เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
Business ‘ซีพีแรม’ ขยับพอร์ตเจขาย 365 วัน ชิงตลาด 4.9 หมื่นล้าน
วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
Biz Movement วงร็อกชื่อดัง SWEET MULLET ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 สมาชิกยุติบทบาทสมาชิก
เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
Business เปิดตัว “ต้นสน เส้นเกาหลี” รับกระแส K-Food ชูจุดขายเส้นใส นุ่ม หนึบเด้ง อร่อยง่ายทุกเมนู
แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
Real Estate แสนสิริ อวด “เดอะ สแตนดาร์ด เรสซิเดนท์ หัวหิน” บีชฟร้อนแรกของโลก พูลวิลล่า 100 ล้านหมดในสัปดาห์แรก
ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
Finance ก.ล.ต.เคลียร์ปม 3 เหรียญดิจิทัล สอบโยงเว็บ shuffle.com ขู่ฟันหากผิดเกณฑ์
‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
World ‘มารีแอนน์’ จิตวิญญาณของฝรั่งเศส เทพีแห่งปฏิวัติ สวมกั๊กเหลืองกลางปารีส
ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
Business ไตรภพ ประกาศเลิกกิจการ ‘บอร์น ออพเปอเรชั่น’ 30 พ.ย. เลิกจ้างพนักงานทั้งหมด
ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (19 ต.ค. 69) ขยับขึ้น 150 บาท รูปพรรณบาทละ 67,050 บาท
ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
Biz Movement ขยับผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ น้องพายุ ถูกตัดสิทธิ DQ น้องแมคลาเรน คว้าอันดับ 1
เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
Interview เปิดเบื้องหลัง 2 ล่ามไทยบนเวทีโลก ทำไมงานประชุม IMF–World Bank 2026 ยังต้องใช้มนุษย์ ?
ดูทั้งหมด

อวสานยุค “ปัดขวา” ? Bumble อดีตสตาร์ตอัพ 2 แสนล้าน ส่อขายกิจการหลังผู้ใช้หดตัว

29 มิ.ย. 2569 | 14:46น.

Bumble แพลตฟอร์มหาคู่ระดับโลกเผชิญมรสุมหนัก จำนวนผู้ใช้งานและยอดปฏิสัมพันธ์ดิ่งลงต่อเนื่อง ลือจับมือกับ Morgan Stanley สำรวจลู่ทาง “ขายกิจการ” แก้เกมรีดรายได้ต่อหัวเพิ่มและเปิดตัว AI “Bee” แต่แอปพลิเคชั่นคู่แข่ง Hinge เติบโตสวนทาง ชี้อาจเป็นปัญหาเฉพาะตัวของ Bumble สูญเสียเสน่ห์ในการสร้างความผูกพันกับผู้ใช้ มูลค่าบริษัทหายไปแล้วกว่า 90% จากจุดสูงสุดช่วง IPO

สัญญะของการจับคู่บนโลกออนไลน์กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ Bumble แอปพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดังระดับโลก กำลังอยู่ระหว่างการสำรวจลู่ทางเพื่อ “ขายกิจการ” ซึ่งอาจเป็นทางออกสุดท้ายในการพยุงธุรกิจ ท่ามกลางภาวะวิกฤตที่ผู้ใช้งานเริ่มลดความนิยมและใช้เวลาบนแพลตฟอร์มน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานโดยอ้างอิงแหล่งข่าววงใน ระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีซึ่งมีฐานที่ตั้งในเมืองออสติน รัฐเทกซัส รายนี้ ได้จับมือกับสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง Morgan Stanley เพื่อเริ่มกระบวนการประเมินความเป็นไปได้ในการขายกิจการ อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่มีการรับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริง และ Bumble ยังคงมีทางเลือกที่จะดำเนินธุรกิจเป็นเอกเทศต่อไป

