ และหัวเมืองหลัก
ซีคอนฯ อัด 50 อีเวนต์ต่อปี
เช่นเดียวกับ ดร.จักรพล จันทวิมล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารการตลาด บริษัท ซีคอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ที่กล่าวว่า แนวทางสำคัญของซีคอนสแควร์คือ การพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นมากกว่าพื้นที่ช็อปปิ้ง แต่เป็น “พื้นที่ของประสบการณ์” ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้เวลา ร่วมสนุก และสร้างความทรงจำร่วมกันได้ ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างสีสันให้ศูนย์การค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ และผู้บริโภคที่มองหากิจกรรมไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่
โดยความแตกต่างระหว่างซีคอนสแควร์กับห้างสรรพสินค้าอื่น ๆ คือ อีเวนต์ขนาดใหญ่ที่จัดขึ้นบริเวณลานกลางห้าง ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เกิดมาพร้อมกับซีคอนสแควร์ตั้งแต่เปิดบริการเมื่อกว่า 30 ปีก่อน จนปัจจุบันซีคอนฯ 2 สาขามีอีเวนต์รวมกัน 50 งานต่อปี หรือแต่ละสาขาจะมีอีเวนต์ใหม่ทุก 2 สัปดาห์ หรืออย่างน้อย 20 อีเวนต์ต่อปี
ตัวอย่างเช่น Bar B Golf ที่บริษัทจับมือกับบาร์บีคิวพลาซ่าสร้างสนามมินิกอล์ฟ 18 หลุม ธีมปิ้งย่างขนาดกว่า 1,500 ตร.ม. ในสาขาศรีนครินทร์ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเริ่มต้นจากการมองหาประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่สามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้เวลาในศูนย์การค้าได้มากขึ้น
โดยเฉพาะกิจกรรมที่ตอบโจทย์ทั้งความสนุกและการมีส่วนร่วมของครอบครัวและกลุ่มเพื่อน จึงเลือก “กอล์ฟ” มาเป็นแกนหลัก เนื่องจากเป็นกิจกรรมที่กำลังได้รับความนิยมในเชิงไลฟ์สไตล์ และนำมาตีความใหม่ในรูปแบบมินิกอล์ฟที่เล่นง่าย สนุก เข้าถึงได้ทุกวัย และเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมได้
“นี่คือหนึ่งในแนวทางสำคัญของซีคอนสแควร์ในการพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นพื้นที่ของประสบการณ์ที่ผู้คนสามารถเข้ามาใช้เวลา ร่วมสนุก และสร้างความทรงจำร่วมกันได้ ขณะเดียวกันยังช่วยสร้างสีสันให้ศูนย์การค้า เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ และผู้บริโภคที่มองหากิจกรรมไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่” ดร.จักรพลกล่าว
เดอะมอลล์มุ่ง “แฟนดอม”
ด้านนางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ในปี 2569 นี้บริษัทได้ต่อยอดกลยุทธ์ Retailtainment ด้วย Fandom Economy ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง และเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความแตกต่างระหว่างโลกออนไลน์และออฟไลน์ด้วย “ประสบการณ์” และ “ความผูกพันทางอารมณ์” รับมือกระแส e-Commerce และ Digital Disruption
“เรามองแฟนด้อมในฐานะ New Economic Driver ที่สามารถสร้าง Traffic, Engagement และ Spending ได้พร้อมกัน” นางสาววรลักษณ์กล่าว
ขณะที่นายศุภวุฒิ ไชย์ประสิทธิ์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริหารสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและฟู้ด เสริมว่า นอกจากประสบการณ์บันเทิงแล้วยังเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเชิงประสบการณ์อาหาร ด้วยแคมเปญ Hungry Journey #4 ซึ่งลูกค้าสามารถสะสม “Hungry Point” จากการใช้จ่ายครบทุก 120 บาทต่อใบเสร็จ ต่อยอดจากความสำเร็จตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
“แคมเปญนี้ได้รับการตอบรับที่ดี สะท้อนจากจำนวนผู้เข้าร่วมกว่า 7,000 คน โดยปัจจุบันพฤติกรรมการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบิลของลูกค้าต่อครั้งมีแนวโน้มลดลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความถี่ที่เพิ่มขึ้น จึงเป็นที่มาของการกำหนดยอด การเข้าร่วมแคมเปญเริ่มต้นที่ 120 บาท เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันก็ช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายให้เกิดความต่อเนื่อง” นายศุภวุฒิกล่าว
นายศุภวุฒิกล่าวด้วยว่า แคมเปญปีนี้กูร์เมต์ อีทส์ คัดร้านอาหารทั้งแบรนด์อินเตอร์และ Local Street Food มาตอบโจทย์ทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะที่พารากอน อาทิ Bread Ahead แบรนด์โดนัทชื่อดังจากลอนดอน เปิดให้บริการในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 และ Rikyuen แบรนด์มัทฉะเก่าแก่จากญี่ปุ่นในช่วงเดือนมิถุนายน หรือร้าน Slow Butter ครัวซองต์เจ้าดังซึ่งเปิดให้บริการอยู่ ณ ตอนนี้ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก
เกิดปรากฏการณ์คิวยาวต่อเนื่อง
ผู้สื่อข่าวรายเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ผ่านมาของปี 2569 เกิดปรากฏการณ์ต่อคิวร้านดังในห้างขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิด LOPIA JAPAN เชนซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่จากญี่ปุ่นสาขาแรกที่เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ พร้อมจุดเด่นอย่างของสด อาหาร ขนมนำเข้าจากญี่ปุ่น ในราคาจับต้องง่ายจนมีคิวเข้าช้อปยาว รวมถึงการเปิด DON DON DONKI เชนค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์และอาหารสัญชาติญี่ปุ่น ที่เซ็นทรัลเวสเกต เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา