เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
Politics รัฐบาลย้ำมีเสถียรภาพ สั่งทุกกระทรวงไม่แยกทำงาน กำชับทีมดีลการค้าอย่าเสียเปรียบ 
นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
Politics นายกฯ ถก มิตซูบิชิ จ่อลงทุนเพิ่ม 1.6 หมื่นล้าน ศึกษาตั้งฐานผลิตรถไฟฟ้าในไทย
ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
Economic ส.อ.ท. จับตาภาษีสหรัฐฯ มาตรา 301 ประสานพาณิชย์ประเมินผลกระทบรายสินค้า หนุนเจรจา ART รักษาขีดแข่งขันส่งออกไทย
‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
Economic ‘ศุภจี’ ย้ำดีลสหรัฐไม่แลกผลประโยชน์ชาติ รับภาษี 301 ไทย 12.5% เร่งปิด ART-อุ้มผู้ส่งออก
ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) ร่วงลง 1,000 บาท ทองรูปพรรณ 65,300 บาท
Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
Automotive Honda Civic e:HEV เร้าใจ ด้วย S+ Shift
ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
Real Estate ชง กทม. เดินหน้าเพิ่ม ‘อัตราภาษีที่ดิน’ แก้ปมแลนด์ลอร์ดปลูกกล้วย
ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
Economic ส่งออก มิ.ย. โต 20.8% สูงสุดรอบ 24 เดือน ‘อิเล็กทรอนิกส์’ นำทัพ ลุ้นครึ่งปีหลังฝ่าภาษีสหรัฐ
กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
Columns กล้องคอมแพ็กต์คืนชีพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (24 ก.ค. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ดูทั้งหมด

เอ็มมีเน้นซ์รุกธุรกิจ Health-Tech ดัน Own Brand ขยายรายได้ 20%

24 ก.ค. 2569 | 11:13น.

เอ็มมีเน้นซ์ปรับยุทธศาสตร์จากผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์สู่ผู้ให้บริการโซลูชั่นสุขภาพครบวงจร รุกธุรกิจ Health-Tech และพัฒนาแบรนด์ของตนเอง รับเทรนด์สังคมสูงวัยและตลาด Wellness ที่เติบโต พร้อมตั้งเป้ารายได้ปี 2569 โต 20% สูงกว่าตลาดเครื่องมือแพทย์ไทยโดยรวม 

นางสุชานันท์ อัจฉริยสุชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทเอ็มมีเน้นซ์ เปิดเผยว่า ในโอกาสก้าวสู่ปีที่ 55 บริษัทยกระดับบทบาทจากผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ สู่การเป็นพันธมิตรด้านโซลูชั่นสุขภาพครบวงจร ภายใต้แนวคิด Wellbeing for All พร้อมขยายการลงทุนสู่ธุรกิจ Health-Tech เพื่อเชื่อมต่อนวัตกรรมด้านสุขภาพจากต่างประเทศสู่ประเทศไทย และเพิ่มการเข้าถึงเทคโนโลยีด้านสุขภาพในราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้

เอ็มมีเน้นซ์
สุชานันท์ อัจฉริยสุชา

เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ไทยมีมูลค่ารวมกว่า 2.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายภายในประเทศประมาณ 7.3 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาด Digital Health มีอัตราการเติบโตประมาณ 7% และตลาด Wellness Economy เติบโตราว 10% ซึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs การขยายตัวของการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การลงทุนของโรงพยาบาลและคลินิกเฉพาะทาง รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองการดูแลสุขภาพเป็นการลงทุนในระยะยาว

ปัจจัยดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้ความต้องการเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง บริษัทจึงเดินหน้านำสินค้านวัตกรรมสุขภาพ หรือ Health-Tech จากต่างประเทศ ควบคู่กับการพัฒนาแบรนด์ของบริษัท เพื่อรองรับแนวโน้มตลาดในอนาคต และขยายบทบาทจากการจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชั่นด้านสุขภาพครบวงจร

เอ็มมีเน้นซ์
ขยายไลน์สินค้าเอ็มมีเน้นซ์มีแบรนด์หลัก 4 แบรนด์ ได้แก่ FURANO, HORR, Prosper และ Satative โดยมีแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ FURANO จะขยายไลน์สินค้าเพื่อรองรับผู้จัดฟันโดยเฉพาะ

“ตลอดระยะเวลากว่า 55 ปี ได้ดำเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญา The Promise of Health หรือพันธสัญญาแห่งสุขภาพ โดยมุ่งนำนวัตกรรมด้านสุขภาพจากทั่วโลกมาสู่ประเทศไทย แต่การดำเนินธุรกิจในระยะต่อไปจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการนำเข้าและจำหน่ายสินค้า หากจะใช้ความเชี่ยวชาญของบริษัทในการคัดเลือกนวัตกรรมด้านสุขภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ และสนับสนุนการใช้งาน เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถนำไปใช้ได้จริงกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้บริโภค”

นางสุชานันท์กล่าวว่า บริษัทต้องการทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างนวัตกรรมด้านสุขภาพระดับโลกกับผู้ใช้งานในประเทศไทย ทั้งโรงพยาบาล คลินิก บุคลากรทางการแพทย์ และผู้บริโภค โดยต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมาตลอดกว่า 55 ปี เพื่อสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพภายใต้แนวคิด Wellbeing for All