สัญญาณเตือนภัยที่รีดรายได้จากคนกลุ่มเดิม

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Bumble กำลังพยายามปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างหนัก หลังสูญเสียทั้งฐานผู้ใช้งาน รายได้ และความเชื่อมั่นในตลาดทุนอย่างต่อเนื่อง โดยผลประกอบการในปี 2025 ที่ผ่านมา รายได้ของบริษัทหดตัวลง 9.9% อยู่ที่ 965.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.2 หมื่นล้านบาท ขณะที่จำนวนผู้ใช้บริการที่ยอมจ่ายเงิน (Paying Users) ลดลง 11.5% เหลือเพียง 3.7 ล้านคน

สถานการณ์ยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาสแรกของปี 2026 โดยรายได้ดิ่งลงอีก 14.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า เหลือ 212.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7 พันล้านบาท และจำนวนผู้ใช้ที่ยอมจ่ายเงินลดฮวบถึง 21.1% มาอยู่ที่ 3.2 ล้านคน

แม้ว่า Bumble จะแก้เกมด้วยการเพิ่มรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) ได้สำเร็จถึง 8.9% ในไตรมาสแรก แต่นักวิเคราะห์มองว่านี่คือโมเดลธุรกิจที่เติบโตได้อย่างยากลำบากในระยะยาว เนื่องจากบริษัทกำลังตกอยู่ในภาวะ “รีดเงินเพิ่มจากคนที่เหลืออยู่ ในขณะที่จำนวนลูกค้าโดยรวมลดลง”

คนไม่ได้เบื่อปัดขวาขนาดนั้น

ข้อมูลเชิงลึกจาก Apptopia บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลโมบายล์อินเทลลิเจนซ์ ชี้ให้เห็นว่า วิกฤตของ Bumble ไม่ได้เกิดจากอาการ “เบื่อหน่ายแอปหาคู่ทั่วไป” (Dating-app Fatigue) ในภาพรวม เนื่องจากคู่แข่งรายสำคัญอย่าง Hinge ยังคงสามารถสร้างการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานต่อวัน (Daily Active Users) ในสหรัฐ ได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกันถึง 8 ไตรมาส ในทางกลับกัน ตัวเลขผู้ใช้งานของ Bumble กลับหดตัวลงถึง 6 จาก 8 ไตรมาสล่าสุด

Adam Blacker ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Apptopia เปิดเผยว่า Bumble กำลังเป็นแอปพลิเคชั่นที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มผู้นำตลาดสหรัฐ โดยเฉพาะในแง่ของยอดการใช้งาน (Engagement) ซึ่งมีระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้ใช้บนแอปต่ำที่สุด และเป็นแพลตฟอร์มเดียวที่มีตัวเลขนี้ลดลงเมื่อเทียบเป็นรายปีในไตรมาสที่สอง

“Bumble กำลังสูญเสีย Engagement เร็วกว่าจำนวนผู้ใช้งาน ซึ่งตามตำราธุรกิจแล้ว นี่คือปัญหาที่แก้ไขและฟื้นฟูได้ยากที่สุด” Blacker กล่าว

นอกจากนี้ Katy Coduto ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านวิทยาศาสตร์สื่อจากมหาวิทยาลัยบอสตัน ได้สะท้อนมุมมองเชิงจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ว่า ธุรกิจแอปหาคู่มีความย้อนแย้งในตัวเองอย่างน่าสนใจ เนื่องจาก “ผู้ใช้ที่ประสบความสำเร็จที่สุด ก็คือผู้ที่จะเลิกใช้บริการในท้ายที่สุด” และเมื่อแอปพยายามผลักดันระบบสมัครสมาชิกรวมถึงฟีเจอร์แบบชำระเงินมากขึ้น ผู้บริโภคจะเริ่มรู้สึกว่าพวกเขากำลังทำ “การลงทุนที่มีค่าใช้จ่าย โดยไม่มีสิ่งใดมารับประกันผลตอบแทน”

