ศรีนานาพรไตรมาส 2 เริ่มฟื้น สปีดครึ่งหลังรักษาโมเมนตัม
SNNP ไตรมาส 2/2569 ส่งสัญญาณฟื้น รายได้เพิ่ม 3.5% กำไรสุทธิบวก 15.8% หลังตลาดเวียดนามโต 8.8% สวนทางยอดขายในไทยยังหดตัว เหตุกำลังซื้อฟื้นช้า-ต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูง กดรายได้ครึ่งปีแรกลด 9.9% กำไรวูบ 56.6%
นายศุภโชค บำรุงพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานบัญชีและการเงิน บริษัท ศรีนานาพร มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SNNP ระบุในเอกสารแจ้งผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ในไตรมาส 2/2569 เริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว หลังยอดขายทั้งในไทยและต่างประเทศปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสแรก
โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 1,316.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.5% จากไตรมาสก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 69.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.8% สะท้อนแรงส่งจากยอดขาย อัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้นและการควบคุมค่าใช้จ่ายบริหาร
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวดังกล่าวยังเป็นการปรับตัวดีขึ้นจากฐานไตรมาสก่อน มากกว่าการกลับเข้าสู่ภาวะเติบโตเต็มตัว เนื่องจากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนรายได้จากการขายยังลดลง 5.2% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 46.2%
สะท้อนว่าธุรกิจเริ่มผ่านจุดอ่อนตัวระยะสั้น แต่ยังต้องรับมือกับกำลังซื้อในประเทศที่ฟื้นตัวช้าและฐานผลประกอบการของปีก่อน
สุดต้านกำลังซื้อฝืด
นายศุภโชคระบุว่า ช่วงต้นไตรมาส 2 เศรษฐกิจไทยได้รับแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งดันราคาพลังงานและค่าครองชีพ กระทบกำลังซื้อที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป แม้สถานการณ์เริ่มผ่อนคลาย
ขณะที่ภาคส่งออก การลงทุนเอกชน การท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ อาทิ โครงการไทยช่วยไทย ซึ่งเริ่มในเดือนมิถุนายน 2569 ช่วยให้บรรยากาศการใช้จ่ายช่วงปลายไตรมาสดีขึ้น
บริษัทจึงเดินหน้าทำกิจกรรมการตลาด ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ และขยายช่องทางจำหน่าย เพื่อประคองยอดขายในตลาดหลัก
โดยรายได้จากการขายในประเทศไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 1,038.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4 ล้านบาท หรือ 2.2% จากไตรมาสก่อน โดยมีแรงส่งจากการฟื้นตัวของยอดขายกลุ่มเครื่องดื่มตามปัจจัยฤดูกาลในช่วงฤดูร้อน
ขณะเดียวกันบริษัทยังเพิ่มกิจกรรมทางการตลาด พื้นที่จัดแสดงสินค้า และกิจกรรมส่งเสริมการขายในช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่ หลังความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลางเริ่มผ่อนคลาย
ส่งผลให้รายได้จากโมเดิร์นเทรดฟื้นตัวจากไตรมาสก่อน ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ช่วยหนุนการบริโภคภายในประเทศช่วงปลายไตรมาส
ด้านผลิตภัณฑ์ บริษัทขยายไลน์ “เจเล่ เยลลี่ โซดา” อีก 2 รสชาติ ได้แก่ กลิ่นฟรุตตี้ กรีน และกลิ่นสตรอว์เบอรี่ อะมะได วางจำหน่ายในร้าน 7-Eleven สะท้อนการใช้สินค้าใหม่และช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่เข้ามากระตุ้นยอดขาย
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 รายได้จากการขายในประเทศยังลดลง 7.7% จาก 1,124.3 ล้านบาท เหลือ 1,038.2 ล้านบาท เนื่องจากการบริโภคภายในประเทศชะลอตัวท่ามกลางกำลังซื้อที่ยังฟื้นไม่เต็มที่ แสดงให้เห็นว่าการเติบโตจากฤดูกาลและกิจกรรมการตลาดยังไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากเศรษฐกิจได้ทั้งหมด
เวียดนามโตเป็นแรงประคอง
นายศุภโชคกล่าวต่อว่า ท่ามกลางตลาดไทยที่ยังถูกกดดัน รายได้ต่างประเทศเป็นแรงประคองผลประกอบการ โดยอยู่ที่ 278.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% จากไตรมาสก่อน และ 5.5% จากปีก่อน สวนทางรายได้ในประเทศที่ยังหดตัว
