AOT ทวงคืนดิวตี้ฟรีขาเข้า จี้ สศค.แจงหยุด 2 ปีประเทศได้ประโยชน์ไหม ดอดเจรจา “คิง เพาเวอร์” ผุด 3 โมเดลใหม่
AOT เผยผู้โดยสารกว่า 90% ทวงคืนดิวตี้ฟรีขาเข้า จี้ สสค.แจงผลการศึกษา หลังยุติไป 2 ปีประเทศได้ประโยชน์ไหม หวังยกระดับมาตรฐานบริการสนามบินตามมาตรฐานนานาชาติ พร้อมหนุนรายได้กลุ่มธุรกิจ Non-Aero ล่าสุดเจรจากลุ่ม “คิง เพาเวอร์” ผุด 3 โมเดลใหม่ ตั้งเป้าเปิดให้บริการ ต.ค.นี้ ยันช้าสุดไม่ควรเกินต้นปี’70
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) AOT หรือ ทอท. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า AOT อยู่ระหว่างการผลักดันให้กลับมาเปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร หรือ Duty Free ขาเข้าอีกครั้ง เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการควบคู่กับการเพิ่มรายได้ของท่าอากาศยาน หลังจากที่บริษัทได้หยุดดำเนินการตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นมา

“หลังหยุดให้ดำเนินการไปเราก็ติดตามผลกระทบของลูกค้าผู้ใช้สนามบินมาตลอด ทั้งในมุมการบริการลูกค้า หรือ Level of Service ซึ่งสนามบินหลัก ๆ ทั่วโลกเขามีบริการนี้ ซึ่งจากการเก็บข้อมูลเราพบว่ามีเสียง Complain เข้ามาค่อนข้างเยอะมาก โดยผู้โดยสารกว่า 90% ต้องการให้เอาร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้ากลับคืนมาเหมือนเดิม” นางสาวปวีณากล่าว
นางสาวปวีณากล่าวว่า บริษัทได้รายงานผลการศึกษาดังกล่าวนี้ พร้อมสอบถามถึงผลลัพธ์จากการทดลองยกเลิกร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้าว่าเป็นอย่างไรบ้าง เกิดประโยชน์ต่อประเทศ หรือเป็นไปตามเป้าหมายที่รัฐบาลอยากให้ดำเนินการหรือไม่ ไปยังสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เมื่อปีที่แล้ว และสอบถามไปอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้รับคำตอบแต่อย่างใด
“ในความเป็นจริงแล้วแม้ว่าจะหยุดดำเนินการดิวตี้ฟรีขาเข้า แต่คนไทยที่เดินทางกลับเข้าประเทศยังนิยมซื้อเหล้าจากต่างประเทศกลับเข้ามา ทำให้เงินยิ่งรั่วไหลออกนอกประเทศมากขึ้น” นางสาวปวีณากล่าว และว่า AOT เองก็อยากได้คำตอบที่เร็วที่สุดว่าจะสามารถฟื้นร้านค้าดิวตี้ฟรีขาเข้าได้ตามที่ขอให้พิจารณาหรือไม่ ซึ่งหากมีการกลับมาเปิดให้บริการจริง นอกจากจะช่วยเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายให้แก่นักเดินทางขาเข้าแล้ว จะช่วยสร้างรายได้ในส่วนของธุรกิจ Non-Aero เพิ่มเติมให้กับท่าอากาศยานได้ด้วย
นางสาวปวีณากล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้เจรจากับกลุ่มคิง เพาเวอร์แล้ว เนื่องจากปัจจุบันสิทธิยังเป็นของคิง เพาเวอร์ตามสัญญาเดิม แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ เนื่องจากยังมีข้อกังวลเรื่องการลงทุนที่สูง ทั้งการปรับปรุงพื้นที่และการสต๊อกสินค้า

อย่างไรก็ตาม หากได้รับคำตอบจาก สสค. ให้ AOT กลับมาดำเนินการได้ บริษัทจะไม่ดำเนินการในแบบเดิม แต่จะทำเป็นโมเดลแบบผสมผสานเพื่อตอบโจทย์ทุกฝ่าย โดยเบื้องต้นศึกษาไว้ 3 โมเดล 1.Pick-up Counter (จุดรับสินค้า) ให้บริการสำหรับคนไทยที่ซื้อสินค้าขาออกแล้วฝากไว้และมารับตอนขาเข้า ซึ่งรูปแบบนี้สนามบินชั้นนำ 30 อันดับแรกของโลกมีบริการนี้ครบ 100% (เป็นหนึ่งในเกณฑ์การให้คะแนนของ Skytrax)
2.ร้านดิวตี้ฟรีขาเข้าแบบจำกัด โดยเน้นเฉพาะจำหน่ายสินค้าบางชนิด เช่น เหล้า เครื่องสำอาง บุหรี่ ซึ่งจะมีขนาดเล็กลง เนื่องจากพื้นที่เดิมบางส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแล้ว และ 3.ร้านค้าขายสินค้าแบบเสียภาษี (Taxed Goods) บริเวณจุดสายพานรับกระเป๋า เพื่อดักนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่รู้แหล่งซื้อสินค้าในไทย (ทดลองทำที่ภูเก็ตแล้ว)
นางสาวปวีณากล่าวต่อไปอีกว่า บริษัทมีแผนจะทวงถามความชัดเจนจาก สสค.อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายกลับมาให้บริการให้ได้ในเดือนตุลาคม 2569 นี้ หรือไตรมาส 1 ของงบประมาณ AOT หรืออย่างช้าสุดไม่ให้เกินต้นปี 2570