การปรับยุทธศาสตร์ดังกล่าวสอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการเข้าสู่สังคมสูงวัย การเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs การขยายตัวของ Medical & Wellness Tourism ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านสุขภาพมากขึ้น

ปัจจุบันการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่ความสำคัญกับการป้องกัน การติดตามสุขภาพ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว โดยไม่ได้มองเพียงอายุที่ยืนยาว (Life Span) แต่ให้ความสำคัญกับการมีสุขภาพแข็งแรงตลอดช่วงชีวิต (Health Span) ด้วย

เพื่อรองรับทิศทางดังกล่าว บริษัทเตรียมเปิดตัวกลุ่มธุรกิจ Health-Tech และตั้ง Eminence Health-Tech Experience Center ภายในไตรมาส 4 ปี 2569 เพื่อเป็นพื้นที่ให้ผู้บริโภคได้ทดลองใช้นวัตกรรมด้านสุขภาพ พร้อมเรียนรู้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีด้านการแพทย์ในชีวิตประจำวัน โดยงบฯ ลงทุนครอบคลุมการจัดตั้งศูนย์ การทำตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท การพัฒนาบุคลากร และระบบงาน เพื่อรองรับการขยายตัวของเทคโนโลยีการแพทย์ขั้นสูง

หนึ่งในนวัตกรรมที่บริษัทเตรียมนำเสนอ คือ ระบบ AI สำหรับดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสามารถตรวจจับการล้ม (Fall Detection) และแจ้งเตือนไปยังผู้ดูแลเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ยังสามารถวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตภายในบ้าน เช่น การใช้เวลาอยู่บนเตียงหรือโซฟานานผิดปกติ เพื่อประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพและสนับสนุนการดูแลเชิงป้องกันได้มากขึ้น

นางสุชานันท์กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Well-being ประมาณ 10 รายการ ภายในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ พร้อมกับการเปิด Health-Tech Experience Center เพื่อรองรับการขยายตัวของตลาดสุขภาพและต่อยอดจากความเชี่ยวชาญของบริษัทสู่ธุรกิจด้าน Health-Tech อย่างเต็มรูปแบบ

การขับเคลื่อนธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทวางกลยุทธ์หลักไว้ 3 ด้าน ได้แก่ Strengthen the Core, Build Own Brand และ Expand to Health-Tech & Well-being เพื่อสร้างการเติบโตจากธุรกิจเดิมควบคู่กับการขยายไปสู่ธุรกิจสุขภาพรูปแบบใหม่

สำหรับยุทธศาสตร์ Strengthen the Core มุ่งต่อยอดความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักทั้ง 4 กลุ่ม ได้แก่ ธุรกิจทันตกรรม ธุรกิจเวชภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับโรงพยาบาล กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และกลุ่มเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรม ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือสำหรับทันตแพทย์ อุปกรณ์ธนาคารเลือด เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ดูแลสุขภาพภายในบ้าน ไปจนถึงเครื่องจักรสำหรับอุตสาหกรรมยาและการผลิต เพื่อรองรับความต้องการของโรงพยาบาล คลินิก ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคในแต่ละกลุ่ม

พร้อมกันนี้ บริษัทเดินหน้าพัฒนา Own Brand ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ หลังเริ่มพัฒนาแบรนด์ของตนเองตั้งแต่ปี 2562-2563 โดยต่อยอดจากองค์ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับพันธมิตรระดับโลก เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไทยมากขึ้น

ปัจจุบันบริษัทมีแบรนด์หลัก 4 แบรนด์ ได้แก่ FURANO, HORR, Prosper และ Satative ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก อุปกรณ์เพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ด้านการป้องกัน และเวชภัณฑ์สำหรับโรงพยาบาล โดยมีแผนต่อยอดผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ FURANO จะขยายไลน์สินค้าเพื่อรองรับผู้จัดฟันโดยเฉพาะ ส่วน Prosper จะพัฒนาอุปกรณ์ดูแลสุขภาพภายในบ้านที่เน้นมาตรฐานสากลและราคาที่เข้าถึงได้ ตามแนวคิด Wellbeing for All

นางสุชานันท์กล่าวว่า ปัจจุบันสัดส่วนรายได้ของบริษัทยังมาจากสินค้านำเข้าประมาณ 85% และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท 15% โดยบริษัทมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วน Own Brand อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาสินค้านำเข้าเพียงอย่างเดียว และสร้างการเติบโตในระยะยาวจากสินค้าที่บริษัทเป็นผู้พัฒนาเอง

ด้านผลประกอบการ ปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมมากกว่า 500 ล้านบาท ส่วนปี 2569 ตั้งเป้าเติบโต 20% โดยในช่วงครึ่งปีแรกสามารถสร้างการเติบโตได้แล้วมากกว่า 10% แม้ภาพรวมตลาดเครื่องมือแพทย์ของไทยจะขยายตัวเฉลี่ยเพียง 2-3% ต่อปี