เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
Politics สุทธิพงษ์ จี้ ‘อธิบดีปกครอง’ แสวงหาข้อเท็จจริง-ให้ความเป็นธรรม ‘นายอำเภอบ้านสร้าง’
ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
Politics ฝ่ายค้าน ดีเดย์ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับตาปม ฮั้ว สว.- พรก.กู้เงิน – TH:AI Passport
กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
News กทม. เร่งเยียวยาน้ำท่วม ปลดล็อกเกณฑ์ 7 วัน เจรจา ปภ. อุ้มกลุ่ม ‘น้ำล้อมบ้าน’ ดีเดย์จ่ายเงินสัปดาห์นี้
นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
News นักวิชาการชี้ไทยติดกับดัก “ตั้งรับ-เยียวยา” ถึงเวลาปฏิรูประบบจัดการน้ำ
สยามพารากอน จัดกิจกรรมรวมพลังคอมมูนิตี้ AI ชั้นนำ ฉลอง 3 ปี SCBX NEXT TECH
Tech สยามพารากอน จัดกิจกรรมรวมพลังคอมมูนิตี้ AI ชั้นนำ ฉลอง 3 ปี SCBX NEXT TECH
3 สวรรค์พนันออนไลน์ ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ หมุดหมายทุนแสนล้าน
Business 3 สวรรค์พนันออนไลน์ ‘กูราเซา-ยิบรอลตาร์-อ็องฌูอ็อง’ หมุดหมายทุนแสนล้าน
หุ้นแบงก์ปันผลเด่น 6% TTB-KBANK ลุ้นจ่ายเพิ่ม จากเงินเหลือซื้อหุ้นคืน
Finance หุ้นแบงก์ปันผลเด่น 6% TTB-KBANK ลุ้นจ่ายเพิ่ม จากเงินเหลือซื้อหุ้นคืน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้น้ำท่วมปี’69 ข้าวนาปีเสียหาย 1.2 หมื่นล้าน
Finance ศูนย์วิจัยกสิกรไทยชี้น้ำท่วมปี’69 ข้าวนาปีเสียหาย 1.2 หมื่นล้าน
ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ต.ค. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,550 บาท
สรรพากร ออกมาตรการภาษีสนับสนุนอุตสาหกรรม MICE หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าเช่าพื้นที่
Finance สรรพากร ออกมาตรการภาษีสนับสนุนอุตสาหกรรม MICE หักรายจ่ายได้ 2 เท่าของค่าเช่าพื้นที่
ดูทั้งหมด

“วีระศักดิ์” ชงรื้อโครงสร้างท่องเที่ยว ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยวใช้ระบบ Data Driven กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง

02 ก.ค. 2569 | 12:03น.

“วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” ประธานที่ปรึกษารองนายกฯ ศุภจี ชงไทยผ่าตัดท่องเที่ยวครั้งใหญ่ พร้อมจัดตั้ง “สำนักงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” วิเคราะห์ข้อมูล ใช้ระบบ Data Driven เป็นกลไกถาวรขับเคลื่อน กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง เปลี่ยนแนวคิดจากการมุ่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมาเป็น Value Tourism พร้อมแยก “การเดินทาง” ออกจากการท่องเที่ยว หวังขยายเศรษฐกิจท่องเที่ยวสู่ Visitor Economy ครอบคลุมผู้เดินทางทุกกลุ่ม

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ประธานที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นางศุภจี สุธรรมพันธุ์) และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยในโอกาสบรรยายพิเศษหัวข้อ “อนาคตท่องเที่ยวไทยกับการแข่งขันบนเวทีโลก” ในงานประชุมประจำเดือนมิถุนายน ของสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ว่า ถึงเวลาแล้วที่ภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยต้องผ่าตัดโครงสร้างครั้งใหญ่ และเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในรอบกว่า 20 ปี จากนโยบายแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนำงานด้านท่องเที่ยวไปควบรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และแยกกีฬาเป็นกระทรวงการกีฬา

รื้อโครงสร้างมุ่ง Value Tourism

นายวีระศักดิ์กล่าวว่า โครงสร้างเดิมของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดิมที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2545 นั้นขาดโครงสร้างด้านเศรษฐกิจที่เข้มแข็งทำให้กว่า 20 ปีที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวฯ ถูกมองเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่จัดกิจกรรม หรืออีเวนต์ เช่น เทศกาลสงกรานต์ มากกว่าการกำหนดนโยบายเชิงเศรษฐกิจ ทั้งที่เคยเสนอให้รวมภารกิจด้านท่องเที่ยว กีฬา และวัฒนธรรมไว้ด้วยกันตามโมเดลของเกาหลีใต้ เพื่อใช้ Soft Power เป็นกลไกสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้รับความเห็นพ้องจากทุกฝ่าย

“ญี่ปุ่นนำงานท่องเที่ยวไปอยู่กับกระทรวงคมนาคมและการก่อสร้าง เพื่อเชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและรองรับสังคมผู้สูงอายุ ขณะที่จีนกำหนดให้งานท่องเที่ยวอยู่ภายใต้การกำกับของประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี เนื่องจากต้องบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ส่วนเกาหลีใต้รวมกระทรวงวัฒนธรรม ท่องเที่ยว และกีฬาไว้ด้วยกัน เพื่อใช้ Soft Power เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนประเทศ”

สำหรับประเทศไทยนั้นนายวีระศักดิ์กล่าวว่า ต้องเดินหน้าสู่การเป็นท่องเที่ยวคุณภาพสูง มุ่งเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวมาเป็น Value Tourism โดยมอง “นักท่องเที่ยวคุณภาพ” ในมิติของผู้ที่มีความเต็มใจใช้จ่าย มีระยะเวลาพำนักเหมาะสม และสามารถกระจายรายได้สู่เมืองรอง มากกว่าการพิจารณาจากระดับรายได้เพียงอย่างเดียว เปลี่ยนจากกระทรวงแห่งความฝันสู่การเป็นกระทรวงเชิงยุทธศาสตร์

ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยว

โดยมีข้อเสนอสำคัญในการผ่าตัดครั้งนี้คือ การจัดตั้ง “สำนักงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยว” มีฐานะและบทบาทเทียบเท่ากับสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Driven) และกำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง แทนการเน้นเพียงการจัดกิจกรรมหรืออีเวนต์ (Event-driven)

“การย้ายงานท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรมไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลว่าจะทำให้บทบาทลดลง แต่อยู่ที่ความตั้งใจของระบบรัฐ โดยข้อดีของการไปอยู่กับกระทรวงวัฒนธรรมคือการทำให้งานด้านโบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ และศาสนสถานต่าง ๆ สามารถพัฒนาไปในทิศทางเดียวกันได้ดีขึ้น เพราะกระทรวงวัฒนธรรมมีกรรมสิทธิ์และสิทธิในการบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวเหล่านี้โดยตรง” นายวีระศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สถานะปัจจุบันของการปรับโครงสร้างกระทรวงนั้นยังต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายอีกหลายขั้นตอน ยังมีเวลาในการปรับปรุงและเสนอแนวคิดเชิงนโยบายเพิ่มเติมได้อีก

ขยายสู่ Visitor Economy

นอกจากนี้ ขอเสนอให้แยกนิยาม “การเดินทาง” ออกจาก “การท่องเที่ยว” เพราะผู้เดินทางเข้าไทยจำนวนมากไม่ได้มาเพื่อท่องเที่ยว แต่เดินทางมาเรียน ทำธุรกิจ หรือรักษาพยาบาล ซึ่งควรมีตัวชี้วัดและนโยบายรองรับที่แตกต่างกัน เพื่อขยายการมองเศรษฐกิจท่องเที่ยวไปสู่ Visitor Economy ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าการนับจำนวนนักท่องเที่ยว

นายวีระศักดิ์กล่าวด้วยว่า ยุทธศาสตร์ของการท่องเที่ยวในระยะถัดไปจากนี้จะต้องเน้นที่คุณภาพนักท่องเที่ยว ไม่ได้วัดเพียงแค่จำนวน หรือกระเป๋าหนักหรือเบา แต่ดูที่ความตั้งใจในการใช้จ่ายเพื่อแลกกับประสบการณ์และคุณค่า การกระจายตัวที่มุ่งเน้นการเข้าถึงเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยว

โดยเฉพาะเมืองที่ยังไม่เป็นที่รู้จัก (Hidden Gems) ผ่านโครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟทางคู่ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เน้นแนวคิดสะดวก สะอาด ปลอดภัย สำหรับคนทุกสภาพร่างกาย (Universal Design) ตามแบบประเทศท่องเที่ยวสำคัญอย่างญี่ปุ่ญให้ได้

“มีข้อกังวลที่ว่างานท่องเที่ยวอาจถูกลดบทบาทเมื่อย้ายไปอยู่ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากมีการจัดตั้งสำนักงานเศรษฐกิจการท่องเที่ยวที่เข้มแข็ง และมีการบริหารจัดการข้อมูลที่ดี ไม่ว่างานท่องเที่ยวจะอยู่ภายใต้ชื่อกระทรวงใดก็จะยังสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ก้าวหน้า และลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นสิ่งสำคัญไม่ใช่ชื่อกระทรวง แต่คือการมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่รวบรวม วิเคราะห์ และใช้ข้อมูลในการกำหนดนโยบายและขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ไม่ใช่วางยุทธศาสตร์โดยใช้ความรู้สึก” นายวีระศักดิ์กล่าว