โดยเวียดนามยังเป็นตลาดหลัก หลังเศรษฐกิจฟื้นตัวและบริษัทปรับปรุงการดำเนินงาน พร้อมขยายพื้นที่จำหน่ายและเพิ่มความหลากหลายของสินค้าในช่องทางค้าปลีกดั้งเดิมและสมัยใหม่ ส่งผลให้คำสั่งซื้อสม่ำเสมอและธุรกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น
ลุยเพิ่มยอดขายรักษามาร์จิ้น
ทั้งนี้บริษัทเริ่มรับรู้ผลกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มตามราคาพลาสติก จากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการขายไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 964.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากไตรมาสก่อน สอดคล้องกับรายได้และปริมาณการผลิตที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.9% เป็น 352.4 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นขยับจาก 26.2% เป็น 26.8% จากยอดขายและการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการบริหารวัตถุดิบ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดความสูญเสีย และปรับโครงสร้างส่งเสริมการขาย ช่วยชดเชยต้นทุนบรรจุภัณฑ์บางส่วน
แต่เมื่อเทียบปีก่อน กำไรขั้นต้นยังลดลง 13.2% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2.4 จุดเปอร์เซ็นต์ เนื่องจากปริมาณการผลิตลดลง ทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น การรักษามาร์จิ้นจึงยังขึ้นอยู่กับการเพิ่มยอดขายและใช้กำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้กำไรไตรมาส 2 ได้แรงหนุนจากค่าใช้จ่ายบริหารที่ลดลงเหลือ 57.6 ล้านบาท หรือลดลง 8.1% จากไตรมาสก่อน และ 12.1% จากปีก่อน หลังปรับโครงสร้างองค์กรและบริหารกำลังคน ส่งผลให้อัตราค่าใช้จ่ายบริหารต่อยอดขายลดจาก 4.9% เหลือ 4.4%
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นเป็น 200.7 ล้านบาท หรือ 2.5% จากไตรมาสก่อน และ 8.5% จากปีก่อน ตามกิจกรรมการตลาดและส่งเสริมการขาย แต่สัดส่วนต่อยอดขายลดลงจาก 15.4% เหลือ 15.2% สะท้อนการเพิ่มงบฯ กระตุ้นยอดขายควบคู่กับการลดต้นทุนภายในเพื่อรักษาความสามารถทำกำไร
ครึ่งปีกำไรสุทธิหด
แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 ฟื้นจากไตรมาสแรก แต่ช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 ยังถูกกดดัน โดยรายได้จากการขายอยู่ที่ 2,588.2 ล้านบาท ลดลง 9.9% จากปีก่อน แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 2,054 ล้านบาท ลดลง 11.6% และต่างประเทศ 534.2 ล้านบาท ลดลง 2.9% สะท้อนว่าตลาดต่างประเทศช่วยลดผลกระทบจากตลาดไทย
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 685.3 ล้านบาท ลดลง 20.1% และอัตรากำไรขั้นต้นลดจาก 29.9% เหลือ 26.5% จากรายได้และปริมาณการผลิตที่ลดลง ขณะที่กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่อยู่ที่ 130.2 ล้านบาท ลดลง 56.6% จึงยังไม่สะท้อนการกลับมาเติบโต แม้แนวโน้มรายไตรมาสเริ่มฟื้นตัว
จับตากำลังซื้อ-สปีดรายได้
นายศุภโชคกล่าวทิ้งท้ายว่า ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 SNNP มีสินทรัพย์รวม 5,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.8% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่หนี้สินเพิ่มขึ้น 5.7% เป็น 3,388.2 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน ส่วนผู้ถือหุ้นลดลง 5.2% เหลือ 2,502.8 ล้านบาท และมีเงินสด 124.1 ล้านบาท
ระยะต่อไปต้องติดตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ ยอดขายเวียดนาม และความสามารถรักษาอัตรากำไรท่ามกลางต้นทุนบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น แม้ไตรมาส 2 เริ่มฟื้นจากตลาดต่างประเทศและการบริหารต้นทุน
แต่ผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ยังหดตัว ทำให้บริษัทต้องเร่งยอดขายและเพิ่มประสิทธิภาพเพื่อรักษาการฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของปี