MONO ลั่นหมดยุครายได้โฆษณา เดินหน้า Streaming First เต็มตัว
โมโน เน็กซ์ มั่นใจหมดยุคสร้างรายได้จากโฆษณา หันโฟกัสค่าสมาชิก เปิดยุทธศาสตร์ Streaming-First ต่อยอด 4 คอนเทนต์กีฬาเสาหลัก Premier League, EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030 สู่ออริจินอลคอนเทนต์ตรึงสมาชิกเดิม เพิ่มสมาชิกใหม่ พร้อมส่งโมเดล AVOD ดูฟรีมีโฆษณาเปลี่ยนกลุ่มดูฟรีเป็นรายได้ ก่อนปรับโพซิชั่นช่องฟรีทีวี MONO29 สู่ช่องทางการตลาดดึงผู้ชมหน้าใหม่
นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการ บริษัท โมโน เน็กซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สตรีมมิ่งเป็นอนาคตของสื่อทีวี ซึ่งพฤติกรรมของผู้ชมมุ่งไปยังการชมแบบออนดีมานด์แบบ 100% ดังนั้นตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2569 นี้ บริษัทจะมุ่งธุรกิจสตรีมมิ่งอย่างเต็มตัว ด้วยยุทธศาสตร์ Streaming-First หรือการให้ความสำคัญกับสตรีมมิ่งอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับมุ่งสร้างรายได้จากค่าสมาชิกรายเดือน-ปีเป็นหลัก
ส่วนช่องฟรีทีวี โมโน 29 จะเปลี่ยนโพซิชั่นเป็นช่องทางสำหรับทำการตลาดดึงดูด และส่งสมาชิกไปยังช่องสตรีมมิ่ง ผ่านคอนเทนต์กีฬาที่เป็นแม็กเนตหลัก
หลังปัจจุบันโมโน แมกซ์ มีฐานผู้ชมแตะ 3.5 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับที่สามารถสร้างรายได้ให้คุ้มทุนได้แล้ว โดยแบ่งเป็นผู้ชมแบบฟรีประมาณ 2 ล้านราย ส่วนอีก 1.5 ล้านรายกระจายตามแพ็กเกจต่าง ๆ เช่น พรีเมียร์ลีก วอลเลย์บอล บันเทิง ฯลฯ ทำให้รายได้จากค่าสมาชิกแซงรายได้จากโฆษณาแล้ว
เปลี่ยนโจทย์ธุรกิจ
นายนวมินทร์ย้ำว่า กลยุทธ์ Streaming-First ไม่ได้หมายถึงเพียงการนำคอนเทนต์จาก Broadcast มาอยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์เท่านั้น แต่คือการปรับวิธีคิดของทั้งองค์กรให้เริ่มต้นจากผู้ใช้งาน
เริ่มจากเปลี่ยนโจทย์ธุรกิจจากเดิมคิดว่าเรามีอะไรแล้วนำไปให้ผู้ชม เปลี่ยนเป็นคำถามว่าผู้ใช้งานต้องการอะไร และจะทำให้ประสบการณ์ของผู้ใช้ดีขึ้นได้อย่างไร
ด้วยการผสานทั้งคอนเทนต์ เทคโนโลยี ประสบการณ์ และพันธมิตร ให้ทำงานเชื่อมโยงกัน โดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง เพื่อทำให้ MONOMAX เปลี่ยนจากแพลตฟอร์มที่มีคอนเทนต์ให้ดู แต่เป็นแพลตฟอร์มที่สร้างคุณค่าให้กับสมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง

ต่อยอด 4 กีฬาเสาหลัก
กลยุทธ์นี้มีหัวใจเป็นการต่อยอด Sports Content ที่ MONOMAX มุ่งพัฒนาให้เป็น Destination ของคนรักกีฬา โดยไม่ได้มุ่งเพียงเพิ่มจำนวนคอนเทนต์ แต่ให้ความสำคัญกับการนำเสนอคอนเทนต์ที่ตรงกับความสนใจของแฟนกีฬาแต่ละกลุ่ม ผ่าน 4 เสาหลัก ได้แก่ Premier League, EURO 2028, Volleyball World และ World Cup 2026/2030
ตัวอย่าง เช่น ต่อยอดจากการถ่ายทอดสดไปสู่ไฮไลต์, ข่าว, Behind-the-Scenes และคอนเทนต์วาไรตี้ ไปจนถึงกิจกรรมออนกราวน์ อย่างวอตช์ปาร์ตี้ เพื่อให้แฟนกีฬามีสิ่งที่ติดตามอย่างต่อเนื่อง ทั้งก่อน, ระหว่าง และหลังการแข่งขัน
ส่ง Original Content ตรึงผู้ชม
รวมถึงสร้างออริจินอล คอนเทนต์ ภายใต้แนวคิด “Stories You Won’t Find Anywhere Else” ด้วยคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟ ที่ออกแบบให้เชื่อมโยงกับความสนใจของผู้ชมแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่แฟนฟุตบอล แฟนวอลเลย์บอล ไปจนถึงผู้ชมซีรีส์ เพื่อสร้างเหตุผลให้สมาชิกกลับมาใช้ MONOMAX อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงที่ไม่มีการแข่งขันสด
โดยตามข้อมูลอินไซต์ผู้ชมของแพลตฟอร์ม พบว่ากลุ่มผู้ชมฟุตบอลซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ชายจะนิยมชมคอนเทนต์แนวแอ็กชั่น-คอมเมดี้ ส่วนผู้ชมวอลเลย์ฯ ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงจะนิยมคอนเทนต์แนวโรแมนติกคอมเมดี้, ดราม่าเข้มข้น, รักใสไปจนถึงเกิร์ลเลิฟ เป็นต้น
ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมีคอนเทนต์กว่า 20 เรื่องในไปป์ไลน์พร้อมเปิดตัว 1 เรื่อง/เดือนไปจนถึงปี 2570 และกำลังเดินหน้าสร้างเพิ่มอีกอย่างต่อเนื่อง
ดึงคนดูซ้ำใน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้หนึ่งในฟังก์ชั่นสำคัญของคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีพที่บริษัทจะต่อยอดจากคอนเทนต์กีฬา คือ ดึงผู้ชมกลับมาดูอีกครั้งภายใน 24 ชั่วโมงหลังชมถ่าย เช่น ชมไฮไลต์ บทวิเคราะห์ ไปจนถึงวอตช์ปาร์ตี้ทั้งใน-นอกสถานที่ เน้นสร้างความผูกพันในกลุ่มสมาชิก เพื่อรักษาฐานสมาชิก และเพิ่มระยะเวลาการคงสถานะสมาชิก และเวลาการรับชมให้นานขึ้น ด้วยการสร้างแฟนคอมมิวนิตี้ ซึ่งจะช่วยขยายจำนวนเพิ่มในระยะยาว
ผุดโมเดล AVOD เปลี่ยนดูฟรีเป็นรายได้
ด้านกลุ่มผู้ชมแบบฟรีจำนวนกว่า 2 ล้านรายนั้น จะต่อยอดสร้างรายได้ด้วยโมเดล AVOD หรือการรับชมแบบมีโฆษณา โดยขณะนี้บริษัทเริ่มทดลองใส่โฆษณาแบบพรีโรลแล้วเพื่อวัดผลตอบรับ ทั้งนี้เชื่อว่า AVOD จะเป็นตัวไดรฟ์สำคัญควบคู่กับกลุ่มผู้ชมแพ็กเกจพรีเมี่ยมที่เริ่มจำหน่ายช่วงบอลโลก และผู้ชมแพ็กเกจเบสิกที่มีวอลเลย์บอลเป็นคอนเทนต์หลัก
พร้อมกับใช้กลยุทธ์ส่งคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟบางส่วนมาออกอากาศ เช่น การแข่งขันกีฬาบางคู่ เพื่อให้ผู้ชมกลุ่มนี้ได้รู้จักและสัมผัสคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟที่บริษัทมี นำไปสู่แรงจูงใจให้สมัครแพ็กเกจต่าง ๆ ต่อไป
“สำหรับการประมูลใบอนุญาตทีวีดิจิทัลรอบใหม่นั้นยังต้องจับตาดูเงื่อนไขต่าง ๆ โดยเฉพาะราคา ว่ามีความเหมาะสมกับการลงทุนหรือไม่”
ชูแชร์บัญชี-ผ่อนสร้างคุ้มค่า
ในส่วนของค่าสมาชิกแพ็กเกจรับชมนั้น ช่วงที่เหลือของปี’69 นี้ยังไม่มีแผนปรับราคาขึ้น และไม่มีแผนทำโปรโมชั่นราคาเหมือนปีที่แล้วด้วยเช่นกัน แต่จะเน้นย้ำจุดเด่นอย่างการสามารถแชร์บัญชีสมาชิก และการผ่อนค่าแพ็กเกจ ซึ่งทำให้ผู้ชมสามารถร่วมกลุ่มกันสมัครและหาร-ผ่อนค่าสมาชิกได้ จนทำให้ค่าสมาชิกรายเดือนเหลือประมาณ 250 บาท/คน/เดือน ซึ่งเป็นระดับที่สามารถแข่งขันกับสตรีมมิ่งรายอื่นได้