เดิมพันครั้งใหม่ด้วย AI กับขีดจำกัดที่ต้องพิสูจน์

เพื่อตอบโต้กับวิกฤตดังกล่าว Whitney Wolfe Herd ผู้ก่อตั้งที่หวนคืนสู่อำนาจในตำแหน่ง CEO อีกครั้งเมื่อมีนาคม 2025 กำลังเร่งยกเครื่องผลิตภัณฑ์ครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนผ่านระบบจากการ “ปัดหน้าจอ” (Swiping) แบบเดิม ไปสู่ประสบการณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้การเปิดตัวผู้ช่วยอัจฉริยะในชื่อ “Bee” เพื่อเร่งกระบวนการจับคู่และผลักดันให้เกิดการนัดเดตในโลกจริงได้เร็วขึ้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยักษ์ใหญ่คู่แข่งอย่าง Match Group (เจ้าของ Tinder และ Hinge) ก็กำลังมุ่งหน้าสู่เส้นทาง AI เช่นกัน โดย Tinder ได้เปิดตัวระบบจับคู่ด้วย AI และกิจกรรมออฟไลน์ ส่วน Hinge นำเสนอระบบช่วยคิดบทสนทนา

ซึ่งกลยุทธ์นี้ส่งผลให้ Match Group มีรายได้รวมไตรมาสแรกโต 4% อยู่ที่ 864 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.8 หมื่นล้านบาท และ Hinge มีรายได้ตรงพุ่งสูงถึง 28% แม้ว่าภาพรวมผู้จ่ายเงินของเครือ Match Group จะลดลง 5% ก็ตาม

อย่างไรก็ดี นักวิชาการยังคงตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของ AI ในธุรกิจความสัมพันธ์ โดย Paul Eastwick ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เดวิส (UC Davis) แสดงความเห็นว่า

“หาก AI ถูกฝึกฝนบนฐานข้อมูลที่มีอยู่ก่อนที่คนเราจะได้พบกันในชีวิตจริง เช่น รูปภาพ คำโปรยแนะนำตัว หรือประวัติการปัดในอดีต ผมค่อนข้างมองโลกในแง่ร้ายว่ามันจะแก้ปัญหาได้ เพราะข้อมูลเหล่านี้บอกได้เพียงว่าใครดูดีหรือไม่ดูดี แต่การจะพิสูจน์ว่าคนสองคน ‘เข้ากันได้จริงหรือไม่’ จำเป็นต้องอาศัยการปฏิสัมพันธ์แบบต่อหน้าเท่านั้น”

จากยอดดอยสู่มูลค่าที่หายไปกว่า 90%

ความเคลื่อนไหวเรื่องการขายกิจการในครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนที่น่าใจหายของอดีตหุ้นเทคโนโลยีระดับดาวรุ่ง ย้อนกลับไปในปี 2019 ยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนอย่าง Blackstone เคยเข้าซื้อหุ้นใหญ่ใน MagicLab หรือบริษัทแม่ของ Bumble

ซึ่งเป็นมูลค่าประเมินสูงถึง 3 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณเกือบแสนล้านบาท ก่อนที่ Bumble จะสร้างปรากฏการณ์เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ในปี 2021 ด้วยมูลค่าบริษัทที่ทะยานเกิน 7 พันล้านดอลลาร์ เป็นมูลค่าประมาณ 2.33 แสนล้านบาท

ทว่าจากรายงานล่าสุดของ Reuters มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของ Bumble ในปัจจุบัน ดิ่งลงมาเหลือเพียงประมาณ 388 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นมูลค่าอยู่ที่ราว 1.2 หมื่นล้านบาทเท่านั้น อาจเรียกได้ว่าเป็นการปิดฉากยุคเฟื่องฟูของแอปปัดขวาอย่าง Bumble และเป็นบทเรียนครั้งสำคัญของธุรกิจแพลตฟอร์มที่ต้องเร่งหาคำตอบในการสร้างคุณค่าที่แท้จริงให้กับผู้บริโภคยุคใหม่